
"หนุ่ม กรรชัย" เปิดใจปมบริจาค 1 ล. ลั่นไม่หวังลดหย่อนภาษี อยากช่วยปชช.
"หนุ่ม กรรชัย" เข้าให้ปากคำ ยันบริจาค 1 ล้าน ด้วยใจไร้เจตนาลดหย่อนภาษี ลั่นหากถูกใช้ผิดจุดคงเสียความรู้สึก วอนผู้เกี่ยวข้องพูดความจริง
3 พ.ย. 2569 หนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ จากกรณีที่เคยบริจาคเงินจำนวน 1 ล้านบาทให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี
หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า วันนี้นำหลักฐานเป็นสลิปโอนเงินมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ ซึ่งตนเคยร่วมบริจาคเงิน 1 ล้านบาท ครั้งเดียวเมื่อ ก.ย. 2569 โดยมีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือ คาดว่าเป็นอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ขณะนั้นตัดสินใจโอนเงินไปโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า และไม่ได้บอกใครเป็นพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าพี่น้องประชาชนทางภาคเหนือกำลังเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
นอกจากบริจาคเงินให้มูลนิธิองค์กรทำดีแล้ว ตนยังเคยบริจาคเงินเช้าบัญชีส่วนตัวของคุณกันจอมพลังอีก 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในลักษณะเดียวกันด้วย
ส่วนความรู้สึกเงินบริจาคดังกล่าวถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น สร้างคฤหาสน์ หรือ ใช้จ่ายส่วนตัว หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า จริงๆไม่ได้ติดใจ เอาไปทำอะไรในมูลนิธิ แต่หากสุดท้ายผลการตรวจสอบออกมาว่าเป็นเช่นนั้นจริง และถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็คงจะรู้สึกผิดหวังและเสียความรู้สึก เนื่องจากในสลิปและวัตถุประสงค์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นการ "สมทบทุนฟื้นฟูน้ำท่วม" แต่จนถึงตอนนี้ความรู้สึกที่ตนได้บริจาคให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีนั้น ไม่ได้เป็นความรู้สึกแย่ เพราะว่ายังไม่ได้มีการฟันธงหรือออกมาบอกชัดเจนว่า เงินที่ตนบริจาคไปนั้นนำไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์
ส่วนเสียดายเงิน 1 ล้านบาท หรือไม่ หนุ่มกรรชัย ระบุว่า ส่วนตัวตนบริจาคไปแล้ว ไม่เสียดาย แค่รู้สึกว่าเราทำบุญไปแล้วส่วนหนึ่ง หากเอาไปใช้ทางไม่ควรก็เป็นสิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ
ส่วนจะรู้สึกผิดหวังหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเงินถูกนำไปใช้จ่ายในช่วงเวลาใด หรือถูกนำไปใช้ในลักษณะใด จึงยังไม่อยากตัดสินในตอนนี้ แต่หากท้ายที่สุดพบว่ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง โดยเงินที่ตนระบุชัดเจนว่าบริจาคเพื่อสมทบทุนฟื้นฟูน้ำท่วม กลับถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน ก็ย่อมรู้สึกผิดหวัง เพราะหากนำไปซื้อบ้าน ซื้อกระเป๋า หรือใช้จ่ายในเรื่องส่วนตัวที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ก็คงเป็นเรื่องที่ทำให้เสียความรู้สึก
เมื่อถามว่าบริจาคเพื่อต้องการจะลดหย่อนภาษีหรือไม่นั้น หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่า ไม่เคยคิดที่จะขอใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษี หรือนำเรื่องการบริจาคนี้ไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากในขณะนั้นมีความตั้งใจเพียงอย่างเดียว คืออยากช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเท่านั้น
เมื่อถามว่าทำไมดารา คนมีชื่อเสียง เลือกบริจาคให้กับ บุ๋ม ปนัดดา หนุ่มกรรชัย ระบุว่า เพราะความไว้ใจ แต่ตนไม่ได้บริจาคให้ บุ๋ม ปนัดดา คนเดียว คนอื่น มูลนิธิอื่นก็บริจาคด้วย แต่ถ้าจำเป็นต้องบริจาค ก็จะเลือกคนใกล้ๆตัวที่เห็นว่าลงพื้นที่และทำ
ส่วนความสัมพันธ์กับ คุณบุ๋ม ปนัดดา นั้น หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า รู้จักและสนิทกันมานาน เห็นกันมาตั้งแต่สมัยเด็กและวัยรุ่น ตนจึงรู้สึกเห็นใจและขอส่งกำลังใจให้ แต่อยากให้ทุกอย่างพูดกันตามข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความรู้สึกหรือทำให้รู้สึกแย่หรือไม่ หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า วันนี้ยังไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เพราะต้องรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังมีเพียงข้อกล่าวหาและหลักฐานบางส่วนที่อาจชี้ไปถึงตัวบุ๋ม แต่บุ๋มก็ยังมีสิทธิที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ
ส่วน บุ๋มปนัดดา จะยังสามารถกลับมาสนับสนุนหรือเชื่อมั่นในตัวบุ๋มได้หรือไม่ หากสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ทั้งหมด ซึ่งคงต้องใช้เวลา เพราะหากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่บุ๋มชี้แจงว่า ถูกหลอกจริง ก็ต้องให้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่การจะกลับมาได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในระยะเวลาอันสั้นคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ประชาชนเคยมีอาจลดลง และแม้จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้แล้ว ก็อาจยังต้องเผชิญกับคำครหาไปอีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องเงินบริจาคที่ประชาชนเคยมอบให้
ส่วนจะมีคำแนะนำอะไรถึงบุ๋มในสถานการณ์นี้หรือไม่ เป็นเรื่องที่แนะนำได้ยาก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคืออยากให้พูดความจริงทั้งหมด เพราะความจริงเป็นสิ่งที่จะปกป้องตัวเราเองได้ ไม่ว่าวันนี้จะทำผิดพลาดหรือไม่ก็ตาม หากพูดความจริง หากไม่ได้กระทำผิดก็จะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ แต่หากมีความผิดจริง การยอมรับความจริงก็อาจทำให้ความหนักกลายเป็นเบาได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่ได้กระทำลงไป
หนุ่ม กรรชัย ยังฝากถึง ก็อต อธิป ว่า อยากให้พูดข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะความจริงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคของประชาชน ซึ่งบางคนอาจมีฐานะยากจน มีรายได้เพียงวันละ 100-200 บาท แต่ยังยอมสละเงิน 100 บาท จากเงินที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย บางคนอาจต้องใช้เงินจำนวนดังกล่าวกินอยู่ได้ถึง 3-4 วัน แต่ก็ยังเต็มใจมอบให้เพื่อส่งต่อไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกลับไปคิดทบทวนว่า การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเหมาะสมหรือไม่
พร้อมฝากถึงบรรดามูลนิธิต่างๆ ทั่วประเทศ อยากให้ทุกมูลนิธิมีความโปร่งใสต่อสังคมด้วยการ เปิดเผยบัญชีรายรับ-รายจ่ายในทุกๆเดือน
"การลงพื้นที่ไปช่วยเหลือนั้นยากกว่าการเปิดเผยตัวเลขเสียอีก ถ้าในแต่ละเดือนมูลนิธิเปิดบัญชีให้ประชาชนเห็นเลยว่ารับเงินมาเท่าไหร่ ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ลงเว็บไซต์หรือเผยแพร่ให้ตรวจสอบได้ มันจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและตัดปัญหาข้อครหาไปได้ทั้งหมด เงินทองเป็นของประชาชน เมื่อเขารับมา 100 เขาก็ควรจะเห็นตัวเลขการใช้จ่าย 100 มันไม่ใช่เรื่องยากเลย"
อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ยังยืนยันว่า หลังจากนี้ยังบริจาคเพราะอะไรที่ได้มา ตนต้องคืนกลับให้สังคมบ้าง ตนมาอยู่จุดนี้ได้ เพราะสังคม และเชื่อว่ายังมีคนดีๆ ที่นำเงินบริจาคไปส่งต่อให้ถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริงอีกเป็นจำนวนมาก



