
รัก 2 ปี "พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ" เปิดใจแต่งงาน "หมอปลาย" อยากมีทายาทด้วยกัน
ถ้าไม่กลัว พี่ก็แปลก "พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ" เปิดใจแต่งงาน "หมอปลาย" ก่อนกล้าจีบ เส้นทางรัก 2 ปี สินสอดอลังการ มูลค่า 50 ล้าน อยากมีทายาทด้วยกัน
หวานมากจนหลายคนอิจฉา สำหรับงานแต่ง "หมอปลาย พรายกระซิบ" กับคุณสามีนักธุรกิจ "พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ" วานนี้ 18 ก.ย. 69 ที่ตำนักชคินมาตา เปิดมูลค่าสินสอด เงินสด 5 ล้านบาท , ทองคำหนัก 500 บาท , แหวนเพชร 2 วง รวมมูลค้าสินสอด 50 ล้านบาท จนหลายคนอึ้งกันทั้งประเทศ
โดย "หมอปลาย พรายกระซิบ" กับคุณสามี "พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ" ได้แถลงข่าวเปิดใจถึงเส้นทางรัก 2 ปี ว่ารู้จักกันได้อย่างไร ฝ่ายชายกลัวหรือไม่ที่มีภรรยาเป็นหมอปลาย รวมถึงแพลนเรื่องลูก และทำไมสินสอดต้องมูลค่าอลังการขนาดนั้น
หมอปลาย : จริงๆเตรียมกันไว้พักนึงแล้วค่ะ แล้วก็ดูฤกษ์เอาไว้ แต่ว่าในช่วงปลายปีก็คือวันที่ 18 อ่ะ เป็นวันที่อยู่ในช่วงของพระพิฆเนศด้วย ก็เลยได้มีการบวงสรวง ทั้งพระพิฆเนศ พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ เหมือนการไหว้ครูไปด้วยในตัวค่ะ แล้วก็ได้ทำบุญบ้านด้วยค่ะ คำว่าฟ้าแลบ ก็ไม่ได้มีเหตุ คนไม่รู้ว่าเรามีความรัก ไม่ค่อยได้เปิดเผยเท่าไหร่ค่ะ ไม่มีอะไรเลยค่ะ ปกติเลยค่ะ แต่ว่าถึงช่วงเวลาอายุที่แบบ ตามประเด็นเลย 35 แล้ว ก็คิดนิดนึงว่าถ้านานไปกว่านี้คงจะมีน้องไม่ได้ (แล้วท่านยมฯ อนุญาตแล้ว?) ก็คงต้องอนุญาตแล้วค่ะ หามาให้แล้ว ก็ต้องจัดนิดนึงค่ะ (หัวเราะ) ถามว่าวันนี้ได้มีบอกท่านไหมว่าจะไปฝั่งปฏิบัติแล้ว ก็บอกตั้งแต่วันที่ก่อนได้ฤกษ์ค่ะ แล้วก็บอกทุกอย่าง ทำพิธีแบบถูกต้องทั้งหมดค่ะ
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์
หมอปลาย : เริ่มแบบยังงงอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเจอกันตอนไปทำงานที่กัมพูชา แต่ปลายก็จำพี่เขาไม่ได้ แล้วก็ไปเจอกันอีกทีหนึ่งที่ลาว ก็ยังจำไม่ได้ แต่ว่าได้ขึ้นทอล์กคู่กันเนาะ แล้วก็พี่เขาจำหนูได้ หนูจำไม่ได้ ได้คุยกัน ส่งไมค์กันอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ปลายเป็นคนความจำสั้น ก็เออ คนนี้พูดเยอะดี ความรู้สึกแบบพูดเยอะอ่ะ คนนี้ชื่อพันวาพูดเยอะ หนูก็จะเมมไว้ในใจ แล้วก็ถ้าสมมติเดินทางไปต่างประเทศ เวลาที่มีงาน ก็คิดว่าเออ น่าจะทำธุรกิจด้วยกัน แล้วน่าจะคล่องดี ไปกันได้อะไรอย่างเงี้ย ก็เลยนัดมาคุยงานกัน แต่ว่าก็คือแบบแอบโดนดุอ่ะ แบบไปสาย ไปถ่ายรายการของพี่เอ แล้วก็นัดกัน 6 โมง แต่ว่าหนูไป 4 ทุ่ม (หัวเราะ) สมควรดุใช่ป่ะคะ ก็เลยจำได้ว่าวันนั้นก็คือแบบ อารมณ์โดนด่า แต่ไม่ด่า แค่ดังลั่นร้านอาหารเลย แล้วทุกคนก็มายืนแบบว่าหมอปลายๆๆ อย่างเงี้ย แล้วคนนี้เขาก็ไม่เห็นว่าคนข้างหลังเขาเรียกทักหนู เขาก็เหมือนโดนด่า โดนผู้ชายด่าอะไรอย่างเงี้ย แต่ก็เราก็รู้ว่าเราทำผิดอ่ะค่ะ หลังจากนั้นก็คุย ก็รู้สึกขอโทษเขาในวันนั้นอ่ะค่ะ แล้วก็ก็คุยกันมาเรื่อยๆ
พัณวา : คุยกันจนได้ดี (ใครจีบใครก่อน?) ไม่มีคำว่าเริ่มนะ ไปเรื่อยๆ ก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วก็คุยกัน ปรับทุกข์ปรับสุข แล้วก็คุยกันเข้ากันได้ดี ก็สนิทกันเรื่อยๆ ผมให้อภัยตั้งแต่เข้ามาแล้วครับ แต่เขาไม่รู้ เป็นพี่เป็นไงฮะ 4 ชั่วโมง (หัวเราะ)
หมอปลาย : จากเพื่อนร่วมงานมาเป็นแฟน ก็พี่เขามาที่บ้านทุกวันเลยค่ะ กี่โมงกี่ยามก็ต้องคุย เพราะเดี๋ยวงานไม่เสร็จ ก็ต้องคุย มันก็เลยเหมือนได้เจอกันทุกวันเรื่อยๆ (เขาได้ดูดวงกับเราไหม?) ไม่มีเลย
พัณวา : ไม่ใช่สายด้วยนะ ไม่ใช่สายมูด้วย
ท่านยมฯบอกตอนไหนว่าคนนี้จะชอบเรา?
หมอปลาย : ไม่ค่ะ แต่ว่าก่อนที่จะนัดคุยงานอ่ะ ก็มีชื่อเขาขึ้นมา แต่สารภาพตรงๆ ว่าชื่อที่เขาขึ้นมา แต่หน้าเขาอ่ะไม่ตามขึ้นมา เพราะว่าหนูจำหน้าไม่ได้ (หัวเราะ) ก็เออ น่าจะช่วยทำงานได้ดี น่าจะเป็นที่ปรึกษาได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีวันนี้
พัณวา : ตอนแรกน่าจะเอามาใช้งานครับ เริ่มต้นอย่างงั้น (ยิ้ม) ถามว่าความรู้สึกตอนไหน ที่รู้สึกมากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน มันไปเรื่อยๆ อ่ะ จังหวะมันพอได้คุยกันเยอะๆ ก็สนิทกันเยอะ จนมันให้ใจไป ให้ใจครับ เขาให้ตรงนี้ไป
หมอปลาย : เวลาช่วงนั้นที่ทุกข์ที่สุด พี่ๆ ก็รู้เนอะ ช่วงที่หนูเกิดเหตุ ช่วงนั้นดาวน์ ก็คือเจอกันช่วงนั้น เกิดเหตุ เขาก็จะรับฟังคำที่หนูบ่นทุกคำได้อะไรเงี้ย
มีแฟนเป็นหมอปลาย ตอนแรกเรารู้สึกยังไง?
พัณวา : รู้สึกแปลกๆ อยู่ดีครับตอนแรก เพราะว่าเราไม่ได้สังคมสายมูมาก่อน แต่ผมไม่ได้มองเขาที่มูหรือไม่มู มองที่อุปนิสัยครับ แล้วก็เขาให้อะไรในเรื่องของการใช้ชีวิตกับผมเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเขาเป็นคนทำงานหนัก เราคิดว่าเราทำงานหนัก แล้วเขาหนักกว่าเรา ก็เลยได้อะไรดีๆ จากเขาเยอะ ก็กลัวทุกวันอ่ะครับ ก็ทั้งเซนส์ ทั้งองค์ ทั้งอะไร มันมีหมดอ่ะครับ อ่า ถ้าพี่ไม่กลัว ก็พี่ก็แปลกเหมือนกันนะครับ ก็มันใจกล้าละมั้งฮะพี่ ถ้าจะจีบเขาก็ต้องใจกล้า
หมอปลาย : เราไม่เช็กดวงเขาค่ะ เป็นคนไม่ชอบเช็กอ่ะ ชอบแบบให้เรื่องมันแบบธรรมชาติ ตอนนี้น่าจะไม่กลัวแล้วมั้ง (หัวเราะ)
พัณวา : ยังกลัวอยู่ครับ (หัวเราะ) กลัวโดนดุ พูดเล่นๆ ไม่มี ส่วนใหญ่ก็เป็นคนทำงาน เป็นผู้หญิงทำงาน นี่ไม่หยุดทำงานเลย เราก็ต้องคอยให้กำลังใจ คอยดูแลอะไรพวกนี้ครับ ผมคิดว่าเติมเต็มตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี อันนี้คือปัญหาที่พวกพวกผม 2 คนก็คุยกันไม่ได้ว่า เรามาเป็นแฟนกัน (ยังไม่คุยว่าเป็นแฟนกันตอนไหน?) ใช่ครับ ไม่ถึงขนาดนั้นฮะ
พัณวา : ระยะเวลาที่คบกันเป็นแฟนจนเดินทางมาด้วยกันประมาณ 2 ปีกว่าได้ ประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาว คือผมมองว่าเป็นผู้หญิงตัวอย่างของผู้หญิงทำงาน หาเงิน แล้วก็ในเรื่องของการให้คติในการใช้ชีวิตนะครับ เพราะว่างานเขาส่วนหนึ่ง มันไม่ได้แค่คำว่าหมอดู แต่การเป็นการไกด์ไลน์ชีวิตให้คนอื่นเขาด้วย แล้วมันบางทีพอเราสัมผัสอ่ะ คนนู้นมาฟังชีวิตดีขึ้น
พัณวา : คนนี้ตอนแรกเราก็ไม่ได้เชื่ออะไร แต่เราเชื่อคนที่มาสัมผัสกับเขา แล้วคนเหล่านั้นมาบอกว่าดียังไง ส่วนใหญ่จะไม่ได้เจอว่ามาหาหมอปลายแล้วอะไรวะ ไม่มี แล้วก็เลเวลของคนที่มาก็แบบจากล่างสุดไปบนสุด ส่วนลักษณะของเขา ถ้าสัมผัสตัวจริง จริงๆ เป็นคนกางเกงขาสั้นเสื้อยืดเลยครับ ไปได้ยันทั้งประเทศ อารมณ์ประมาณนี้
พัณวา : เวลาทัวร์ลงเขา ผมว่าอยู่ข้างๆ ดีที่สุด อยู่ข้างๆ ไม่ทิ้ง ไม่ห่าง คือกำลังใจมันไม่ได้ต้องบ่งบอกด้วยคำพูดเสมอ แต่มันบ่งบอกด้วยการกระทำ ก็คือถ้าเราจริงใจกับเขา เราอย่าไปทิ้งเขาแค่นั้นเอง วันหนึ่งก็เห็นมั้ย ได้แต่งงาน (ยิ้ม)
หมอปลาย : ภาพในฝันของการเป็นเจ้าสาวไม่มีเลย นี่คือแบบ 0% ของความคิดอ่ะค่ะ เรื่องที่แบบใครเล่าให้ฟังว่าแบบ... คิดนะว่าอนาคตจะต้องใส่ชุดเจ้าสาว จะต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่ไหนอะไรอย่างเงี้ย พี่ปลา ฟินาเล่ อ่ะค่ะ ถามหมอปลายมีธีมอะไรมั้ยครับ ก็บอกหนูไม่มีค่ะ พอถามแล้วอยากซื้อใส่ชุดอะไร หนูไม่มีค่ะ แล้วแต่พี่ปลาจัดให้ค่ะ คือคำนี้อย่างเดียวเลยอ่ะ แล้วก็เลยได้ไปถ่ายที่ปรารถนาวนาลัยนะคะ แล้วก็ได้เครื่องประดับของบิวตี้ เจมส์ ก็ต้องขอบคุณมากๆ เพราะว่าพี่ปลาจัดให้ทุกอย่าง เพราะว่ารู้อย่างเดียวว่า หมอปลายพูดคำว่าไม่รู้อะไรเลย ความรู้สึกว่าชวนคนมางานวันนี้ อยากให้มางานบวงสรวง คือความรู้สึกเป็นงานแต่งงานที่ดีมาก ธีมบวงสรวง แล้วก็เอาทีมมโนราห์ที่รับครูมารำ เพราะว่าเราต้องบอกบรรพบุรุษ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ เดี๋ยวจะบวงสรวงกี่โมง มโนราห์จะมาทันมั้ย ตั๋วมโนราห์โดนเลื่อน ทีนี้เลื่อนของตัวเองก็ลืมแหละ (หัวเราะ)
เผยคำมั่นสัญญา
พัณวา : อ๋อ ผมคือลึกๆ ผมไม่ทิ้งอ่ะครับ อะ แค่นั้นเองฮะ ทุกข์ทั้งสุขก็ไม่ทิ้ง ส่วนการสร้างฐานะสร้างอะไร เขาเก่งอยู่แล้ว แต่เราแค่ไปเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดดีกว่าครับ
หมอปลาย: ก็อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ค่ะ แก่ไปด้วยกันค่ะ
เรื่องทายาท
หมอปลาย : กำลังหาวิธีอยู่ (หัวเราะ) เพราะว่าอายุมันเริ่มเยอะแล้ว ก็คิดว่าคงจะไม่น่าจะมีธรรมชาติได้ ก็ต้องไปปรึกษาหมอ
พัณวา : คือตัวเขาทำงานเยอะครับ คนทำงานเยอะเขาก็ค่อนข้างจะเซนซิทีฟนิดนึงในการที่จะมีลูก เพราะฉะนั้นเราต้องปรึกษาหมอ ทั้งหมอ ทั้งอาหารเสริม จัดเต็มหมดนะครับ
หมอปลาย: จะเลือกศาสตร์วิทยาศาสตร์ หรือศาสตร์ที่เราถนัด เราจะไปควบคู่กัน (หัวเราะ) เพราะว่าตอนนี้ถามหมอ หมอ SLE บอกว่า คุณจะไปบนอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องมาตรวจกับหมอก่อน เพราะว่าอาจจะมีเชื้ออะไรบางอย่างที่แบบว่า ถ้ามีน้องออกมาแล้ว เขาอาจจะได้รับเชื้อค่ะ ก็เลย โอเค ยังไม่มูมาก เดี๋ยวรอผลจากคุณหมอ แล้วค่อยไปมู แล้วค่อยไปพบแพทย์ที่อื่นค่ะ
หมอปลาย: ก็มีความกังวลบ้าง เพิ่งมากลายเป็นความกังวลในชีวิตไปเนาะ ไปทำให้ทุกคนท้องมากี่คู่ จนแบบมีลูกมีอะไรแล้วอ่ะ แล้วก็มาถึงเรา เรามีความรู้สึกว่า เราไม่น่าจะมีแล้วอ่ะค่ะ พอมาถึงแล้วแบบ เออ เข้าใจแล้ว คนที่อยากมีลูกมันทรมาน ปลายมีโรคประจำตัว มี SLE ส่วนผู้ชายก็คือแข็งแรง ก็อยากปล่อยธรรมชาติค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าแบบ เราไม่สบายอ่ะ อยากให้ลูกแข็งแรงดีกว่า ก็คือต้องรอเช็กกับหมอก่อนว่าเป็นยังไงก่อน ส่วนในแง่ของศาสตร์ที่เราถนัด ก็คือเรื่องของการบนนี่แหละค่ะ บนแล้วก็ทำอะไรอย่างงี้ เราทำให้คนอื่นได้ เราต้องทำให้ตัวเองได้สิ ก็มีคิดอยู่เหมือนกัน เราต้องทำให้ได้
สินสอดอลังการ มูลค่า 50 ล้าน
พัณวา : เงินสด 5 ล้าน ทองคำ 500 บาท แหวน (ใช้เลข 5 เป็นหลัก?) มันมีความสุขมั้งฮะ (หัวเราะ) น่าจะประมาณนี้ ผมว่าเงินทองมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การใช้ชีวิตหลังจากนี้มากกว่า เพราะเงินมีได้ก็หมดได้ ผมว่าการจัดระเบียบชีวิตหลังจากแต่งงาน หลังจากเป็นเนื้อคู่กันแล้วเนี่ยครับ มันจะทำยังไงต่อ ส่วนสินสอดก็เป็นเรื่องฮือฮากันในสังคมโซเชียลอะไรพวกเนี้ยครับ เอามาจากไหน เป็นยังไงอะไรพวกเนี้ยครับ ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมกับคุณปลายน่าจะเตรียมใจตั้งรับกันอยู่แล้ว



