บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - เขาใหญ่

คมเคียวคมปากกา - เขาใหญ่

11 มิ.ย. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๗

 ขนลุก...เมื่อฟัง “เขาใหญ่” ของ พงษ์เทพ  กระโดนชำนาญ อีกครั้ง  แม้จะเปิดฟังผ่านช่องทางโลกไซเบอร์ก็เถอะ  วิสัยทัศน์คีตกวีศรีชาวไร่ในฐานะชาวโคราช  เขามองเขาใหญ่ยิ่งใหญ่ยืนยาวมาหลายปีแล้ว  เพียงแต่...คงคาดไม่ถึงหรอก  วันนี้จะต้องออกมาขับขานเพลงนี้อีกครั้ง  ในฐานะผู้ร่วมคัดค้านการขยายถนนขึ้นเขาใหญ่  เขาใหญ่ที่ควรยิ่งใหญ่ยืนยาว  กำลังถูกย่ำยีขนานใหญ่ 

 “กว่าจะเป็นต้นไม้ยืนต้น  สูงหยัดหยัดยืนใหญ่โตงดงาม  เนิ่นและนานที่สั่งสมเป็นร่มเงา  ให้ดอกงาม  ยามที่คนนั้นต้องการ...กว่าจะเป็นสายธารล้นหลาก  ไหลระเริงหล่อเลี้ยงผู้คน  เนิ่นและนานที่ปลาน้อยร้อยเส้นใย  ว่ายถักทอเป็นธารทองให้ผู้ทุกข์ทน...คือเขาใหญ่  ถิ่นไพรพนา  ถิ่นสัตว์สาร่าเริง  ล่องลอยมีเสรี  มีเกสรร่อนงดงามตามความฝัน...ขอผองเราจงร่วมกัน  ปกป้องฝัน  ปกป้องธาร  บ้านพงไพร  เป็นเขาใหญ่ที่ยืนยาว...”   

 ศิลปิน  หรือคนรักธรรมชาติอย่างแท้จริงทั่วไป  มองป่าเขาเป็น “บ้านพงไพร”  มองเห็นที่มาที่ไปของระบบนิเวศ  ผู้คนต้องปรับตัวเองเข้าหาธรรมชาติ  จึงร้องขอให้ผองเราได้ร่วมกันปกป้องเพื่อ “เขาใหญ่ที่ยืนยาว”  ในทางตรงกันข้าม  คนรักธรรมชาติแต่เพียงลมปาก  กลับมองเห็นป่าเขาหรือที่ดินเป็นเงินเป็นทอง  ชี้นิ้วเอาตามใจ  ดัดแปลงธรรมชาติให้เข้ากับตัวเอง  ดังจะเห็นทุกวันนี้เขาเล็กเขาน้อยรายรอบเขาใหญ่จำนวนมาก  ต่างถูกถือครองแล้วปรับภูมิทัศน์ให้เป็นที่พักรองรับคนเมืองอยู่ทั่วไป  ยกสภาพแบบเมืองๆ ไปวางกลางป่าเขา  เพิ่งผ่านไปแถวนั้นมา  เขาเล็กเขาน้อยหลายลูกถูกไถเสียโล่งเตียน  เพื่อจะดัดแปลงให้เป็นอะไรสักอย่างตามใจเจ้าของ 

 ครับ  หลายที่หลายทางแม้จะเอื้อความสะดวกให้เราๆ ท่านๆ  แต่โดยส่วนตัวแล้วผมรู้สึกสลดหดหู่ใจเสมอ  ในฐานะคนไม่ชอบเล่นการเงินและเล่นการเมือง  พลอยมองเห็นวิธีคิดที่นำไปสู่หายนะ  ไม่เห็นความหวัง  ไม่เห็นแรงบันดาลใจ  อีกหน่อย “บ้านพงไพรแห่งเขาใหญ่ที่ยืนยาว” ก็จะย่อยยับอัปราให้แก่มนุษย์  ผู้กระหายบริโภคความสะดวกสบายอย่างไม่รู้จักพอ

 หลังไฟกลางใจเมืองสงบลงไปบ้าง (อาจชั่วครั้งคราว)  ข่าวเรื่องขยายถนนขึ้นเขาใหญ่ก็ปะทุขึ้นมา  เขาเล็กเขาน้อยถูกไถ  ไม้เล็กไม้ใหญ่ถูกโค่น  ปลุกให้หลายฝ่ายตื่นขึ้นมาประท้วงคัดค้าน  ขณะเดียวกัน  ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผลประโยชน์กลับดื้อรั้นดันทุรัง  โดยเฉพาะนักเล่นการเมืองหรือรัฐมนตรีหลายคน  ต่างออกมาตีค่าราคาไม้  บ้างว่าตัดไม้ไม่กี่ต้น  บ้างว่าถนนขึ้นเขาใหญ่แคบ  ทำให้รถติด  ต้องขยายให้รถไม่ติด  บ้างว่าการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดี  บ้างว่าชาวบ้านในพื้นที่สนับสนุนแล้ว  บ้างว่าจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการท่องเที่ยว...ฟังแล้วเศร้า  นักเล่นการเมืองหรือนักเล่นกำไรขาดทุน  เขาก็มักคิดอะไรได้แค่นี้  ไม่เห็นคิดถึง “บ้านพงไพร” ในอนาคตเลย

 ครับ  เรื่องมันยาว...ศุกร์หน้าค่อยว่ากันต่อ  ศุกร์นี้ขอปิดท้ายด้วยกลอนสักกลอน
 เขาใหญ่ใช่เขาน้อย  ขุนเขาคอยผู้คนข้าม
ขึ้นเขาลงเขางาม   ยามพวกเขารักเขาดี
 ท่องเที่ยวกระแทกทุน  ชุลมุนกระเทือนวิถี
ตีนใหญ่ยิ่งย่ำยี   ไปทุกที่ที่เหยียบยืน
 เที่ยวถนัดตัดถนน  ไม้ทุกต้นจึงขมขื่น
ผู้คนคะครึกครื้น   สัตว์แตกตื่นประหลาดตา
 ขึ้นเขาทำลายเขา  ยิ่งเข้าป่าทำลายป่า
ปากรักปากศรัทธา   แต่มือฆ่าใจทำลาย
 รักใดจากไหนเล่า  รักขุนเขาเข้าซื้อขาย
รักสัตว์ชี้สัตว์ตาย   รักป่าหมายชี้ไม้แพง
 เขาใหญ่หรือเขาน้อย  เงินจึงค่อยกองขึ้นแข่ง
หัวโล้นกี่เขาแล้ง   เงินยิ่งแรงแย่งยึดครอง
 ที่พักตากอากาศ  ชิงสามารถมันสมอง
ร้านรวงระเรืองรอง   ชิงจับจองท่องเที่ยวไป
 เที่ยวสนุกทุกข์ถนัด  ราษฎร์รบรัฐวิบัติสมัย
การเงินการเมืองใด   ย่ำเขาใหญ่เขาน้อยยับ!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"