
คิดสวนทาง - Motive
คิดว่าหลายท่านที่เป็นแฟนกันในคอลัมน์ "คิดสวนทาง" นี้คงมีโอกาสได้เข้าคอร์สภาษาอังกฤษของ คุณเฉลิม จาก YouTube ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้ายังไม่ได้ชมก็ควรรีบขวนขวายเข้าไปชมให้ได้นะครับ ดูแล้วได้ความรู้และผ่อนคลายเป็นอย่างมาก จากที่ผมกำลังตันไม่รู้จะเขียนเรื่อ
Motif, Motive และ Motiv เป็นคำคำเดียวกันในภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมันตามลำดับ มักจะพบเห็นบ่อยในหนังสือตำราทางดนตรีที่มักจะใช้กัน แตกต่างกันไปตามแต่ผู้เขียนจะนิยมใช้ภาษาอะไร แต่มักจะใช้เป็นภาษาฝรั่งเศสมากกว่าเพื่อให้แตกต่างจากภาษาอังกฤษที่จะให้ความหมายกว้างกว่า Motif หมายถึงความคิดทางดนตรีในหน่วยที่เล็กที่สุด ซึ่งก็คือทำนองสั้นๆ ที่เป็นรากฐานทางความคิดที่ก่อให้เกิดเพลงนั้นๆ ขึ้นมา จากหน่วยความคิดเล็กๆ นี้สามารถนำมาขยายดัดแปลง ให้กลายเป็นเพลงใหญ่ๆ ขนาดซิมโฟนี (Symphony) ได้เลยทีเดียว
มีเรื่องเล่ากันว่าขณะที่ "เบโธเฟน" (Beethoven) กำลังประสบกับประสบการณ์ที่เรียกว่า Writer’s Block คืออาการตันทางความคิด คิดอะไรไม่ออก ถ้าเป็นนักแต่งเพลงก็คิดทำนองไม่ออก ถ้าเป็นนักเขียนก็คิดเรื่องที่จะเขียนไม่ออก อารมณ์ที่สุนทรีย์ที่เคยมีอยู่ดีๆ ก็หายไป ประสบการณ์แบบนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ กับผู้ที่ทำงานด้านศิลปะ เป็นช่วงขณะหนึ่งที่พยายามอย่างไรก็ไม่ออก หรือได้ทำนองหรือความคิดมา ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้หรือลึกซึ้งโดนใจมากกว่านี้ พอมีคนมาเคาะที่ประตูเสียงดัง "ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก-ก๊อก" แค่นั้นแหละ บทเพลงอันยิ่งใหญ่ก็ได้อุบัติขึ้นมาบนโลก เสียงเคาะประตูนั้นกลายเป็น Motif หลักของซิมโฟนี หมายเลข 5 (Beethoven’s 5th Symphony, f.p. Vienna, 22 Dec. 1808) ที่โด่งดังของเขามาจวบจนทุกวันนี้
มีอีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมมักจะนำมาใช้เป็นตัวอย่างในการอธิบายคำว่า Motif ในทางดนตรีนี้ และก็พบว่านักศึกษาส่วนมาก แม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องดนตรีมาก่อน ก็สามารถตอบได้ถูก ซึ่งผมมั่นใจว่าท่านผู้อ่านก็จะตอบได้ถูกเหมือนกันเพราะเป็น Motif ของเพลงที่คนทั้งโลกรู้จักกันดี เพลงนี้มี จังหวะเป็น 2/4 ลองตบมือตามให้จังหวะคงที่
"หนึ่งและส อ ง / หนึ่งและส อ ง / หนึ่งและสองและ/หนึ่งและส อ ง" คำว่า ส อ ง ให้ออกเสียงยาวหน่อย นึกออกแล้วใชมั้ยครับ ก็คือเพลง "จิงเกิลเบลล์" นั่นเอง
ถ้าใครได้มีโอกาสเข้าไปชมการตัดต่อ "เฉลิม แร็พ" ใน YouTube ก็จะพบว่าผู้ตัดต่อ ที่ใช้นามแฝงว่า "ขลุ่ยมรณะ" ได้สร้างผลงานชิ้นโบแดงขึ้นมาอีกผลงานหนึ่งแล้ว ที่สำคัญบรรยากาศทางการเมืองที่ยังร้อนฉ่าอยู่ได้ผ่อนคลายลงไปมากทีเดียว สำหรับทุกท่านที่ได้ชมผลงานแบบนี้ ก็มีทำขึ้นอยู่บ่อยๆ ในต่างประเทศ ผู้ที่ถูกนำมาล้อเลียนมากที่สุดเห็นจะเป็นอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช บางเรื่องใช้ชื่อเรื่องแรงๆ อย่างเช่น “George W Bush-American Idiot” เลยที่เดียว ก็ต้องทำใจเมื่อเสนอตัวเองมาทำงานแล้วก็ต้องกลายเป็นบุคคลสาธารณะ ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันไป ตามระเบียบ
สำหรับงานของคุณ "ขลุ่ยมรณะ" นั้น ผมคิดว่าเรื่อง "แม้ว แร็พ" จะลงตัวมากกว่า Motif สำคัญที่นำมาใช้คือคำว่า "โน" (No) ที่คุณทักษิณใช้ตอบผู้สื่อข่าว โดยตอบแบบไทยๆ แบบเวลา เราจะปฏิเสธหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องใดเรามักจะใช้คำว่า "ไม่" หลายๆ ครั้งเช่น "ไม่ ไม่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย" เวลาเป็นภาษาอังกฤษเลยออกมาเป็น "No no no n...o n.......o" และก็นำคำนี้มาตัดต่อได้อย่างลงตัวมาก จังหวะจะโคนเข้ากับดนตรีที่ใช้เป็นแบ็กกราวนด์ แล้วก็เลือกระดับเสียง (pitch) เข้ากับคีย์ของเพลงได้อย่างพอดี มีคนคลิกเข้าไปชมล้านสองแสนกว่าคนแล้ว
ส่วนของคุณ "เฉลิม" คำที่สำคัญที่นำมาใช้เป็น Motif ได้แก่คำว่า "เป็ด เป็ดเหลิม วี้ด... บุ้ม" ส่วนทีเด็ดมีสองตอน ตอนที่หนึ่งช่วงที่ คุณเฉลิม พูดภาษาอังกฤษ อยากให้สังเกตภาพของเจ้าหน้าที่ ที่ทำการแปลเป็นภาษามือ (Sign Language) ให้คนหูหนวกฟัง เพราะทุกครั้งที่มีคำภาษาอังกฤษออกมา เจ้าหน้าที่จะทำหน้าอึ้งเพราะแปลไม่ถูก ยืนเป็นใบ้ไปเสียเอง แล้วมักจะมีการตัดภาพ เปลี่ยนผู้แปลอยู่บ่อยๆ ในช่วงดังกล่าว เรียกว่าคนเดียวเอาไม่อยู่ก็แล้วกัน ช่วงที่สองที่ประทับใจมาก ก็เป็นช่วงที่ "หมอเหวง" ถูก "คุณเฉลิม" ดุให้หยุดพูด หน้า "หมอเหวง" เหวอจนน่าสงสารมาก
ก็ต้องขอออกตัวเช่นเดียวกันกับ "คุณขลุ่ยมรณะ" ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่หรือคิดไปในทางร้ายอื่นใดเลย เป็นบุคคลสาธารณะแบบนี้ก็คงต้องทำใจ หรือจะมองว่านี่เป็นกระจกอีกด้านให้ มองดูตัวเองก็ได้นะครับ
"จิรพรรณ อังศวานนท์"



