บันเทิง

I Love You Phillip Morris & Ezabella

I Love You Phillip Morris & Ezabella

24 มิ.ย. 2553

หลายคนมองว่า เหล่าชนรักร่วมเพศ มักจะไม่มีความรักจีรังยั่งยืน ความรักของพวกเขาหรือเธอเกิดขึ้นประเดี๋ยวประด๋าว อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่ากระแสน้ำ ที่สำคัญความรักของเขาหรือเธอเหล่านั้น มักต้องเจอกับการหลอกลวง แลกกับการถูกเอารัดเอาเปรียบ คนรักของพวกเขาหรือเธอหว

 หนังอย่าง “I Love You Phillip Morris” ดูเหมือนพยายามจะเดินสวนทางกับความเชื่อที่ว่านั่นครับ อีกทั้งยังคัดง้างกับความเชื่อที่ว่า พฤติกรรมโฮโมเซ็กชวล มักเกิดขึ้นจากปมตั้งแต่วัยเด็ก ถูกพ่อทุบตีบ้าง ผู้เป็นแม่เลี้ยงดูแบบผิดๆ บ้าง หรือเกิดจากสภาพแวดล้อมของคนในครอบครัวบ้าง แต่เท่าที่เคยพูดคุยกับบุคคลในกลุ่มรักร่วมเพศ พวกเขาตอบแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า การเป็น ‘ทอม’ หรือ ‘กะเทย’ ไม่เกี่ยวกับการเลี้ยงดู หรือปูมหลังที่ถูกบ่มเพาะในวัยเด็ก หากแต่เกิดจาก ‘ความชอบ’ ‘ความอยาก’ ‘แรงขับจากภายใน’ หรือกระทั่ง ‘รสนิยม’ ส่วนตัวล้วนๆ

 ตัวละคร สตีเวนส์ รัสเซล (จิม แคร์รีย์) ในหนังเรื่อง “I Love You Phillip Morris” ก็เหมือนกันครับ อดีตตำรวจหนุ่มผู้มีความสุขกับครอบครัวและหน้าที่การงานคนนี้ ค้นพบความต้องการที่นอนนิ่งอยู่ใต้ก้นบึ้งในจิตใจมานาน หลังประสบอุบัติเหตุจนเกือบเอาตัวไม่รอด เหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นทำให้รัสเซลพบว่า ตัวเองเป็น ‘เกย์’ จึงออกตะลุยใช้ชีวิตเยี่ยง ‘เกย์’ อย่างสุดเหวี่ยง ทั้งแต่งตัว มั่วผู้ชาย ดังนั้นงานใหม่ในตำแหน่ง ‘เซลส์แมน’ ก็ดูเหมือนรายได้จะไม่พอยาไส้กับการใช้ชีวิตอู้ฟู่ หรูหรา เกินฐานะ…จากเซลส์แมน จนถึงนักการตลาด สุดท้าย ‘รัสเซล’ จึงผันตัวเองมาสู่การเป็นนักต้มตุ๋น 18 มงกุฎ หลอกลวงบริษัท ห้างร้าน ไปวันๆ จนถูกจับส่งเข้าคุกในที่สุด 

 ‘คุก’ กลายเป็นสถานที่ที่  ‘รัสเซล’ พบรักกับนักโทษหนุ่มท่าทางอ่อนหัดชื่อ ‘ฟิลลิป มอริส’ (ยวน แม็กเกรเกอร์) ความรักก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แม้จะถูกแยกแดนขัง ไม่วายที่ ‘รัสเซล’ จะหาทางแหกห้องขังออกมาหาคนรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายถึงขั้นแหกคุก แต่ก็เพื่อจะได้กลับมาหาคนรักที่อยู่ในคุกนั่นเอง

 ความรักของ ‘รัสเซล’ มองอย่างผิวเผิน ก็เหมือนเกย์เพี้ยนๆ คนหนึ่ง แต่หนังก็พาเราไปรู้จักกับปมปัญหา ต้นตอแห่งการก่อเรื่องทั้งหมด เมื่อทุกคนที่เกี่ยวข้องในชีวิต ต่างไม่เคยมองเห็นตัวตนของเขาเลยสักครั้ง แต่ปมที่ว่า ก็หาข้องแวะกับประเด็นรักร่วมเพศแต่อย่างใด

 รัสเซล ถูกตัดสินจำคุกนานถึง 100 ปี (โทษจองจำส่วนใหญ่มาจากการแหกคุก) เขาเดินเทียวเข้าเทียวออก ก็เพื่อคนที่รัก แหกคุกออกมาเพื่อกลับไปหาคนที่รัก แหกคุกครั้งต่อมาก็เพื่อออกตามหาคนที่รัก

 เรามักได้ยินว่า เพศที่สามมักอาภัพเรื่องความรัก ทั้งๆ ที่พวกเขา ต่างจริงจังและมั่นคงใน ‘รัก’ (อาจจะมากกว่าชายจริง หญิงแท้เสียด้วยซ้ำ) ในช่วงเวลาที่ “I Love You Phillip Morris” ฉายเกือบๆจะท้ายโปรแกรมอยู่รอมร่อ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่ละครเวทีเรื่อง “กินรีสีรุ้ง” เปิดทำการแสดง ตัวละครสำคัญของเรื่องเป็นนางโชว์เพศที่สาม ที่สำคัญเธอมีความรักมากมายมอบให้แก่คนที่รัก ทั้งชายคนรัก และลูกติดแฟนที่เธอรักและทุ่มเทเหมือนลูกแท้ๆ (ที่เธอไม่อาจมีได้)

 อิซซี่ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) และ รัสเซล ต่างเป็นพวกรักร่วมเพศชายรักชายที่โชคดี เพราะต่างก็พบรักแท้ แต่ทั้ง ‘เขา’ และ ‘เขา’ ล้วนผจญอุปสรรคมากมายกว่าได้พบเจอความสุข แต่สิ่งที่น่าเทิดทูนคือทั้งคู่ ต่างทุ่มเทความรักให้แก่คนที่รัก โดยไม่เคยหวังสิ่งใดๆ ตอบแทนนอกจาก ‘ความรัก’

 ‘รัสเซล’ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เฉียดคุกเฉียดตะราง ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แค่เจอหน้าคนที่เขารัก ในขณะที่หัวใจของ ‘อิซซี่’ ต้องเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อลูกชายของคนที่รัก และเธอเองก็ให้ความรักไม่แพ้พ่อบังเกิดเกล้าขอร้องให้ออกไปจากบ้าน เหตุเพียงแค่พ่อและแม่ของแฟนสาวเดินทางมาเยี่ยมบ้านเท่านั้น  

 ในฉากที่ ‘รัสเซล’ วิ่งหนีตำรวจ กระโดดพังประตูบ้านเพียงเพื่อนำดอกไม้ไปให้คนที่รัก หรือฉากที่ ‘อิซซี่’ หอบกระเป๋าเสื้อผ้า เดินคว้างอยู่กลางถนนเพราะไม่รู้ว่าจะไปทางไหน หลังถูกลูกชายขอร้องให้ออกจากบ้าน คงจะบอกถึง ‘รักแท้’ และความ ‘เสียสละ’ ที่ชาวดอกไม้สีม่วง มอบให้คนรักของพวกเธอ (หรือเขา)

 เพศที่สามยังคงเป็นกลุ่มคนด้อยโอกาส (ทางความรัก) อยู่เสมอ สุขนาฏกรรมอาจจะเกิดขึ้นได้แค่ในหนังหรือละคร แต่ในชีวิตจริงเราได้ยินเรื่องราวความรักอันสุขสมหวังของชาวรักร่วมเพศที่ครองคู่อยู่กินกันมาช้านานน้อยเหลือเกิน...

 “I Love You Phillip Morris” และ “กินรีสีรุ้ง” อาจดูเป็นเทพนิยายพาฝัน ที่เราเอื้อมสัมผัสได้ แม้จะเป็นความสุขที่บางครั้ง คนดูอาจถึงกับต้องปาดน้ำตาไปด้วยก็ตาม

"ณัฐพงษ์ โอฆะพนม"