บันเทิง

กวนเพลงให้น้ำใส - หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล เพื่อ... ?

กวนเพลงให้น้ำใส - หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล เพื่อ... ?

17 มิ.ย. 2553

เทศกาลแจ๊สหัวหิน หรือ Hua Hin Jazz Festival เวียนกลับมาอีกครั้งในเดือนนี้ โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 มิถุนายน ณ ชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

 ระยะนี้ เมื่อมีโอกาสพบปะกับใครๆ คำถามแรกสุดที่ได้รับ จึงหนีไม่พ้น “ไปงานแจ๊สหัวหินหรือไม่” คำถามลำดับถัดมา “ทำไมระยะหลัง หัวหินแจ๊สจึงดูเงียบเชียบกว่าที่เคย” ตามด้วยคำถามสุดท้าย “จะพลาดอะไรหรือไม่ หากไม่ไปดูในปีนี้”

 ผมไม่คิดว่าตัวเองเชี่ยวชาญหรือเป็นผู้สันทัดกรณีอะไร แต่ด้วยเคยผ่านการชมหรือร่วมสัมมนาในเทศกาลดนตรีต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศมาพอสมควร และมีความรักผูกพันกับเทศกาลแจ๊สหัวหินตั้งแต่จุดเริ่มต้น อยากเห็นเทศกาลนี้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จึงขออนุญาตแสดงความเห็นไว้ ณ ที่นี้

 คำถามแรกนั้น ผมตอบกลับไปว่า ปีนี้จะขอกลับไปเยือนอีกครั้ง หลังว่างเว้นจากงานเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา 1 ครั้งในรอบ 7-8 ปี แต่โดยส่วนตัวไม่คาดหวังว่า จะพบอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เพราะเงื่อนไขที่ทำให้หัวหินแจ๊สเป็นเช่นนี้ ยังเหมือนเดิม

 ก่อนจะตอบคำถามที่สอง เราคงต้องกลับมามองมูลเหตุที่ทำให้ “หัวหินแจ๊ส” กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงชาวไทยอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นคอเพลงแจ๊สหรือไม่ก็ตาม ด้านหนึ่งนั้นน่าจะมาจากการทุ่มงบประมาณด้านสื่อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่ง  ทั้งโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จนทำให้ภาพลักษณ์ของหัวหิน ผูกติดกับเครื่องดื่มยี่ห้อนี้อย่างแนบแน่น

 ลำพังงบประมาณของออแกไนเซอร์ที่รับจัดงาน คงไม่สามารถทำให้ภาพลักษณ์หัวหินแจ๊ส เป็นที่รู้จักในวงการได้มากขนาดนี้ ดังนั้น เมื่อต่อมามี พ.ร.บ.สุราออกมาควบคุม ย่อมทำให้กิจกรรมทางดนตรี โดยผู้สนับสนุนเหล้าเบียร์ต้องยุติลงไปโดยปริยาย

 หัวหินแจ๊สเฟสติวัล จึงดำเนินการกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นที่รู้จักในแวดวงคนที่ติดตามข่าวสารอย่างที่เห็นในปัจจุบัน  ซึ่งโอกาสจะกลับมาดังเปรี้ยงปร้าง ย่อมขึ้นอยู่กับการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อีกก้อนหนึ่งของบรรดาสปอนเซอร์ทั้งหลายว่าจะทุ่มให้มากน้อยแค่ไหน ดูแล้วเป็นไปได้ยาก เท่าที่เห็น ก็มีเพียงการดำเนินงานในส่วนของออแกไนเซอร์เท่านั้น

 คำถามสุดท้าย ผมคิดว่า ทุกๆ การแสดงดนตรีไม่ว่าจะเทศกาลไหนก็ตาม น่าจะมีการเตรียมการของศิลปินอยู่พอสมควร โดยเฉพาะนักดนตรีแจ๊สไทย เพราะหัวหินถือเป็นเวทีสำคัญอีกแห่งหนึ่ง จากเวทีการแสดงระดับสาธารณะที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ดังนั้น จึงน่าจะมีโชว์หรือการแสดงที่น่าสนใจ แม้ชื่อของศิลปินอาจจะดูซ้ำๆ กับทุกๆ ปีก็ตาม

 เหนือจากประเด็นปรากฏการณ์ที่เห็นๆ กันอยู่ หรือเนื้อหาการแสดงดนตรี ผมว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น และเป็นเรื่องลึกลงไปในระดับโครงสร้าง คือ “อุปสรรค” ที่ทำให้อุดมคติที่แท้จริงของหัวหิวแจ๊สไม่สามารถเกิดขึ้นได้

 สาเหตุหลักๆ มาจากผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบาย องค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานราชการระดับจังหวัดที่ยังมอง “หัวหินแจ๊ส” เป็นเพียงงานอีเวนท์ที่สำคัญแค่ “เปลือก” แต่ไม่สนใจ “แก่นแท้” ของตัวงานในฐานะกิจกรรมทางวัฒนธรรม ที่ยกระดับเป็นกิจกรรมระดับโลกได้

 โดยปกติการจัดงานในเมืองต่างๆ ทั่วโลก เจ้าเมือง ผู้ว่าการนคร หรือบรรดาเมเยอร์ทั้งหลาย ต้องออกมาทำหน้าที่ร่วมผลักดันหลัก ร่วมอุทิศแรงกายแรงใจและงบประมาณเพื่อให้งานสัมฤทธิผล

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนั่นเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เน้นคุณค่าทางศิลปะ ซึ่งเป็น “แก่นแท้” ของงาน ที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรกในฐานะ “ต้นน้ำ” หรือ “อัพสตรีม” ก่อนจะมานั่งคิดถึงการหาเงินหารายได้ จากวงจรเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่อง “ปลายน้ำ” หรือ “ดาวน์สตรีม”

 เท่าที่เห็น ผมคิดว่าคนทำเรื่องนโยบาย “หัวหินแจ๊ส” ยังมีวิสัยทัศน์ไม่มากพอ เพราะมัวคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์ รายได้ การหาเงินในรูปแบบต่างๆ หรือธุรกิจท่องเที่ยว แทนที่จะคิดว่าเราจะปักธง “หัวหินแจ๊ส” บนแผนที่โลกได้อย่างไร ทำอย่างไรเทศกาลดนตรีของเราจะปรากฏในไดเร็คทอรีของเทศกาลแจ๊สโลก เราจะสร้างเสริมบรรยากาศของการเป็นเมืองที่จัดงานแจ๊สได้อย่างไร

 ทั้งหมดนี้ยังเกี่ยวพันถึงการสร้างเสริมวัฒนธรรมการฟังเพลงของคนไทย และการสร้างเสริมบรรยากาศเพื่อมิให้เทศกาลนี้ได้ชื่อว่า “เป็นงานที่มีแต่คนมานั่งคุยกันเสียงดังที่สุดในโลก”

 เพราะคนฟังเพลงตัวจริง คนฟังคุณภาพทั้งหลาย ต่างเข็ดขยาดที่จะไปเที่ยวงานกันแล้ว เพราะสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย

"อนันต์ ลือประดิษฐ์"