
"ต้าเหนิง" เกือบไม่รอด ป่วยตับอักเสบ เผชิญ PCOS เครียดจนร่างกายพัง
“ต้าเหนิง กัญญาวีร์” เปิดใจชีวิตวัย 30 เกือบไม่รอด ป่วยตับอักเสบ เผชิญ PCOS วิกฤตสุขภาพ สะสมความเครียดจนร่างกายพัง
ก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 อย่างเต็มตัว สำหรับนักแสดงสาวชื่อดัง “ต้าเหนิง กัญญาวีร์” ที่ล่าสุดได้มาเปิดใจผ่านรายการ Prime Cast เล่าถึงช่วงชีวิตการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ผ่านมา พร้อมยอมรับว่าเผชิญปัญหาสุขภาพอย่างหนักหน่วงจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งภาวะตับอักเสบ, โรค PCOS และผลข้างเคียงจากการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนจนเกือบช็อกคามือ
สาวต้าเหนิงเผยถึงจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพว่า ตลอดช่วงอายุ 25-27 ปีที่ผ่านมา ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน โดยเฉพาะอาการปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงขึ้นทุกเดือนจนต้องพึ่งพาการฉีดยาแก้ปวด หรือบางครั้งต้องทนฉีดมอร์ฟีนเพื่อทำงานอีเวนต์ให้จบ ล่าสุดเจอเหตุการณ์ที่หนักที่สุดในชีวิต เมื่อเกิดอาการบีบรัดของมดลูกอย่างรุนแรงจนตัวชา หน้ามืด และเกือบหมดสติ ซึ่งคุณหมอวินิจฉัยว่าอาจเกิดผลกระทบจากการกินยาเลื่อนประจำเดือนบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้กระทบต่องาน ร่วมกับภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ทำให้ไข่ตกไม่สมบูรณ์และประจำเดือนมาผิดปกติยาวนาน
นอกจากเรื่องฮอร์โมนแล้ว เจ้าตัวยังเคยเผชิญกับวิกฤต ไวรัสตับอักเสบอี จากปัญหาภูมิคุ้มกันตก และบังเอิญไปรับประทานผักออร์แกนิคที่อาจมีการปนเปื้อน ทำให้ร่างกายที่ไม่แข็งแรงในขณะนั้นไม่สามารถสู้กับเชื้อโรคได้ กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ต้องปรับพฤติกรรมการกิน หันมาเลือกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่มากขึ้น
ในส่วนของสุขภาพจิต ต้าเหนิงยอมรับว่ามีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังมานานร่วมครึ่งปี สมองยังคงทำงานและคิดวนลูปเรื่องงานตลอดเวลาแม้ในยามหลับตา จนค่าการฟื้นฟูร่างกายในอุปกรณ์ติดตามสุขภาพลดเหลือเพียง 2% จนต้องตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อรับยาคลายเครียด และหันมาปรับวิถีชีวิตใหม่ด้วยการกำหนดเวลาหยุดทำงาน (Wind down) ตั้งแต่ 18.00 น. ด้านนิสัยส่วนตัว เจ้าตัวเผยว่าเป็นคนชอบเก็บความเครียดและแบกรับปัญหาของคนรอบข้างไว้เองเสมอ เพราะธรรมชาติชอบเป็นผู้ซัพพอร์ตและไม่อยากสร้างภาระให้ใคร จนทำให้พลังงานชีวิตหมดลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะ "ปฏิเสธ" จัดลำดับความสำคัญ และหันมาโฟกัสที่ความสุขของตัวเองเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างสมดุลให้กับชีวิตในวัย 30 ปีที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม



