
‘ฟอร์ด’ ออกโรงแจง! โต้ทำร้ายร่างกายอดีตแฟน พร้อมสู้ในชั้นศาล
‘ฟอร์ด’ นักแสดงและนักร้องดาวรุ่งแห่ง GMMTV ออกโรงแจง! โต้ทำร้ายร่างกายอดีตแฟน ยันแค่ยื้อแย่งโทรศัพท์ พร้อมสู้ตามกระบวนการศาล
กลายเป็นกระแสในโซเชียลมาได้สักพัก จากกรณีที่มีคนออกมาโพสต์หลักฐาน ทั้งแชท คลิปเสียง และภาพบาดแผล โดยอ้างว่าถูกอดีตแฟนดาราดังจากค่ายใหญ่ทำร้ายร่างกายและจิตใจ จนกลายเป็นซึมเศร้า
ล่าสุด "ฟอร์ด FLIO" หรือ "ฟอร์ด - อรัญญ์ อัศวสืบสกุล" นักแสดงและนักร้องดาวรุ่งแห่ง GMMTV ซึ่งเป็นอดีตคนรักที่ถูกกล่าวถึง ได้ออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงความจริงในมุมของตนเองผ่าน IG Story โดยระบุข้อความยาวหลายพารากราฟว่า
สวัสดีครับ จากกระแสในโลกโซเชียล ที่ก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้ออกมาชี้แจง เพราะคดียังอยู่ในกระบวนการของศาล ศาลยังไม่มีคำตัดสิน ผมก็คิดว่ายังไม่ควรจะพูดอะไร แต่ตอนนี้เริ่มมีผลกระทบกับคนรอบตัวผม ผมไม่ไหวแล้ว
ผมขอมาบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้น
เริ่มต้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 68 ผมกับเค้าพบกันกลางเดือนนี้ เริ่มคุยกัน และคบกัน มีนัดเจอกัน กินข้าว หลังจากนั้นก็มีไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนสนิทด้วยกัน
พอ เมษายน 68 ผมกับเค้าเริ่มมีการทะเลาะกันเพราะ เค้าหาว่าผมมีคนอื่น ซึ่งจริงๆ เป็นแค่เพื่อนกัน แต่เค้าไม่เชื่อ ความสัมพันธ์เริ่มไม่ดี แต่ก็ยังคุยกัน คลิปเสียงที่เค้าลงก็น่าจะประมาณในช่วงนี้ เหตุการณ์คือ เค้าอยากไปเที่ยวสีลม แต่ผมไม่อยากให้เค้าไป เริ่มมีปากเสียงกัน ผมก็จะไปหาเค้าที่ร้าน พอไปถึงไม่เจอเค้า ก็เลยหงุดหงิด ประกอบกับผมก็ดื่มไปด้วย เสียงที่ถามเค้าว่าอยู่ที่ไหนก็เลยออกมาเป็นแบบนั้น
ผมยอมรับว่าน้ำเสียงและถ้อยคำของผมในคลิปไม่เหมาะสม ผมเสียใจและขอโทษต่อการแสดงออกในส่วนนั้น โดยไม่ขอใช้ความโกรธหรือการดื่มเป็นข้อแก้ตัว หลังจากนั้นเราสองคนได้เรียกแกร็บ ขับรถให้ไปส่งแถว หน้า 7-11 ปุณณวิถี พอแกร็บไป เราก็เริ่มทะเลาะกัน เค้าเอาโทรศัพท์ผมไปดู แต่ผมไม่ให้ก็เลยแย่งโทรศัพท์กัน แล้วเค้าก็ปาโทรศัพท์กับของผมออกนอกรถ พอผมออกไปเอาของ เค้าก็ขับรถออกไป ผมก็เลยไม่รู้ว่า เค้าเจ็บตรงไหน เค้าส่งรูปหน้าอกที่มีรอยแดงมาให้ดูทีหลัง (รูปที่เค้าโพสต์ในโซเชียล) ซึ่งตอนนั้นผมได้ขอโทษเค้าไป
โดยผมขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการดึงแย่งโทรศัพท์เท่านั้น ไม่เคยมีความคิดหรือเจตนาที่จะเข้าไปทำร้ายร่างกายเค้าเลย การที่ผมขอโทษ ผมอยากขอโทษกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการยอมรับผิด ว่าผมได้ทำร้ายเค้าตามที่ถูกกล่าวหา
รูปที่เค้าโพสต์หรือที่เค้าอ้าง ผมขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากการกระทำของผม และผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางศาลตามขั้นตอนกฎหมาย
หลังจากวันนั้น เค้าบอกผมว่า ให้เลิกกัน แต่ตอนนั้นผมยังรู้สึกดีอยู่ก็เลยง้อเค้า เค้าก็กลับมาคุย แต่ก็มีทะเลาะกันบ้าง เรื่องที่เค้าระแวงผม เค้าพยายามควบคุมชีวิตผม ไม่อยากให้ผมไปเจอแก๊งเพื่อน
ผมกับเค้าก็คบกันมาถึงกันยายน 68 นัดไปกินข้าวกันที่ ทองหล่อ หลังจากกินข้าวก็ทะเลาะกัน เรื่องที่เค้าระแวงผม มีเพื่อนส่งแชทหายมาหาผม เค้าแย่งโทรศัพท์ผมไปดูแล้วเค้าก็เอาโทรศัพท์ของผมมาถ่ายวิดีโอด่าผม ส่งแชทหาย (Disappearing Message) กลับไปให้เพื่อน (ตรงนี้ผมมีพยาน) ผมพยายามดึงโทรศัพท์ของผมคืน เกิดการยื้อแย่งกันขึ้น โดยผมไม่ได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือทำให้เกิดบาดแผลใดๆ
ตอนนั้นเค้าโมโหและบังคับให้ตามไปโรงพักทองหล่อ ที่อยู่ใกล้ๆ ผมเลยไปโรงพัก เพื่อให้เรื่องจบ ตำรวจไกล่เกลี่ยทำบันทึกให้ยุติและไม่ติดต่อไม่เอาเรื่อง เค้าก็ตกลงทำบันทึกต่อหน้าตำรวจ
หลังจากนั้น วันรุ่งขึ้น เค้าก็ติดต่อผมมาก่อน พยายามมาคุยและขอโทษ ขอเอาของมาคืน ผมไม่ได้คิดอะไร อยากจบด้วยดี ก็คุยกับเค้าดีๆ และนัดคืนของกัน เค้ามาขอโทษผม บอกว่าจะไม่ทำร้าย ไม่โพสต์ถึงกันอีกแล้ว แต่ยังเป็นเพื่อนกันได้ปกติ (มีหลักฐานคลิปเสียง) ตอนนั้นผมก็ใจอ่อน
หลังจากที่เค้าขอโทษแม่ผม ผมกับเค้ากลับมาคุยกัน พยายามปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็มีทะเลาะกันบ้าง
จนผมกับเค้ามีปากเสียงกันบ่อยขึ้นเมื่อตอนต้นปี 2569 เพราะเค้าระแวงผมตลอดเวลา มีด่าว่าผมโง่ ควย ตอแหล มีลามไปถึงแม่ผม ผมพยายามไม่ให้เค้าโมโห ผมถูกกดดันทำให้เกิดความระแวง เพราะถ้าเค้าโมโห เค้าเคยบอกว่าจะเปิดเผย เรื่องของความสัมพันธ์แล้ว ผมจะไม่รอด อยู่ในวงการไม่ได้
ผมกลัวว่ามันจะมีผลกระทบกับงานของผม กับคนรอบตัว พอถึงปลายเดือนมีนาคม ตัวผมไม่ไหวแล้วเลยบอกว่า ไม่ไหวแล้วกับการโดนด่า เค้าด่าถึงบุพการีและขู่ตลอดเวลา เลยฝากทาง ผจก คุยกับเค้าผู้อยากจบแล้ว คืนนั้นนั้นเค้าโพสต์หมายตำรวจ
ทางแม่ผมก็โทรมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นแม่เลยโทรไปคุยกับเค้า แม่บอกเค้าว่า จะไปที่บ้าน เค้าบอกว่า แล้วแต่ แล้วแม่ก็ไปจริง ๆ แต่เค้าก็ไม่ออกมา แม่บอกว่า ไม่รู้ว่าเค้าจะถ่ายรูปแม่ในวันนั้นแล้วเอามาโพสต์ว่ามีคนมาคุกคาม และหลังจากนั้นผมก็ไม่ติดต่อเค้าอีกเลย
หลังจากนั้นเมษายน ผมได้รับหมายตำรวจ ปรากฏว่า เค้าไปแจ้งความ ว่าผมทำร้ายร่างกายเค้า เอาเรื่องที่เคยทำบันทึกยุติกันไปแล้วไปแจ้งตำรวจ
ผมไม่ไหวแล้ว ที่ผ่านมาผมไม่ตอบโต้เค้า เพราะคิดว่าเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้ว เค้าควรจะหยุดจนกว่าจะมีคำตัดสิน มีผู้ใหญ่เตือนเค้าแล้ว เรื่องเอาคดีมาโพสต์ในโซเชียล ครั้งนี้ผมต้องออกมาพูดเพราะเค้าไม่หยุด และเล่าเรื่องไม่จริง โพสต์ด่าเพื่อน คนรอบตัว
จนล่าสุดผมทนไม่ได้เพราะมาด่าถึงบุพการีของผม ทางบ้านผม พ่อแม่ ก็ไม่สบายใจ เครียด จนพ่อผมเข้าโรงพยาบาลเพราะความเครียด อยากให้เรื่องนี้มันจบ และให้คำตัดสินของศาลเป็นข้อพิสูจน์หลังจากนี้อยากให้เป็นเรื่องทางศาลแล้ว
ถ้าผลออกมายังไง ผมก็พร้อมรับผลกระทบหลังจากนั้น และจะไม่ตอบโต้อีก เพื่อไม่ให้เรื่องยิ่งลุกลาม ผมรู้สึกเสียใจที่ปัญหาส่วนตัวของผม ส่งผลกระทบกับครอบครัวและคนรอบตัว ที่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์และเข้าใจผิด ผมขอโทษด้วยครับ
หลังจากที่ชี้แจงความจริงผ่าน IG Story ก็มีคนเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก เช่น กอดๆ นะ , ขอบคุณที่ออกมาพูดความจริงนะคะ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงก็คอยซัพพอร์ต คอยอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจตรงนี้เสมอนะ , ออกมายอมรับความจริง และขอโทษ คิดว่าจบสวยนะ เป็นต้น



