
รู้ทันกฎหมาย - กิจการในครอบครัว
ไม่เพียงคนจีนเท่านั้นที่ทำกิจการกันในระหว่างสมาชิกของครอบครัว ไทยฝรั่งก็คิดเป็นทำเป็นเหมือนกัน กิจการในครอบครัวที่ผันออกมาในรูปของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทเป็นวิธีการจัดแผนภาษี และยังมีประโยชน์ตรงที่น้องพี่แม่พ่อขอเบิกค่าใช้จ่ายจากบัญชีธุรกิจได้เท่าที่กฎหมาย
ในการบริหารจัดการกิจการอย่างนี้ ถ้าไม่มีคนไว้ใจได้ก็ต้องใช้บริการกันเอง ดังนั้นคนที่ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนก็คือบรรดาญาติทั้งหลาย สมัยนี้ตั้งบริษัทเพียงสามคนก็ทำได้ ผู้ถือหุ้นก็เลยใส่หมวกนั่งเก้าอี้หลายตำแหน่งในกิจการ
จัดสรรกันไป คนนี้เป็นกรรมการ คนนั้นเป็นผู้จัดการ หรือนั่งมันสองเก้าอี้ บางทีก็มีเขยมีสะใภ้เข้ามา ประมาณว่าช่วยกันทำมาหากิน
นอกจากจะมีสิทธิประโยชน์จัดให้ จะเป็นค่าโทรศัพท์ มีรถพร้อมคนขับ กับค่าน้ำมัน และค่าเดินทางไปดูงานต่างประเทศแล้ว ก็อาจมีเงินเดือนให้ ไม่ต้องตกงาน ก้าวผ่านประตูบ้านก็เป็นที่ทำงานเลยก็มี
ตอนดีๆ ก็แล้วไป ตอนปีนเกลียวไม่กินเส้นเมื่อไหร่ คนไหนมีอำนาจน้อยกว่าก็ปราชัยไป ต้องซมซานแยกตัวไป หรือไม่ก็ถูกปลดจากตำแหน่งทั้งหลาย หลุดจากวงกงสีไป ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นสามีภรรยากัน ยิ่งเป็นลุงป้าน้าหลาน การขัดแย้งก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่
คนที่จะไปหรือคนที่ให้เขาไปต้องตั้งหลักทางกฎหมายให้ดี เพราะไม่เพียงมีสัมพันธ์ฉันญาติเท่านั้น บรรดาคนพวกนี้อาจมีฐานะเป็นลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัท หากทำอะไรคลาดเคลื่อนจากที่กฎหมายแรงงานวางเอาไว้ อีกฝ่ายอาจฟ้องร้องหัวโต
ไม่ใช่กรรมการบริษัททุกคนจะเป็นลูกจ้าง คนเหล่านี้เป็นเพียงผู้บริหารจัดการ ใหญ่ก็จริง แต่ไม่ใช่ลูกจ้างที่จะเรียกร้องสวัสดิการตามกฎหมาย ถูกปลดออกเมื่อไหร่ใช่จะได้ค่าชดเชย
แต่ถ้ากรรมการคนนั้นทำหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจการของบริษัท เช่น เป็นผู้จัดการ จะฝ่ายจัดซื้อ การตลาดหรือจัดอยู่แผนกไหน หากได้ทำงานให้บริษัทในลักษณะนี้เมื่อไหร่ ก็ถือได้ว่าเป็นลูกจ้าง
สำหรับกรรมการในคณะกรรมการบริหาร ต่อให้เรียกเป็นกรรมการผู้จัดการหรืออะไรก็ตามที กฎหมายให้ดูหน้าที่และภารกิจเป็นสำคัญ เงินรายเดือนรายปีที่ได้ ไม่ใช่ค่าจ้างตามกฎหมายหากคนนั้นไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างของเขา ดังนั้น เมื่อถูกปลดจากตำแหน่งไป จะเรียกร้องสิทธิในฐานะลูกจ้างไม่ได้
ในทางกลับกัน ต่อให้คนนั้นเป็นกรรมการในบอร์ด คือคณะกรรมการของบริษัท หรือเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วยซ้ำไป หากเขามีตำแหน่งและมีหน้าที่ในบริษัทนั้นด้วยแล้ว เงินที่ได้เป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน และคนคนนั้นก็เป็นลูกจ้างด้วย
อย่าได้กระดากใจที่ไปเรียกร้องให้บริษัทจ่ายเงินที่พึงได้ในฐานะลูกจ้าง เพราะคนนั้นมีสองสามฐานะในตัวคนเดียวกัน
บริษัทหรือคณะกรรมการบริหาร หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลหรือบรรดาผู้ถือหุ้นก็ดี ก่อนที่คิดจะกำจัดผู้บริหารที่ไม่ต้องการจากว่านเครือ นอกจากจะไม่เหลือเยื่อใยในความเป็นคนในครอบครัวแล้ว ก็ต้องเผื่อใจเอาไว้ว่าอาจต้องทำให้ถูกขั้นตอนของกฎหมายด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการบอกเลิกการจ้างตามกำหนด การจ่ายค่าชดเชย และการคำนวณเงินทั้งหลายที่เขาพึงได้ในฐานะลูกจ้าง
กิจการในครอบครัวไม่ใช่เรื่องภายในครอบครัวเท่านั้น เพราะเป็นกิจการที่แยกต่างหากจากครัวเรือน
ต่อให้มีคนในครอบครัวเกี่ยวข้องแค่ไหน ก็ต้องแยกใจแยกการปฏิบัติให้ดี



