
ภัยไม่คาดคิด พิษคอนเสิร์ตเลื่อน
ควันอาจจะจางไปแล้ว แต่ภัยที่ไม่คาดคิดไม่คาดฝันว่าคนไทยจะได้เจอ จากการชุมนุมทางการเมืองที่บานปลาย จนมีผลกระทบไปทั่วทุกหัวระแหงยังไม่จางหายไปไหน โดยเฉพาะผลกระทบต่อวงการเพลงเองที่เรียกว่ามากมายมหาศาล เพราะจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ และเพลิงไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์
โดยค่ายที่น่าจะโดนผลกระทบนี้ไปแบบเต็มๆ ก็คงหนีไม่พ้นค่าย “เอ-ไทม์ โชว์บิส” ของเจ้าแม่คอนเสิร์ต “ฉอด”สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ที่ต้องเลื่อนคอนเสิร์ตไปสองคอนเสิร์ตใหญ่ คือคอนเสิร์ต “เฮิร์ท แอคชัวลี่ คอนเสิร์ต (Hurt Actually Concert)” ที่กำหนดการแรกต้องจัดขึ้นในวันที่ 27-28 มีนาคมที่ผ่าน ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ เพลย์เฮ้าท์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ และเพราะเหตุการณ์ ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่และวันเป็นวันเสาร์ที่ 1 และอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ เอ็มเธียเตอร์ (โรงละครกรุงเทพฯ เก่า) ซึ่งถึงจะเลื่อนคอนเสิร์ตไป แต่แฟนๆ ก็ยังไม่ร่วมชมคอนเสิร์ตอย่างล้นหลาม ซึ่งทำให้บรรเทาความขาดทุนไปได้พอสมควร
ส่วนอีกหนึ่งคอนเสิร์ตของบ้านเอ-ไทม์ที่ต้องเลื่อนออกไปคือ “เดวิลส์ แอนด์ ดีว่าส์ คอมมาดี้ คอนเสิร์ต (Devils and Divas Comedy Concert)” ที่ครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 3-4 เมษายน แต่ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2553 แต่ก็ยังไม่พ้นวิกฤติจนต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 19-20 มิถุนายน 2553 ที่พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ซึ่งการเลื่อนถึง 2 ครั้ง มีความเสียหายต่อผู้จัดคอนเสิร์ตอย่างมาก ยิ่งต้องเลื่อนถึงสองคอนเสิร์ตแบบนี้ ทำให้เอ-ไทม์ โชว์บิส เสียรายได้จากคอนเสิร์ตไปอย่างมากมายนับหลายล้านบาท
ไม่ต่างจากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของสี่หนุ่ม “เดอะริชแมนทอย” ในคอนเสิร์ต “กระทิงแดง ภูมิใจเสนอ [V] เดอะ ริชแมน ทอย อ๊อดทะลุเป้า คอนเสิร์ตกลางแจ้ง แต่แสดงในร่ม” ซึ่งเลื่อนการแสดงจากวันเสาร์ที่ 5 มิถุนายนเป็นวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม 2553 ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก คอนเสิร์ตนี้อาจดูเหมือนจะจิ๊บๆ ไม่มีผลกระทบมากเท่าไหร่ แต่ด้วยคิวของแขกรับเชิญพิเศษอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” ที่ฮอตเหลือรับประทาน ทำให้ทางค่าย “สมอลล์รูม” ต้นสังกัดวง “เดอะริชแมนทอย” ต้องทุ่มงบเพิ่มขึ้นในการยื้อแขกรับเชิญพิเศษคนนี้ไว้ เพื่อหวังเพิ่มความสนุกให้แก่คอนเสิร์ตมากยิ่งขึ้น
เช่นเดียวคอนเสิร์ต “กามิกาเซ่ เวฟ คอนเสิร์ต 2010 (KAMIKAZE WAVE CONCERT 2010)” ที่เดิมจะจัดในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน แต่ด้วยความวุ่นวายภายในประเทศ เลยต้องตัดสินใจย้ายสถานที่จัดคอนเสิร์ตฯ จาก พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน มาเป็น อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก และเปลี่ยนวันเป็น วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553 แทน
คอนเสิร์ตที่กล่าวไปในตอนแรก เป็นคอนเสิร์ตที่เลื่อนมา แต่มีกำหนดการที่แน่นอน ว่าจะเริ่มแสดงในเร็ววันนี้ ผิดกับคอนเสิร์ต “กรุงศรี เดอะ วินเนอร์ส โปรเจกท์ วิคตอรี่ ออฟ เดอะ วินเนอร์ส (KRUNGSRI The Winners Project Victory Of The Winners)” ซึ่งเดิมจะมีขึ้นในวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 นี้ แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์บ้านเมือง เลยต้องเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนดวันที่แน่นอนว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่ เหมือนกับคอนเสิร์ต “เกิร์ลสเจเนอเรชั่น เฟิร์ส เอเชี่ยน ทัวร์ คอนเสิร์ต (Girls' Generation The 1st Asia Tour Live in Bangkok)" ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้
โดยเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการตระเตรียมงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไว้ที่ สยามเซ็นเตอร์ แต่ก็ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 12 พฤษภาคม และเปลี่ยนสถานที่เป็นห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารปฏิบัติการ อสมท แต่แล้วงานแถลงข่าวก็ต้องถูกยกเลิกไป รวมไปถึงกำหนดการแสดงคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นก็ต้องถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนดด้วย
การเลื่อนคอนเสิร์ตอาจจะดูเหมือนว่าเป็นผลกระทบเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ถ้าคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง ทีมงานที่จัดคอนเสิร์ตทั้งสถานที่ ทั้งด้านอุปกรณ์ หรืออาหารการกิน ก็ต้องได้รับผลกระทบจากการถูกเลื่อนการจ้างงานออกไป โดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือศิลปินเจ้าของคอนเสิร์ตเองก็เสียเวลา และเสียโอกาสการจ้างงานอื่นๆ เช่นเดียวกัน ผลกระทบนี้อาจจะไม่ใหญ่หลวง แต่เงินมูลค่าหลายล้านบาทที่หายไปจากการเลื่อนหรือยกเลิกคอนเสิร์ต คือเงินจำนวนเดียวกับที่ไหลเวียนและสร้างมูลค่าในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อหมดควันไฟไป อย่างไรก็อยากให้คนไทยกลับมามีความสุขเหมือนเดิม อย่าลืมเติมความสุขให้ตัวเองด้วยการดูคอนเสิร์ตนะเจ้าคะ



