
"พลอย เฌอมาลย์" เปิดใจหลังศาลยกฟ้องอดีต ผจก. ยันเดินหน้าอุทธรณ์
เจ็บแต่ไม่จบ "พลอย เฌอมาลย์" เปิดใจหลังศาลยกฟ้องอดีต ผจก. ยันเดินหน้าอุทธรณ์ ลั่น! ดูแลตัวเองดีๆนะคะ เจอกันโหนกระแส
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการบันเทิงอีกครั้ง สำหรับกรณีข้อพิพาทเรื่องเงินค่าจ้างระหว่างมัมตัวแม่ "พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์" พร้อมแก๊งเพื่อนดารา และอดีตผู้จัดการส่วนตัว "โน้ต-ชาคริยา สมุทรคีรี" ที่หลังจากฝ่ายอดีตผู้จัดการออกมาโพสต์แจ้งว่า ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องทั้งคดีแพ่งและอาญาในคดีฉ้อโกง ล่าสุดสาวพลอยได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือก ยืนยันเตรียมเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด
พลอย เผยว่า เรื่องราวนี้เกิดขึ้นมานานร่วม 3 ปีแล้ว ที่ผ่านมาตนเลือกที่จะเงียบเพราะอยากให้เป็นเรื่องภายในและปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมทำงาน แต่เมื่ออีกฝ่ายออกมาโพสต์ ตนจึงต้องออกมาชี้แจงในมุมของตัวเอง แม้จะเคารพคำตัดสินของศาล แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน, ลีเดีย ศรัณย์รัชต์, แอริน ยุกตะทัต และเพื่อนๆ จะถูกต้อง โปร่งใส หรือสุจริต
"ยอมรับว่าเสียใจและผิดหวังที่ศาลมองว่าหลักฐานยังไม่หนักแน่นพอ เพราะตอนเกิดเรื่องไม่ได้เตรียมตัวเก็บหลักฐานไว้ล่วงหน้า จุดที่ทำให้เสียเปรียบที่สุดคือการทำงานร่วมกันโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียง 'สัญญาใจ' แม้ในทางปฏิบัติทุกคนจะรับรู้ว่าเขาเป็นผู้จัดการก็ตาม"
นอกจากนี้ สาวพลอยยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมาทนายของคู่กรณีเคยติดต่อขอไกล่เกลี่ยมาแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง แต่ตนปฏิเสธเพราะต้องการความถูกต้อง
เมื่อถามถึงบรรยากาศการเผชิญหน้ากันที่ศาล สาวพลอยยอมรับว่าเจอกันตลอดแต่ไม่ได้พูดคุยกัน แต่สิ่งที่ทำให้ช็อกและเสียใจมากที่สุด คือการคำให้การของคู่กรณีต่อหน้าศาล
"เขาให้การกับศาลว่าเขาเป็นเพียง 'โบรกเกอร์' ไม่เคยเป็นผู้จัดการของ พลอย เฌอมาลย์ ส่วนการเอาเบอร์เขาขึ้นใน Instagram เขาบอกว่าเขาไม่เคยร้องขอให้ขึ้น ยอมรับว่าเจ็บและเสียใจมาก การขึ้นศาลมันห้ามโกหก พอได้ยินเขาพูดแบบนี้มันเหมือนตอกหน้า ช็อกและเสียใจจริงๆ"
สำหรับคดีความทั้งหมด พลอยระบุว่าของตนที่ศาลยกฟ้องมีเพียงกรรมเดียว แต่ในส่วนของ ลีเดีย มีประมาณ 30 กว่ากรรม และเมื่อรวมกับ แอริน จะมีสูงถึงประมาณ 70 กรรม ส่วนเพื่อนคนอื่นที่ไม่พร้อมดำเนินคดีเนื่องจากสู้ค่าทนายไม่ไหวและไม่อยากมีปัญหา
ส่วนกระแสข่าวเรื่องการไปออกรายการ โหนกระแส กับ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย สาวพลอยยืนยันว่า "ไปแน่นอน" แต่ขอรอให้กระบวนการทางกฎหมายในคดีของลีเดียและแอรินจบลงก่อน เพื่อไม่ให้กระทบรูปคดี โดยตั้งใจจะแท็กทีมจูงมือกันไปออกรายการ พร้อมเอ่ยติดตลกว่า "จะจูงมือน้องๆ ไปด้วย เป็นระบำดวงดาวค่ะ" ด้านสภาพจิตใจ พลอยยอมรับว่าย้อนกลับไปช่วงเกิดเรื่องใหม่ๆ ตนต้องเผชิญวิกฤตชีวิตหนักมาก เพราะกำลังป่วยเป็น "มะเร็ง" ร่วมด้วย ส่งผลให้จิตตกจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า น้ำหนักลดวูบไปถึง 13 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันสภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้นมากแล้ว ไม่เครียดเหมือนเดิม และคอยเป็นกำลังใจให้ลีเดียที่ต้องขึ้นศาลเรื่อยๆ พร้อมฝากข้อความทิ้งท้ายถึงคู่กรณีสั้นๆ แต่จี๊ดใจว่า "ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ"



