
มองนอกดูใน - ฝันถึงสันติภาพ
ข้าพเจ้าได้รับเชิญในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณในการประชุมนานาชาติในโลกของการรวมตัวกันระหว่างคนที่มีความหลากหลายเพื่อพูดคุยเรื่องสันติภาพ แต่น้อยครั้งที่ได้รับเชิญจากเจ้าภาพในประเทศไทยให้มาสนทนาเรื่องสันติภาพกับคนหลากหลายอาชีพในประเด็นนี้ อาจเพราะประเทศไทยมีควา
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผมตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่างในการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมไทย ผมซึ่งมีความสามารถในการออกแบบ ไม่รู้จะทำอะไรในการช่วยครั้งนี้ได้ ในที่สุดเมื่อมีคนหนุ่มสาวสถาปนิกรวมตัวกันออกมาใช้ความสามารถที่เขามีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ด้วยการออกแบบศาลากลางจังหวัดที่ถูกเผา ผมจึงได้โอกาสสนับสนุนเรื่องสถานที่ในการประชุมวางแผน ประสานงานกับผู้ใหญ่ ให้กลุ่มสถาปนิกอาสารุ่นใหม่ได้แสดงน้ำใจต่อชาติบ้านเมืองและทำสิ่งนี้ให้เป็นจริง" คุณทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
"ในเวลานี้สิ่งที่เราขาดอย่างยิ่งในประเทศไทยก็คือ ใจของคนที่เชื่อว่าสันติสุขเป็นคำตอบเดียว แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ ผมคิดว่าศิลปะน่าจะเป็นสิ่งที่เข้าถึงใจคนได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นศิลปแขนงไหน ... เราควรจะทำภาพยนตร์ที่สอนให้รักชาติมากกว่าเกลียดศัตรู" ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ
"เมื่อเรารู้ว่าสังคมไทยมิได้มีปัญหาเฉพาะตรงนี้แต่มันมีมานานแล้ว เราจะทำอย่างไร เราควรลดความรุนแรงและเสริมความดีงาม ด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยให้ทุกคนสวดมนต์เย็นพร้อมกันทั่วประเทศ วันละครึ่งชั่วโมง สัก 2-3 เดือน เพราะการสวดมนต์ทำให้เรามีศีล ศีลก็คือการที่เราไม่ไปรุกรานทำร้ายใครทั้งทางร่างกายและคำพูด คำสวดมนต์นั้นเป็นคำพูดที่มีค่า และยังทำให้จิตใจเราไม่ไปอยู่ในสิ่งชั่วร้าย เมื่อจิตตั้งอยู่ดีแล้ว จิตก็จะอยู่ในภพภูมิที่ดี เพราะจิตจะเป็นตัวสร้างสันติภาพ" อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ศิลปินแห่งชาติ
“เมื่อกี้ผมไปเดินดูโรงหนังสยามแล้วผมน้ำตาซึม เพราะผมเป็นแฟนโรงหนังสยาม ผมว่ามันเป็นมโหรสพทางวิญญาณหนังดีๆ ผมได้จากตรงนั้นเยอะ ถ้าในแง่ของวรรณกรรมผมจะชวนทำหนังสั้น ผมนึกถึงเรื่อง ชายหนุ่มไปขอความรักจากหญิงสาว ฉันจะเอาทุกอย่างให้เธอ เธอปรารถนาอะไรก็ได้ หญิงสาวก็บอกว่าถ้าเธอรักฉันจริง เธอไปเอาหัวใจแม่มาให้ฉันได้ไหม ไอ้หนุ่มพาซื่อไปฆ่าแม่แล้วก็เอาหัวใจมา ในขณะที่วิ่งประคองเอาหัวใจไปให้หญิงสาวนั้น สะดุดล้มลง เสียงหัวใจแม่บอกว่า ‘ลูกเอ๋ยเจ็บตรงไหนบ้าง’ นิทานสั้นๆ ที่อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ เล่า ทำให้ผู้ฟังในห้องประชุมถึงกับน้ำตาซึม
จากความเห็นของท่านทั้งหลายแสดงให้เห็นถึงมิติใหม่อันงดงามในสังคมไทย ที่ตื่นตัว เรียนรู้ร่วมกันที่จะหาทางออกด้วยวิธีการที่ไม่เบียดเบียน การรวมตัวของอาสาสมัครหลายสาขาอาชีพจำนวนมากเพื่อรับใช้สังคมอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมืองไทยในท่ามกลางความสับสน กังวล โกรธ ไม่ไว้วางใจ ยังมีการเรียนรู้ การให้อภัย ความรัก ความกรุณา แน่นอนความมีน้ำใจที่เป็นทุนเดิมของสังคมไทยนำพาให้เกิดการเกื้อกูลที่มาจากใจในทุกภาคส่วน พร้อมอาสาช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยที่กำลังทุกข์ และใช้ความสามารถ ความเสียสละของตนทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น
ในหัวใจเรามีศิลปะที่ทำให้เกิดสันติภาพได้ทุกคน ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง จึงไม่ควรมองความขัดแย้งเป็นความเกลียดชัง แค่มองประเด็นนี้อย่างไม่เกลียดชังสันติภาพก็จะอยู่ในใจเรา หากฝันคนเดียวความฝันอาจยังไม่เป็นความจริง ความฝันที่เป็นความจริง และสันติภาพจะเกิดขึ้นไม่ยากเลยก็ต่อเมื่อ มีการรวมฝันของคนหลากหลายที่อาจฝันไม่เหมือนกันแต่มีความสุขได้ไม่ต่างกันให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยการเคารพฝันของแต่ละคน โดยเปิดใจกว้างและวางอคติ การปรองดองเกิดขึ้นไม่ได้หากใจยังมีอคติ เข้าถึงและเคารพหัวใจของเราที่จะเข้าใจคนอื่นอย่างที่เขาเป็นแล้วไม่เป็นทุกข์ ศิลปะอันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับศาสนาใด แต่ขึ้นอยู่กับนวัตกรรมในการมอง เราควรจะมองทุกข์ว่ามันเป็นแค่เพียงปรากฏการณ์ที่ทำให้เราเห็น แต่ไม่ให้คลุกคลี นี่คือศิลปะ "เห็นทุกข์แต่พ้นทุกข์" ศึกษาทุกข์แต่เป็นอิสระจากทุกข์ เราจะทำอย่างไรให้คนใช้ศิลปะอย่างนี้ในทุกการกระทำ ทุกคำพูด ที่มาจากมโนกรรมที่บริสุทธิ์ ที่สุดของการเกิดมาเป็นมนุษย์คือการใช้ศิลปะที่อยู่เหนือความทุกข์ หากเราทำได้เราจะเอาไปใช้เป็นรูปธรรมอะไรก็ได้แล้วแต่จะคิดขึ้นมา
หากชาวไทยครองสติในทุกๆ ก้าวที่เดิน ในทุกการกระทำเพื่อไม่เบียดเบียน ในทุกคำพูดให้ออกมาด้วยความกรุณา การเยียวยาจะเกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นวงกว้าง รอยยิ้มและสันติภาพที่ฝันไว้จะเป็นจริง
ธรรมสวัสดี
"แม่ชีศันสนีย์"
****สมัครรับ SMS ธรรมะเตือนใจ จากท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต 59 บาท/เดือน สอบถามรายละเอียดได้ที่เสถียรธรรมสถาน โทร. 0-2509-0085, 08-0288-4931 หรือ www.sdslive.org



