บันเทิง

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา

26 ส.ค. 2569

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา เปิดสาเหตุแยกทาง เผยหมดเปลือกชีวิตคู่ 29 ปี

เปิดใจทั้งน้ำตา สำหรับ "ปู กนกวรรณ" หลังจากตัดสินใจแยกทางกับ "เด๋อ ดอกสะเดา" ใน หมดเปลือกชีวิตคู่ 29 ปี "ปู กนกวรรณ" เปิดสาเหตุแยกทาง "เด๋อ ดอกสะเดา" ผ่านช่องแนวหน้าออนไลน์ 

 

โดยช่วงนึงของรายการ "ปู กนกวรรณ" เล่าว่า เธอไปเจอกรมธรรม์ประกันชีวิตในกล่อง เหมือนเราไปเคลียร์ของออกจากรถ เป็นกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุปี 2566 ที่ทำต่อเนื่องมานาน 24 ปี ตั้งแต่ปี 2542 แต่ปูอยู่กับเขามาปี 2540 แต่ชื่อผู้รับประโยชน์กับความสัมพันธ์ของผู้เอาประกันชีวิตคือ "บุตร" คำนำหน้าเป็น "เด็กชาย" ใช้นามสกุลของเด๋อ 

 

"ปู กนกวรรณ" ลั่นอีกว่า เมียไหน?! ทำมา 24 ปีแล้ว ถ้าทำมา 24 ปีแล้ว ก็อยู่กับปูก่อน หรือเด็กเกิดก่อนปูก็ไม่ทราบ เห็นชื่อนามสกุลสุขใจ นามสกุลพี่เด๋อ ความสัมพันธ์กับผู้เอาประกันเป็นบุตร อายุไม่รู้ แต่เอกสารทำปี 42 แต่ในเอกสารไม่ได้ระบุว่าแม่คือใคร โดยกรมธรรม์นี้จ่ายเบี้ยประกันปีละ 2,000 กว่าบาท หากเสียชีวิตจะได้ผลประโยชน์ประมาณ 2-3 แสนบาท ขณะที่ "น้องปราย" ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ กลับไม่เคยได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว

 

 

"ปู กนกวรรณ" เผยอีกว่า ตอนนี้เธอได้ตัดขาดและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ "เด๋อ ดอกสะเดา" แล้วตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. และไม่สนใจเรื่องลูกชายคนดังกล่าว หรือเรื่องที่อดีตสามีจะมีผู้หญิงอื่นอีก ก็ไม่อยากรับรู้แล้ว 4 หมื่นต่อเดือน เงินคอนเสิร์ตช่วยเหลือก็ไม่อยากรับรู้แล้ว หรือเพื่อนตลกจะออกมาแสดงความเห็นก็เรื่องของเขา คิดแค่ว่ากรรมใครกรรมมัน ถ้าปูเลวเดี๋ยวปูก็ได้รับกรรมของปูเอง 

 

เรื่องที่ดินที่สุพรรณบุรี เป็นเงินส่วนตัวของเธอที่ซื้อไว้ตอนตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน โฉนดออกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2548 ไม่ใช่เงินจากการทำธุรกิจลูกชิ้น แต่เด๋อขอให้ซื้อตามคำชวนของเพื่อน ซึ่งสุดท้ายที่ดินตกเป็นชื่อของเด๋อโดยไม่ได้มีทะเบียนสมรส และเธอก็ไม่สนใจจะเอาคืนเนื่องจากผ่านไปกว่า 21 ปีแล้ว และมูลค่าไม่กี่แสนบาท

 

และเธอไม่เคยรู้เรื่องทรัพย์สินของเด๋อ เนื่องจากแยกกระเป๋าเงินกันและลูกของเด๋อเป็นคนจัดการ แม้กระทั่งเรื่องล้มละลาย เธอก็เพิ่งมารู้ตอนพาลูกวัย 4 ขวบ ไปทำพาสปอร์ตเพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น แล้วเด๋อไม่สามารถทำได้เนื่องจากถูกห้ามออกนอกประเทศ ซึ่งเด๋อเองก็มีท่าทีสับสน จนกระทั่งอีกไม่กี่ปีต่อมาลูกของเด๋อจึงนำเอกสารยกเลิกการล้มละลายมาให้ เธอจึงเพิ่งทราบเรื่อง

 

เธอไม่รู้ว่าเงินทองทั้งหมดของเด๋อหายไปไหน และไม่อยากรับรู้เรื่องหนี้สินของเขาอีกต่อไป โดยที่ผ่านมาเธอไม่เคยรู้เลยว่าเด๋อมีบ้าน คอนโด หรือรถอะไรบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งมีใบสั่งปรับข้อหาฝ่าไฟแดงส่งมาที่บ้าน จึงทำให้ทราบว่าเขามีรถอีกคันที่เธอไม่รู้จัก และล่าสุดยังไปเจอสมุดบัญชีธนาคารที่มีการเปิดบัญชีที่สาขามีนบุรี ทั้งที่บ้านอยู่บางนา ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เธอเพิ่งมาทราบหลังจากเกิดเรื่องขึ้น และยืนยันว่าต่างคนต่างอยู่ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.

 

ในส่วนของน้องปราย ในเดือนหน้ามีกำหนดจะบินไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านสื่อสารมวลชนในต่างประเทศ เป็นเวลา 2 ปี และวางแผนจะศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ซึ่งปู กนกวรรณ สนับสนุนเต็มที่เพราะอยากให้ลูกประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาที่ตนเองเคยชอบแต่ไม่มีโอกาสได้เรียน

 

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา

 

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา

 

"ปู กนกวรรณ" ช็อกทั้งน้ำตา! เจอกรมธรรม์ "เด๋อ ดอกสะเดา" มอบผลประโยชน์ให้ ด.ช. ปริศนา