บันเทิง

มองนอกดูใน - สิ่งดีๆ เกิดได้ทุกวัน

มองนอกดูใน - สิ่งดีๆ เกิดได้ทุกวัน

22 มิ.ย. 2553

แม้เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองจะจบลงไปแล้ว แต่ความสูญเสียในด้านต่าง ๆ ยังคงปรากฏให้เห็น เช่นด้านอาคารสถานที่ ที่ยังต้องซ่อมแซมบูรณะกันขนานใหญ่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือจิตใจของบุคคลผู้สูญเสีย ที่แม้จะไม่ง่ายในการกู้ให้กลับมาดีดังเดิมได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

  หลังจากที่เสถียรธรรมสถานบอกบุญผ่านสื่อต่างๆ ถึงการรับสิ่งของบริจาคทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อนำไปมอบให้กับพี่น้องในชุมชนต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุกาณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้รับการตอบรับมากมาย กล่าวคือ บรรดาอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค รวมทั้งเงินบริจาค ก็ได้หลั่งไหลมาเพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ที่รอคอยความช่วยเหลือ

 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ข้าพเจ้าพร้อมจิตอาสาภาวนารับใช้และเยาวชน SOS ได้เดินทางไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องที่สูญเสียกำลังใจที่สวนลุมพินี จำนวนกว่า 800 ชีวิต และเมื่อแล้วเสร็จ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในชุมชนบ่อเขียว ซึ่งข้าพเจ้าทราบว่าเป็นชุมชนที่ยังไม่มีใครเข้าไปเยี่ยม เพื่อนำความช่วยเหลือจากเพื่อนไปมอบให้เพื่อน

 ในวันนั้น แทบจะทุกสายตาที่ได้สบกัน ข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่ฉายออกมาทางแววตา ความหมดหวังในชีวิต และลมหายใจแห่งความหวาดกลัว ความหวาดระแวง เนื่องจากมีเวลาไม่มากนัก จึงมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยให้กำลังใจได้เพียงไม่นาน และหนึ่งในนั้นคือคุณลุงคนหนึ่งซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวาน

 หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ คือวันที่ 14 มิถุนายน ข้าพเจ้าและเยาวชน sos พร้อมจิตอาสาภาวนารับใช้ได้กลับไปที่ชุมชนบ่อเขียวอีกครั้ง และพบว่า เพียงในระยะเวลาสั้น ๆ เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เพื่อยืนยันว่า...ทุกข์นั้นมีไว้ให้เห็น ไม่มีไว้ให้คลุกคลี  เพราะแม้ว่าความสูญเสียจะยังคงมีอยู่ แต่สายตาของคนเปลี่ยน ความหวาดระแวงหายไป ชาวบ้านไม่จมอยู่กับความกลัว พวกเขาลุกขึ้นมาดิ้นรนขวนขวายเพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไป

 และเมื่อเขาได้เรียนรู้กับความสูญเสียคราวนี้อย่างรู้ว่าจะก้าวเดินต่อไปอย่างไร นั่นหมายความว่าชาวบ้านกำลังแสดงธรรมให้เราเห็น ซึ่งก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการกลับเข้าไปในพื้นที่นี้อีกครั้งของพวกเรา คือการไปค้นหาอัญมณีในชุมชนนั้น ซึ่งก็คือความเป็นผู้ที่พึ่งพาตัวเองได้

 ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่ชุมชนบ่อเขียว  ข้าพเจ้ามองเห็นหญิงชราคนหนึ่งชื่อป้าแก้ว เธอยังนั่งอยู่ข้างรถเข็น ที่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม ป้าแก้วเล่าว่าก่อนเหตุการณ์เธอก็ได้อาศัยรถเข็นคันนี้เข็นผลไม้ออกไปขาย เพื่อเลี้ยงชีพตนเอง เนื่องจากเธออาศัยอยู่ตามลำพังในชุมชนแห่งนี้ ในวันเกิดเหตุการณ์ รถคันนี้ถูกดึงออกไปใช้เป็นที่กำบัง ครั้นเหตุการณ์ในวันนั้นสงบลง รถก็อยู่ในสภาพชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป เงินที่ได้รับบริจาคมา ก็เพียงพอแค่ยาฉีดยากินเพื่อรักษาอาการของเธอ แต่มันไม่ได้มากพอที่จะทำให้รถคันที่เธอใช้ทำมาหากินกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ และเมื่อข้าพเจ้าเดินผ่าน เธอก็เล่าให้ฟัง เพื่อที่จะบอกว่า ยังคงอยากออกไปทำมาหากินด้วยการพึ่งพาตัวเอง ข้าพเจ้าจึงเอ่ยถามว่าป้าแก้วต้องการความช่วยเหลืออะไร ป้าแก้วตอบว่า เพราะเธอยังแข็งแรงพอที่จะพึ่งพาตัวเองได้ จึงเพียงขอให้ช่วยซ่อมสิ่งที่เธอเคยมีให้อยู่ในสภาพเดิม แล้วเธอก็จะยืนหยัดที่จะออกไปหาเลี้ยงชีพเอง พึ่งลำแข้งตัวเอง

 จากนั้นข้าพเจ้าก็ได้เดินลึกเข้าไปในชุมชนพร้อมกับป้าแก้ว มีชาวชุมชนมากมายรอข้าพเจ้าอยู่ เมื่อทักทายกันแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้เล่าเรื่องของป้าแก้วให้พี่น้องในชุมชนฟัง และสรุปว่าป้าแก้วไม่ได้ร้องขออะไรมากไปกว่าขออุปกรณ์ในการทำมาหากิน และถามต่อว่า ใครจะช่วยป้าแก้วได้บ้าง พลันสายตาก็หันไปสบตากับชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดรูปไก่ที่ยืนฟังการสนทนาอยู่ ข้าพเจ้าจึงถามว่าคุณทำอะไร เขาตอบว่าเป็นช่างซ่อมบำรุง แผนกช่างอ๊อกเหล็ก ข้าพเจ้าจึงถามต่อว่าเขามีใจกับป้าแก้วหรือไม่ เขาบอกว่ามี เขามีใจ มีฝีมือ แต่ไม่มีเครื่องมือ ข้าพเจ้าจึงตั้งคำถามในวงนี้อีกว่า ใครมีเครื่องมือ คุณลุงที่มีผมขาวโพลนทั้งศีรษะคนหนึ่งยกมือ ข้าพเจ้าจำได้ทันทีว่าเป็นคุณลุงคนเดียวกับที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งได้พบเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ลงพื้นที่ครั้งแรก

 วันนี้คุณลุงดูสดชื่นและมีรอยยิ้มมากขึ้น แต่ดวงตายังคงเห็นไม่ชัดด้วยอาการข้างเคียงของโรคเบาหวาน  แต่เรื่องน้ำใจนั้นชัดเจนมาก คุณลุงบอกว่ามีเครื่องมืออ๊อก และจะให้ใช้โดยไม่คิดมูลค่า ชายหนุ่มช่างอ๊อกก็บอกว่าเขาทำให้ฟรี ไม่มีค่าตัว ป้าแก้วได้ยินเท่านั้น น้ำตาไหลอาบแก้ม รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน  เรื่องจบลงด้วยดี ชุมชนของเขาสามารถพึ่งพาตัวเองได้ เพียงแต่ติดที่เขาไม่มีตัวเชื่อม


 ถ้าคนในชุมชนคิดที่จะพึ่งพาตัวเอง มีความสุขเพราะจิตที่คิดจะให้ แบ่งปันเวลาและพลังงาน และสิ่งที่เขามีอยู่เพื่อจะช่วยเหลือกันนั้นเอง สิ่งดีๆ ก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน 

ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์ "