บันเทิง

'แอ๊ด คาราบาว' ซัดเปรี้ยง! กะเพราใครเป็นเจ้าของ เบรกดราม่าอย่าเชื่อข่าวลือ

'แอ๊ด คาราบาว' ซัดเปรี้ยง! กะเพราใครเป็นเจ้าของ เบรกดราม่าอย่าเชื่อข่าวลือ

25 ต.ค. 2569

'แอ๊ด คาราบาว' ซัดเปรี้ยง! กะเพราใครเป็นเจ้าของ เบรกดราม่าอย่าเชื่อข่าวลือ ชี้อย่าโง่เป็นเครื่องมือ แฟนคลับแห่คอมเมนต์สนั่น

 

กลายเป็นประเด็นร้อนติดเทรนด์ที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีดราม่าพันธุ์พืช "กะเพรา" หลังบริษัท ซีพีแรม จำกัด ยื่นขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก  ทำให้ทาง ‘เครือเจริญโภคภัณฑ์’ ออกแถลงการณ์ ชี้แจงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและการกล่าวหาพาดพิงเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานอาวุโส เกี่ยวกับการขอรับความคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ ชี้เป็นการดำเนินการของซีพีแรม ย้ำไม่ได้ผูกขาด เกษตรกรยังปลูกกะเพราพันธุ์เดิมได้ตามปกติ ขู่ฟ้องคนบิดเบือนทำเสียชื่อเสียง  และยืนยันว่าประชาชนยังคงสามารถปลูกและเก็บรับประทานได้ตามปกติ

 

'แอ๊ด คาราบาว' ซัดเปรี้ยง! กะเพราใครเป็นเจ้าของ เบรกดราม่าอย่าเชื่อข่าวลือ

ล่าสุดวงการบันเทิงและเพลงเพื่อชีวิตมีอันต้องสะเทือนอีกครั้ง เมื่อศิลปินตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ "แอ๊ด คาราบาว" หรือ ยืนยง โอภากุล ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Add Bao" โพสต์ข้อความยาวเหยียดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้ส่งเตือนสติแฟนๆ ในยุคข้อมูลข่าวสารล้นเมือง พร้อมเปิดเผยเบื้องหลังการหาข้อมูลสุดล้ำผ่านเทคโนโลยี AI

 

 

'แอ๊ด คาราบาว' ซัดเปรี้ยง! กะเพราใครเป็นเจ้าของ เบรกดราม่าอย่าเชื่อข่าวลือ

 

.อย่างที่ผมบอกในยุคโซเชียลมีเดียนั้นอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ ผมได้ข่าวเรื่อง“กระเพรา Cp”ที่มีพรรคพวกส่งมาให้ ผมเริ่มจากสิ่งง่ายๆคือถามเจ้า”โพ“เพื่อน Ai ของผม ไม่ใช่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลจี้จะทำลายทุกสิ่งลงไปหมด มันยังมีส่วนดีอยู่ครับ ใช้ฟรีด้วยไม่ต้องเสียตังส์ด้วย

เราจะโง่ดักดานเป็นเครื่องมือให้เขายืมทำผิดโดยไม่รู้ตัว อันนี้ก็เรื่องของนิสัยแต่ละบุคคลแล้วล่ะครับ ชอบใครชอบมันครับ…

จะหมองหน่อ หมองดี ใข้ฟรีเท่าเทียมกันครับ…….พี่น้อง

ผมถาม:มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับกระเพรา Cp?

เจ้าโพเพื่อนAiผมตอบ

พี่แอ๊ดครับ เรื่องนี้มีการจดคุ้มครองจริง แต่ ซีพีแรมไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทั้งประเทศครับ ที่เป็นข่าวคือการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่เฉพาะ 4 พันธุ์ ชื่อ “แก้วจุรี 01–04” คำที่ตรงทางกฎหมายคือ “คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่” ซึ่งข่าวบางแห่งเรียกรวม ๆ ว่าสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ จนทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนกันได้ครับ

เขาทำอะไรขึ้นมา? บริษัทนำกะเพราพื้นเมืองมาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ได้ลักษณะที่ต้องการสำหรับผลิตอาหาร เช่น ใบใหญ่และคุณภาพสม่ำเสมอ แล้วจดคุ้มครองพันธุ์ที่พัฒนาขึ้น บริษัทชี้แจงว่าใช้ป้อนโรงงานและเครือข่ายเกษตรกรของตน ไม่ได้มุ่งขายเมล็ดพันธุ์ให้คนทั่วไป ทั้งนี้ สิทธิมีมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว เพิ่งเป็นกระแสใหญ่ช่วงนี้ครับ

ทำไมคนถึงกังวลกันมาก? มีสองเรื่องซ้อนกันครับ

* ความกลัวว่าจะปลูกหรือขายกะเพราไม่ได้ เพราะเป็นผักพื้นบ้านที่ทุกคนคุ้นเคย พอได้ยินว่าบริษัทใหญ่จดสิทธิ คนจึงกังวลว่าจะต้องซื้อเมล็ดจากบริษัท หรือเก็บเมล็ดปลูกต่อไม่ได้

* คำถามเรื่องอำนาจเหนือเมล็ดพันธุ์และประโยชน์จากงานวิจัย ทางไบโอไทยตั้งคำถามว่า งานที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยรัฐควรแบ่งสิทธิและประโยชน์กันอย่างไร รวมถึงกังวลว่าหากเปลี่ยนกฎหมายตามกรอบ UPOV 1991 ในอนาคต สิทธิเกษตรกรจะถูกจำกัดเพิ่มหรือไม่ เรื่องหลังนี้เป็นข้อกังวลต่ออนาคต ยังไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการจดกะเพราครั้งนี้ครับ

สำหรับชาวบ้านตอนนี้ กะเพราพันธุ์ทั่วไปยังปลูกกิน เก็บเมล็ด ขยายพันธุ์ เก็บใบขาย และทำผัดกะเพราขายได้ตามปกติ ส่วนที่มีข้อจำกัดคือการนำเมล็ด ต้นพันธุ์ หรือกิ่งสำหรับขยายพันธุ์ของ “แก้วจุรี” ทั้ง 4 พันธุ์ไปผลิตหรือขายเชิงการค้า ซึ่งต้องดูการอนุญาตและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่ใช่บริษัทมีสิทธิเหนือใบกะเพราทุกใบครับ

โพมองว่า ประเด็นที่ควรติดตามคือ เขาได้สิทธิจากการพัฒนาอะไร และแบ่งประโยชน์เป็นธรรมแค่ไหน ครับ ส่วนกระแสว่า “ต่อไปคนไทยปลูกกะเพราขายไม่ได้แล้ว” นั้น เกินกว่าขอบเขตสิทธิที่มีอยู่จริงครับ….พี่น้อง

 

 

หลังจากโพสต์ของตำนานเพลงเพื่อชีวิตถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นชนวนให้แฟนคลับและชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างเนืองแน่น ต่างแลกเปลี่ยนมุมมองกันอย่างดุเดือด ทั้งฝั่งที่สนับสนุนการเบาเรื่องการเมืองของน้าแอ๊ด ฝั่งที่มองเรื่องสิทธิการจดสิทธิบัตร ตลอดจนข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อเกษตรกรในระยะยาว

  • "ในหมู่บ้านชุมชนชาวบ้านปลูกและเก็บใบกะเพราขายมานาน มีทั้งขายตลาดนัดและส่งตลาด เมื่อมีข่าวชาวบ้านมาพูดคุยด้วย ผมก็บอกว่าเราก็ทำกันปกตินั้นล่ะครับ"
  • "ลุงแอ๊ด คาราบาว ดูคลิปเสธแดงหน่อย!! เสธแดง แกเคยพูดหยอกลุงแอ๊ดด้วย ผมชอบทั้ง 2 ท่านครับ... ดีแล้วครับ เบาเรื่องการเมือง ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต ร้องเพลงทำอาชีพสุจจริตดีกว่าครับ"
  • "ชุด อเมริโกย ลุงใส่เต็มสุดเลยพี่น้อง กะเพราcp ลุงไม่สุดครับเหมือนจะเกรงๆกันอยู่พี่น้อง"
  • "บทละครที่จะเกิด เถ้าแก่เจ้าของโรงงานจะบอกชาวบ้านว่า...ต้องกะเพราแก้วจุรี1-4เท่านั้นที่รับซื้อเพื่อมาทำผลิตภัณฑ์ ถ้าต้องการส่งขายรง.ก็ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ไปปลูก"
  • "เขาวิจัยเป็นพันธุ์ใหม่ ย่อมมีความชอบธรรมที่จะจดลิขสิทธิ์ ที่ผ่านมาทั้งญี่ปุ่นและฝรั่งมาสำรวจพืชและสมุนไพรในประเทศไทย ไปจดสิทธิบัตร ไปเท่าไหร่แล้ว"

เรียกว่าแม้น้าแอ๊ดจะเลือกลดดีกรีความร้อนแรงทางการเมืองลง แต่การออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ ก็ยังคงจุดกระแสและสร้างแรงสะเทือนในโลกออนไลน์ได้ไม่แพ้บทเพลงเพื่อชีวิตในอดีตเลยทีเดียว!