บันเทิง

"หนัง" ที่เกี่ยวพันกับ "บอลโลก"

"หนัง" ที่เกี่ยวพันกับ "บอลโลก"

11 มิ.ย. 2553

ไม่ใช่ "ฟีฟ่า" ที่กำลังขี่แอฟริกาใต้ไปสู่ธุรกิจบอลโลก (สามารถอ่านได้ในนสพ.กรุงเทพธุรกิจ) แต่ตอนนี้สินค้าทั้งทางตรง ทางอ้อม ต่างใช้ "ทางลัด" เพื่อเกาะกระแสเวิลด์คัพกันทั้งนั้น

 คืนนี้สามทุ่ม แอฟริกาใต้ 2010 กำลังจะเขี่ยลูกแล้ว ผมจะขี่กระแสบอลโลกบ้าง ด้วยการเสนอหนังที่น่าดู ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับบอลโลกจริงๆ หนังเรื่องนี้ชื่อว่า maradona ออกฉายในบ้านเราเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่โรง house

 และก็คาเติ่งอยู่อย่างนั้น เพราะไม่ค่อยมีคนดูมากนัก
 ผมดูเรื่องนี้ชอบมาก จึงไปตามซื้อ dvd เก็บไว้ เนื้อหาก็ตรงกับชื่อหนัง เพราะมาจากดีเอโก มาราโดนา เตี้ยมหัศจรรย์ที่อุ้มอาร์เจนตินาไปถึงแชมป์โลก 1986 ที่เม็กซิโก (ซึ่งถูกจัดว่าเป็นบอลโลกที่ดีที่สุดในแง่ของภาพรวม) ผมทันดูบอลโลกปีนี้พอดี เพราะตอนนั้นเรียนอยู่มัธยม

 แต่ดูจริงๆ ก็ปี 1978 ไล่เรื่อยมาถึง เปาโล รอสซี ที่เป็น 1982 ของเขา และเป็นนรกสำหรับ มาราโดนา ..พอทันดูแบบนี้ ก็เลยโตมากับบรรยากาศของ มาราโดนา ที่เขาเล่นบอลโลกถึง 4 ครั้ง (1982-1994) และจบลงด้วยการโด๊ปยาจนโดนแบนกลางทัวร์นาเม้นท์ ที่ USA 1994

 ในหนัง maradona เรื่องนี้ เป็นสารคดี documentary ติดตามชีวิตของนักบอลที่เก่งที่สุดในโลก (ในสายตาแฟนบอล) ทั้งด้านที่สว่างไสว (ความอัจฉริยะในสนาม การเถลิงแชมป์บอลโลกด้วยตัวเอง ความสำเร็จในฐานะเทพของชาวนาโปลี) และมุมที่อับชื้นดำมืด (ยาเสพติด, การมีสายสัมพันธ์กับมาเฟีย, ปัญหาชีวิตส่วนตัว) ซึ่งสองด้านนี้ หนังคละเคล้าจนออกมาในน้ำหนักที่ดี

 ในระหว่างที่หนังกำลังเล่าเรื่อง (ผ่านปากของมาราโดนาเอง) นั้น เราก็เห็นด้วยว่า มาราโดนา ยังมี "ริ้วรอย" ของคนที่ไม่อยู่ "กับร่องกับรอย" นัก มีอาการหลุดๆ ในการตามตัวเขามากองถ่ายอยู่

 ประเด็นสำคัญของหนังเรื่องนี้อยู่ที่การนั่งเล่าเรื่องบางเรื่องในอดีตของเขากับอังกฤษ ของเขากับ hand of god ของเขากับเกาะฟอล์กแลนด์ ของเขากับเม็กซิโก 1986 และของเขากับ USA 1994 ที่จบลงแบบปวดร้าว ยังไม่นับคดีในนัดชิงอิตาลี 1990 ที่เขาเล่าว่ามันเกิดจากอะไรในความคิดของเขา

 เปเล่อาจจะเล่นบอลโลกถึง 4 สมัย คว้าแชมป์ 3 ครั้งยิ่งใหญ่ และอยู่ในทีมฟุตบอลที่ว่ากันว่า ดีสุดยอดอันดับ 1 ของโลกด้วยบราซิล 1970 !

 แต่กลายเป็นว่า เมื่อมีการโหวตเลือกนักบอลแห่งศตวรรษ กลายเป็น "มาราโดนา" ที่แซงหน้า "เปเล่" เนื่องเพราะชีวิตเขาเป็นดราม่ามากกว่า เพราะหลังจากแจ้งเกิดกับบอลโลกเยาวชน 1978 ที่ญี่ปุ่น เขาก็ดูจะเกือบๆ ดับอยู่หลายครั้งกับพฤติกรรมตัวเอง

 ถ้ามองในมุมนี้ หรือดูจากมุมของหนังเรื่องนี้ คนของฟุตบอลโลก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มาราโดนา คนนี้คนเดียวเท่านั้น เนื่องเพราะเขามีเรื่องราวอื้อฉาวกับบอลโลกเยอะที่สุด บอลโลก 1978 เขาหลุดชื่อโค้งสุดท้ายเพราะ เมน็อตติ ตัดสินใจไม่เอาเด็กอย่างเขา

 1982 ไปกระโดดถีบ สติแตกใส่นักบอลบราซิลจนโดยไล่ออก
 1986 พีคสุดขีดกับฟอร์มเทพ
 1990 เกิดอาการหลุดในบอลโลก 1990 โดยเฉพาะนัดชิง ที่ดูสกปรกมากที่สุดนัดหนึ่ง จน มาราโดนา ออกมาก่นด่าว่ามีการล็อกผลไว้แล้ว

 1994 มาราโดนาขาลง กลับมาพยายามจะเล่น แต่หลังจากยิงอุรุกวัยร่วง วิ่งไปแหกเขี้ยวกับกล้อง เขาถูกจับตรวจว่าโด๊ปยาลงเล่น และถูกแบน

 ***มีหนังมากมายหลายเรื่องที่เล่าเรื่องของ มาราโดนา แต่เล่าจากมุมมองของผู้กำกับและคนที่เป็นแฟนบอล นักเขียน สาวก ฯลฯ

 แต่มีเรื่องนี้นี่แหละ ที่รวบเอาทั้งหมดมารวมไว้ โดยเฉพาะส่วนที่ไม่คิดว่าจะได้ดูก็คือ ภาพของเขากับขาใหญ่ทางการเมือง

 หนังใช้ความเป็น semi-documentary ที่เลี่ยงสีของดราม่า นั่นทำให้นักวิจารณ์ไม่จัดว่าหนังเรื่องนี้เป็น dramedy เพราะไม่ใช่หนังตลกที่ใช้สีของตลก และไม่ได้เป็น dramatic-realist ที่ใช้โทนจริงของ realist และใช้สีฉูดฉาดของ drama

 ผมมีหนัง dvd เกี่ยวกับฟุตบอลราวๆ 80 เรื่องในบ้าน และขอเลือกเรื่องนี้ว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เท่าที่มีอยู่
 ที่สำคัญยังมีขายในราคาแค่ 79 บาทเท่านั้น
 เป็น 78 บาทที่เล่าเรื่องของชีวิตนักบอลคนหนึ่ง
 ที่ถึงวันนี้ - ยังไม่เคยมีใครดีกว่าเขา

"นันทขว้าง สิรสุนทร"