บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ไม่เป็นเรื่องไม่เป็น "ลาว"

คมเคียวคมปากกา - ไม่เป็นเรื่องไม่เป็น "ลาว"

16 มิ.ย. 2553

สัปดาห์ที่แล้ว ได้อ่านข่าวดีเจวิทยุกลุ่มหนึ่งเปิดประเด็นดาราสาวหยามหมิ่น "คนอีสาน" หรือ "คนลาว" จึงเรียกร้องให้ดาราคนนั้นออกมาขอโทษคนอีสาน

 เพื่อนชาวอีสานหลายคนอ่านข่าวนี้แล้วก็ให้ความเห็นสั้นๆ ว่า "บ่เห็นมีหยัง"
 ว่ากันว่า ประเด็นคนอีสานถูกดูหมิ่นเหยียดหยามนั้นได้รับการสะสางลงไปมากแล้ว จนแทบจะไม่มีความเห็นต่างในเรื่องดังกล่าว

 ที่สำคัญ คนอีสานบางกลุ่มกลับพลิกเรื่องปมด้อยให้เป็นปมเด่น ด้วยการทำมาหากินกับมุกตลก "เหยียดลาวหยันลาว"

 อีกด้านหนึ่ง เพลงลูกทุ่งอีสานได้กลายเป็น "กระแสครอบงำ" ตลาดเพลงทุกภาค หรือ "หม่ำ จ๊กมก" สร้างหนังตลกภาษาอีสานได้เงินร้อยล้าน เรื่องล้อเลียนปมด้อยคนอีสาน ก็ไม่มีใครให้ความสนใจอีกต่อไป

 เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งในเรื่องวัฒนธรรมระหว่าง "คนเมือง" กับ "คนอีสาน" ทำให้ "เพลงลูกทุ่งหมอลำ" มีสภาพเป็น "เพลงชั้นสอง" ของวงการลูกทุ่ง

 ความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจ ความแตกต่างระหว่างชนชั้น ยังส่งผลให้แรงงานพลัดถิ่นกลายเป็น "คนชั้นสอง" ในสังคมเมืองใหญ่

 การทลายกำแพงชนชั้นดังกล่าวลงไปได้ในวันนี้ ต้องให้เครดิต "กลุ่มโฆษกวิทยุชาวอีสาน" นำโดย ครูสุรินทร์ ภาคศิริ หรือ "ทิดโส สุดสะแนน" ที่เพียรพยายามเปิดแนวรุกทางด้านวัฒนธรรมอีสานในกรุงเทพฯ จนเป็นที่ยอมรับของทุกชั้นชนในสังคมไทย

 ครูสุรินทร์ และเพื่อนผองพี่น้องอีสานในเมืองหลวง ฟันฝ่า "กระแสเหยียดลาว" ด้วยความอดทน และรอคอยความเข้าใจจากทุกฝ่าย

 ดีเจรุ่นลูกรุ่นหลานที่พูดอีสานปนไทยแบบตลกโปกฮาในคลื่นเพลง พ.ศ.นี้ คงไม่ทราบหรอกว่า กว่าที่จะครูสุรินทร์จะ "เว้าลาว" ในคลื่นเอฟเอ็มได้เต็มปากเต็มคำนั้น ต้องเจอแรงเสียดทานอะไรมาบ้าง

 เอาง่ายๆ สมัยโน้น "เพลงลาว" (หมอลำ) หรือโฆษกอีสาน เปิดได้ พูดได้เฉพาะคลื่นเอเอ็ม เพราะคลื่นเอฟเอ็ม เป็นเรื่องของนักจัดรายการเพลงสตริง และเพลงสากล

 ไม่ต้องย้อนไปถึง 30 ปี เอาแค่เมื่อ 13 ปีที่แล้ว มีนายทุนคนหนึ่งทำคลื่นเพลงลูกทุ่ง ยังสั่งห้ามดีเจเปิดเพลงลูกทุ่งอีสานและหมอลำ

 ตอนหลังค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ทำเพลงลูกทุ่งอีสาน ต้องการใช้สื่อมากขึ้น จึงเจรจากับนายทุนคนนั้น ขอใช้ช่องทางเผยแพร่เพลง เสี่ยคนดังจึงยอมให้เปิดเพลงคนชั้นสองในคลื่นของเขาได้

 เม็ดเงินโฆษณาเรือนล้าน ทำให้เสี่ยคนดังกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมให้เพลงลาวเข้าไปโลดแล่นในคลื่นเอฟเอ็มของเขาได้

 พอมาถึง พ.ศ.ปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล "คลื่นเอฟเอ็ม" หรือคลื่นวิทยุชุมชนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ซึ่งดีเจส่วนใหญ่ก็เป็นคนอีสาน บางคราวเปิดวิทยุฟัง ยังหลงคิดว่าตัวเองอยู่ในภาคอีสาน เพราะมีแต่คลื่นเพลงหมอลำ

 ฉะนั้น ผมจึงไม่เห็นประเด็นที่ดีเจกลุ่มหนึ่ง ลุกขึ้นมาเรียกร้องปกป้องศักดิ์ศรีคนอีสานจากกรณีคำพูดของดาราสาวคนนั้น เพราะความจริงในวันนี้ "คนบ้านเฮา" ต่างหากที่ทำให้ "เกียรติภูมิคนอีสาน" ถูกหยามหมิ่น

 คนบ้านเฮา...จำนวนไม่น้อยที่ "ขายปมด้อย" ของเผ่าพันธุ์ตัวเอง ผ่านสื่อทีวี และภาพยนตร์
 ดีเจคนบ้านเฮาบางคน ที่ "เว้านัวหัวม่วน" แบบเกินเลย และเลอะเทอะผ่านคลื่นเอฟเอ็ม...ดีเจพวกนี้ต่างหากที่คนอีสานจะต้องลุกขึ้นมาประท้วง

 เพราะทำให้ภาพลักษณ์คนอีสาน กลายเป็น "คนไร้สาระ" เอาแต่ตลกโปกฮาไปวันๆ ไม่เป็นเรื่องไม่เป็น "ลาว" ที่มีมันสมอง!

"บรรณวัชร"