
ดราม่า! 'ลิซ่า BLACKPINK' เจอคอมเมนต์ปมรำศรีวิชัย 'ครูไก่' แจงเบื้องหลัง
ร้อนก่อนฉาย “Always Lalisa” สารคดีชีวิตเรื่องแรกของ “ลิซ่า BLACKPINK” หลังตัวอย่างเผยภาพเบื้องหลังการซ้อมรำไทยในภูเก็ต ก่อนเกิดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับที่มาทางวัฒนธรรม ด้าน “ครูไก่” ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ดูแลการสอนรำ ออกมาเล่าที่มาและเบื้องหลังการทำงานอย่างละเอียด
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองทันที สำหรับ Always Lalisa ภาพยนตร์สารคดีชีวิตเรื่องยาวของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ลิซ่า BLACKPINK ที่มีกำหนดสตรีมมิ่งในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยสารคดีจะพาแฟน ๆ ไปย้อนดูเส้นทางการทำงานระดับอินเตอร์ของลิซ่า ทั้งเบื้องหลังอัลบั้ม Alter Ego การร่วมงานในซีรีส์ The White Lotus รวมถึงการขึ้นเวที Coachella 2025
แต่ก่อนที่สารคดีจะออกสู่สายตาแฟน ๆ ทั่วโลก ตัวอย่างที่ถูกปล่อยออกมากลับกลายเป็นชนวนของประเด็นดราม่าข้ามประเทศ เมื่อปรากฏภาพ "ลิซ่า" กำลังฝึกซ้อมการรำศรีวิชัยกับคณะไก่แก้วการละครที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนมีผู้ใช้บางส่วนที่ระบุว่าเป็นชาวกัมพูชาเข้ามาคอมเมนต์ตั้งข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับที่มาทางวัฒนธรรมของการแสดงดังกล่าว
ประเด็นดังกล่าวทำให้แฟนคลับชาวไทยจำนวนหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นและโต้ตอบอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในมุมของการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏอยู่ในผลงานของ ลิซ่า BLACKPINK จนเรื่องราวขยายวงกลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์
ท่ามกลางกระแสถกเถียง ผศ.ดร.สุรัตน์ จงดา หรือ “ครูไก่” อาจารย์วิทยาลัยนาฏศิลปและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม การแสดง และพื้นฐานนาฏศิลป์ไทย ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝึกซ้อมการแสดงในฉากดังกล่าว ได้ออกมาเล่าเบื้องหลังการทำงานผ่านเฟซบุ๊ก Surat Jongda เพื่อให้เห็นรายละเอียดของการถ่ายทำมากยิ่งขึ้น
"ครูไก่" เล่าว่า ในช่วงที่ทีมงานติดต่อเข้ามาในตอนแรก ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเป็นโปรเจกต์เรื่องใด แต่ทีมงานต้องการการแสดงในบรรยากาศร้านอาหารทางภาคใต้ ซึ่งใช้สถานที่ถ่ายทำที่ภูเก็ต โดยเรื่องราวในฉากกำหนดให้นางเอกเป็นพนักงานโรงแรมที่ช่วงกลางคืนมารับงานรำที่ร้านอาหารของไก่แก้ว
สำหรับชุดการแสดง ทีมงานมีการพูดถึงการแสดงในลักษณะ “รำนางอัปสรขอม” ก่อนที่ครูไก่จะแนะนำให้ใช้ “รำศรีวิชัย” เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของภาคใต้มากกว่า จากนั้นมีการปรับรูปแบบเครื่องแต่งกายใหม่ โดยตีความให้สอดคล้องกับบริบทของร้านอาหารในโรงแรม ซึ่งอาจไม่ได้มีชุดการแสดงมาตรฐานครบถ้วน และจึงมีการประยุกต์เครื่องแต่งกายให้เหมาะกับฉาก
นอกจากนี้ ทีมงานต่างชาติยังต้องการรายละเอียดที่สื่อถึงความเป็นไทย โดยเฉพาะ ดอกไม้ไทยสำหรับติดผม จึงมีนักรำหญิง 3 คน ได้แก่ แป้ง โส และป็อบ มาร่วมงาน พร้อมให้ “จิ๊บจ้อย” ช่วยซ้อมเบื้องต้น เนื่องจากจิ๊บจ้อยมีคิวแสดงเป็นนางสุพรรณมัจฉาในอีกชุดหนึ่ง
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ครูไก่เล่าถึงคือเรื่อง ทรงผมและเครื่องแต่งกาย ซึ่งในช่วงแรกช่างผมชาวต่างชาติทำทรงผมลักษณะโองโขดง แต่ทางทีมงานได้มีการขอให้ปรับเป็นทรงผมมวยสูง ก่อนจะนำตัวนักแสดงมาให้ตรวจสอบความเรียบร้อย
ครูไก่ยังเล่าถึงความประทับใจในการทำงานกับนักแสดงว่า นักแสดงสามารถเรียนรู้ท่ารำได้อย่างรวดเร็ว และรำออกมาได้สวยงาม แม้จะมีเวลาซ้อมไม่มาก พร้อมเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสถ่ายภาพร่วมกัน เนื่องจากต้องให้ทีมงานเป็นผู้ดำเนินการถ่ายภาพ
เบื้องหลังดังกล่าวจึงกลายเป็นข้อมูลอีกด้านที่น่าสนใจของฉาก ลิซ่ารำไทยใน The White Lotus ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับความสนใจจากแฟน ๆ ทั่วโลก และล่าสุดกลับถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมบนโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับต้นกำเนิดหรือความเป็นเจ้าของทางวัฒนธรรมที่ปรากฏในคอมเมนต์ออนไลน์ยังเป็นประเด็นที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน และควรพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือกระแสการพูดถึงฉากดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่แฟน ๆ จะได้ชม “Always Lalisa” แบบเต็มเรื่องในวันที่ 12 ตุลาคม 2569
สำหรับแฟนคลับ ลิซ่า BLACKPINK งานนี้คงต้องติดตามกันต่อว่า สารคดีจะเปิดเผยเบื้องหลังการทำงานและเรื่องราวอีกมุมของศิลปินระดับโลกคนนี้ไว้อย่างไร และฉากการรำศรีวิชัยที่กลายเป็นประเด็นร้อน จะถูกนำเสนอในสารคดีฉบับเต็มมากน้อยแค่ไหน
สรุปข่าวคมชัดลึก
ก่อนสตรีม “Always Lalisa” วันที่ 12 ตุลาคม 2569 สารคดีชีวิตของ “ลิซ่า BLACKPINK” กลายเป็นประเด็นร้อน หลังตัวอย่างเผยฉากลิซ่าฝึกรำศรีวิชัยที่ภูเก็ต ก่อนเกิดคอมเมนต์ถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมข้ามประเทศ ด้าน “ครูไก่” ผู้อยู่เบื้องหลังการฝึกซ้อม ออกมาเล่ารายละเอียดการทำงาน ตั้งแต่แนวคิดเลือกการแสดง เครื่องแต่งกาย ทรงผม ไปจนถึงการฝึกซ้อมของนักแสดง ทำให้ฉากดังกล่าวถูกจับตามองมากขึ้นก่อนชมสารคดีเต็มเรื่อง
#AlwaysLalisa #LISA #BLACKPINK #ลิซ่าBLACKPINK #ดราม่าลิซ่า #ข่าวบันเทิง



