บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - ดีดี บริดจ์วอเตอร์
จาก “ดีเอ็นเอ” ถึง “เพลงการเมือง”

กวนเพลงให้น้ำใส - ดีดี บริดจ์วอเตอร์ จาก “ดีเอ็นเอ” ถึง “เพลงการเมือง”

24 มิ.ย. 2553

ดีดี บริดจ์วอเตอร์ (DeeDee Bridgewater) นักร้องชื่อดัง คว้ารางวัลแกรมมี่จากอัลบั้มคารวะครู “เดียร์ เอลลา” เมื่อ 12 ปีก่อน จากนั้นเธอเกือบจะคว้ารางวัลนี้อีกครั้งจากอัลบั้ม “เรดเอิร์ธ” เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

  “เรดเอิร์ธ” หรือ “แผ่นดินสีแดง” ตามความหมายของชื่ออัลบั้ม มาก่อนกระแส “แดงทั้งแผ่นดินในบ้านเรา” และไม่เกี่ยวข้องกัน แต่เป็นการที่ ดีดี หวนกลับไปหารากเหง้าของตนเอง แผ่นดินตั้งต้นของบรรพชนที่ “มาลี” ประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก

 ด้วยความรู้ด้านดีเอ็นเอที่เจริญก้าวหน้า และด้วยการบุกเบิกเก็บข้อมูลตัวอย่างเลือดของบุคลากรในวงการ อย่าง ดร.สเปนเซอร์ เวลล์ส ภายใต้โครงการ “เจอร์นีย์ ออฟ แมน” ทำให้เราค้นพบว่าบรรพบุรุษของคนทั้งโลก หรือมนุษย์คู่แรกอยู่ที่เอธิโอเปีย

 ดีดี พบว่าบรรพบุรุษของเธอมาจาก “มาลี” จึงเดินทางไปค้นหารากเหง้าทางวัฒนธรรมที่นั่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังชักชวนเพื่อนนักดนตรีไปร่วมงานกับศิลปินท้องถิ่น ผลลัพธ์นั้นเต็มด้วยพลังจนกลายเป็น “เรดเอิร์ธ” อย่างที่เห็นในที่สุด

 การฟัง “แผ่นดินสีแดง” โดยพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ทั้งสุนทรียรสทางดนตรี และรสชาติเลือดเนื้อจิตวิญญาณของผู้คนผ่านกาลเวลาไปพร้อมๆ กัน

 ผ่านจาก “เรดเอิร์ธ” มาปีนี้ ดีดี คารวะครูอีกหน กับอัลบั้ม “ทู บิลลี วิธ เลิฟ ฟรอม ดีดี บริดจ์วอเตอร์” สำหรับ บิลลี ฮอลิเดย์ นักร้องแจ๊สระดับตำนานที่จากโลกไปก่อนวัยอันสมควร

 ดีดี มีความใกล้ชิดกับห้วงอารมณ์เพลงของ บิลลี เป็นพิเศษ แม้ก่อนหน้านี้เธอเคยทำงาน "คารวะครู" ให้แก่ศิลปินอย่าง  ฮอเรซ ซิลเวอร์, เอลลา ฟิทซ์เจอรัลด์ หรือ เคิร์ท ไวล์ มาแล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เธอแสดงละครเวที เธอเคยเข้าถึงบทบาทของ บิลลี ฮอลิเดย์ ผ่านการแสดงในเรื่อง “เลดี ซิงส์ เดอะ บลูส์” มาแล้ว

 จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ดีดี ตัดสินใจหยิบเพลงชื่อเดียวกันนี้มานำเสนอใหม่ ในฐานะเพลงเปิดอัลบั้ม ด้วยการขับเคลื่อนเพลงบนกระแสอารมณ์อันเชี่ยวกราก เสียงแซกโซโฟนที่ดุดันด้วยพลังของ เจมส์ คาร์เตอร์ ทางเปียโนที่รุ่มรวยด้วยฮาร์โมนีของ เอดเซล โกเมซ ทางเบสที่หนักแน่นแต่อ่อนโยนของ คริสเชียน แมคไบรด์ โดยมี ลูว์อิส แนช ควบกลองอย่างมีชีวิตชีวา

 ดีดี ก้าวมาถึงแนวทางที่เธอถนัด นั่นคือการตีความเพลงร้องแล้วนำเสนอใหม่ให้มีลีลาปานประหนึ่งเป็นเพลงของตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่บิลลี ทำให้ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเพลงใดก็ตาม เธอทำให้กลายเป็นเพลงประจำตัวเธอได้อย่างอัศจรรย์
 
 ในกรณีของ ดีดี มีตัวอย่างของเพลง “ออล ออฟ มี” ที่ค่อนข้างชัดเจนในแนวทางดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีเพลงในยุคแรกอย่าง “มิสบราวน์ ทู ยู” และ “มาเธอร์’ส ซัน-อิน-ลอว์” ที่ฟังสนุกตามบริบทของเพลง

 มีเพลงโหดหินที่ยากในการทำให้ดี อย่าง “กูด มอร์นิง ฮาร์ตเอค” “ไฟน์ แอนด์ เมลโลว์” “ก็อด เบลส เดอะ ไชลด์” และ “สเตรนจ์ ฟรุท”  ซึ่งต้องอาศัยหลักของสมดุลและความพอเหมาะพอดี

 ต้องยอมรับว่า ดีดี กับทีมงานทำ “วิจัย” มาค่อนข้างดี ถึงขั้นหยิบเอาเพลงระดับมาสเตอร์พีซมานำเสนอได้อย่างครอบคลุม และลงตัว ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป

 ตัวอย่างของ “สเตรนจ์ ฟรุท”  "ผลไม้แปลก" นั้น เอาเข้าจริงๆ มาจากบทกวีของ อาเบล มีโรพอล ที่สะท้อนภาพการกดขี่เหยียดหยามคนดำในยุคนั้น  ที่นิยม "แขวนคอคนดำ" บนต้นไม้ ซึ่งมองดูเผินๆ ก็ไม่ต่างจากผลไม้ แต่เป็นผลไม้แปลกนั่นเอง

 โดยส่วนตัวผมคิดว่า เมื่อทางค่ายเพลงนำ “สเตรนจ์ ฟรุท” ออกเผยแพร่ มันมีส่วนยกระดับสถานภาพศิลปินของ บิลลี ฮอลิเดย์ ในคราวนั้น แทนที่จะร้องเพลงรัก อิงอารมณ์สายลมแสงแดด บิลลี ฮอลิเดย์ ร้องเพลงที่มีเนื้อหาเข้มข้นในเชิงสังคมการเมืองได้อย่างถึงเลือดเนื้อ

 แม้จะไม่ใช่เวอร์ชั่นดั้งเดิม แต่ ดีดี สามารถทำให้เรารู้สึกขนพองสยองเกล้า เมื่อฟังเพลงนี้ได้อย่างอัศจรรย์ เป็นทั้งความเศร้าและความโหดร้ายต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

 นี่คืออีกจังหวะก้าวหนึ่งของเพลงเพื่อชีวิต ก่อนจะถึงยุคผลิบานของบุปผาชนในเวลาต่อมา

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"