บันเทิง

Asia Pop ในหนังยุคใหม่ 
สู่แรงกระเพื่อมธุรกิจบันเทิง

Asia Pop ในหนังยุคใหม่ สู่แรงกระเพื่อมธุรกิจบันเทิง

18 มิ.ย. 2553

หนังที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่ผมอยากดูก็คือ “เราสองสามคน” นั้น นอกจากมีประเด็นในส่วนของการเดินทางแล้ว ยังน่าจะมีเรื่องของ triangle ที่ยุ่งกับคน 2-3 คนอยู่ด้วย (อันนี้ผมเดาๆ เอาจากโปสเตอร์หนัง) ค่ำวันจันทร์ที่ผ่านมา หนังรอบสื่อก็ชนกับโปรแกรม

  ประเด็นที่ขอพูดก่อนก็คือ ดาราในหนังซึ่งมีการใช้นักแสดงจากเวียดนามนั้น ดูจะสร้างความน่าสนใจให้แก่หนังไม่น้อยทีเดียว และนี่คือหนึ่งในการสะท้อนว่า บันเทิงของเอเชียนั้นได้หันหัวเต็มตัวโดยมีคลื่นลูกใหม่จากเวียดนาม ลาว ไต้หวัน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ที่อาจจะมาต่อสู้ไปกับสีสันของฮ่องกงและเกาหลีใต้ หรือก่อนหน้านั้นก็คือ ญี่ปุ่น

 เรื่องแบบนี้ทำให้รอยเท้าของเอเชียชัดขึ้นในธุรกิจบันเทิง โดยช่วงหลังเป็นอะไรคือความหมายของป๊อปสตาร์ล่ะ “ฮอลแลนด์-เดนมาร์ก” กับ “ญี่ปุ่น-แคเมอรูน” จนต้องตัดใจไปดูบอลแบบเสียดายหนัง แต่ผมจะดูแน่นอน เพราะว่าผู้กำกับคุณเรียว กิตติกร เป็นคนรุ่นใหม่แบบที่เราเคยคาดหวังได้จากคุณอาทิตย์ อัสสรัตน์, คุณเจ้ย อภิชาตพงศ์ วีระเศรษกุล และ คุณมะเดี่ยว ชูเกียรติ จากรักแห่งสยาม Taiwan Pop ที่นำทางไปก่อน หลังจากปล่อยให้เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นขายวัฒนธรรมบันเทิงจนเพลินมือ

 "ไต้หวัน" ที่กำลังจะไล่ตามเมืองหลวงป๊อปคัลเจอร์แห่งเอเชีย และกลายเป็น "ว่าที่" ผู้ผลิตดาราป๊อปเรียงเป็นทิวแถว คุณสมบัติของดาราเหล่านี้ได้แก่ แพ็กเกจภายนอกดูสวยงาม, ความรู้ด้านศิลปะ (สมัยใหม่) ที่มีคุณค่าต่ำและมีพรสวรรค์เพียงแค่ผิวเผิน ...มาตรฐานในการดำรงตำแหน่ง “ป๊อปสตาร์” ของปัจจุบันหมายความว่า คุณต้องเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง ผู้รับรองผลิตภัณฑ์ไปจนถึงผู้กำกับ พูดง่ายๆ ว่า คุณต้องทำทุกอย่างและแฝงตัวอยู่ทุกหนแห่งตั้งแต่ "ป้ายโฆษณาขนาดยักษ์" ไปจนถึง "จอแก้ว" และ "จอเงิน" ดาราไต้หวันวันนี้ คู่ควรกับตำแหน่งตามข้อบังคับพื้นฐานที่กล่าวมาข้างตนทุกข้อ ตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดคือ เจย์ โชว ชายหนุ่มที่เริ่มต้นด้วยการเป็นนักแต่งเพลงให้นักร้องชื่อดัง ก่อนจะปล่อยอัลบั้มของตัวเองออกมาในปี

 ก่อนหน้านี้ เจย์ โชว กลายเป็นศิลปินเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เริ่มต้นจากการขายอัลบั้มและบัตรคอนเสิร์ตหมดเกลี้ยง จากนั้นจึงปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์งบประมาณสูง รวมถึงเรื่องเด่นอย่าง

 สิ่งเดียวที่ดาราอันดับ 1 ผู้นี้ขาด คือ การผันตัวเป็นไอดอลในละครดราม่า ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั่วไปในหมู่คนไต้หวัน
 อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีดารามากหน้าหลายตาช่วยเติมช่วงว่างในวงการสื่อบันเทิงดังกล่าวให้เต็ม พวกเขากวาดต้อนแฟนคลับทั่วทั้งภูมิภาคเริ่มตั้งแต่ฮ่องกงจนถึงมาเลเซีย และตลอดภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เว้นแม้แต่จีนแผ่นดินใหญ่

 นอกเหนือจากบางทีสาเหตุที่ฮ่องกงถูกแซงหน้านั้น
 แม้ฮ่องกงจะตามหลังไต้หวันอยู่หลายก้าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฮ่องกงกำลังค่อยๆ หายไปจากวงการป๊อป ดาราดังอย่าง แม้ยังมีคนจำนวนมากที่เถียงว่าดาราฮ่องกงมีความสามารถมากกว่าชื่อเสียงด้านลบ

 ซึ่งที่สุดจะไม่ใช่แค่ไต้หวัน เพราะแรงกระเพื่อมที่ค่อยๆ แรงขึ้น ก็คือ การโถมตัวของ 2000 ระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา Curse of the Golden Flower ผลงานกำกับของจางอี้โหมว (Zhang Yimou) ร่วมกับนักแสดงดังได้แก่ โจวเหวินฟะ และ กง ลี่ ภาพยนตร์เรื่องต่อมา คือ Secret ที่เขาเขียนบท กำกับ และแสดงนำด้วยตัวเองทั้งหมด (จนเกือบล้น) พร้อมทั้งจับความสนใจของเอเชียทั้งทวีป รายนามของดาราเหล่านี้

 ได้แก่ เหยียน เชิง ฉวี่ (เจอร์รี่), จู เสี้ยว เทียน (เคน), โจว ยู่ หมิง (วิค) และ อู๋ เจี้ยน หาว (แวนเนส) รู้จักกันทั่วในเป็นกลุ่มนามว่า F4 และกลายเป็นชื่อติดปากคนทั่วไปจากละครเรื่อง Meteor Garden เรียกได้เต็มปากว่าพวกเขาเป็นดราม่าไอดอลกลุ่มแรกที่เอาชนะขอบเขตภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้อย่างงดงาม

 ความโด่งดังของกลุ่มนักร้องหน้าใสสี่คนเรียกได้ว่าเป็น “บันเทิงส่งออก” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไต้หวัน F4 โด่งดังถึงขั้นที่ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวแต่งตั้งให้เป็นทูตการท่องเที่ยวประจำตลาดญี่ปุ่นและเกาหลี

 ดาราดังทั้ง 4 คนประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่ป๊อป คัลเจอร์ดูจะ "โตวันโตคืน" เห็นได้จากตั๋วการแสดงของ F4 ทั้งหมด 3 หมื่นใบกับการแสดง 3 คืนในเดือนนี้ ณ แดนปลาดิบที่ขายหมดภายในเวลาครึ่งชั่วโมงแรกของการเปิดขายบัตร F4 ก็เหมือนกับ "เจย์ โชว" ที่แผ่กิ่งก้านสาขางานบันเทิงจากวงการดนตรีไปสู่วงการภาพยนตร์

 ทั้งคู่ไม่ใช่แค่เพียงศิลปินไต้หวันที่ดึงดูดความสนใจของเอเชียไปยังเกาะเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ป๊อปคัลเจอร์ ของไต้หวันนั้น ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความนิยมของนักร้องและดาราที่ขยายวงกว้างเกินพื้นที่จำกัดของเกาะเล็กๆ

 ในแบบที่ฮ่องกงซึ่งเป็นเพื่อนบ้านและคู่แข่งทางวัฒนธรรมไม่เคยทำสำเร็จ F4 และ เจย์ โชว ศิลปินอย่าง หลัวจื้อเสียง (Show Luo), โจลิน (Jolin Tsai), เรนนี่ หยาง (Rainie Yang), S.H.E, วัง ลี ฮอม (Wang Lee Hom) และอีกมากมายได้กลายเป็นชื่อติดปากผู้คนในปัจจุบัน

 และแน่นอนว่า มันคือช่วงของการหมดยุคดาราฮ่องกงอย่าง หลิวเต๋อหัว, จางเซียะโหย่ว และ เฟย์ หว่อง ไปตลอดกาล

 อาจเป็นเพราะความขาดแคลนศิลปินฮ่องกงหน้าใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองฐานแฟนเพลงที่สื่อสารด้วยภาษาจีนแมนดารินและจีนกวางตุ้ง อีกทั้งการเรียกความสนใจจากคนส่วนใหญ่ในทวีปไม่ใช่เรื่องหมูๆ Twins, Cecilia Cheung, Nicolas Tse, Edison Chen และ Shawn Yue ก็สร้างชื่อเสียงให้ตนเองด้วยการเข้าไปพัวพันในวงการสื่อปาปาราซซีที่รู้กันดีว่าจะมีก็แต่เรื่องฉาวๆ มากกว่าเรื่องพรสวรรค์ของแต่ละคน

 แต่ถึงอย่างไร ก็คงเทียบกับแพ็กเกจสวยงามจากฝั่งไต้หวันไม่ได้อยู่ดี Asia Pop นั่นเอง

"นันทขว้าง สิรสุนทร"