บันเทิง

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

26 ก.ค. 2569

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ย้อนเล่ามรสุมชีวิต ชีวิตดิ่งจากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’ เหตุผลที่ต้องเงียบเพราะสิ่งนี้!

 

 

กลืนเลือดเก็บความเจ็บปวดไว้ถึง 16 ปี! “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ย้อนเล่ามรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่สุด จากอดีตพระเอก-นักร้องซุปตาร์เบอร์ 1 ถูกรุมยำจนไร้ที่ยืนในสังคม เผยเหตุผลที่ต้องเงียบยอมโดนตราหน้าเพราะคำสอนของ “เฮียฮ้อ” และครอบครัว

 

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

 

ย้อนกลับไปในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่ได้มีพื้นที่ให้ชี้แจงเหมือนในปัจจุบัน กระแสข่าวลือและแรงกดดันทางสังคมเคยสร้างบาดแผลครั้งใหญ่ให้กับ “ฟิล์ม-รัฐภูมิ” อดีตพระเอกและนักร้องชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงมรสุมชีวิตที่เปลี่ยนชีวิตจากดาวรุ่งพุ่งแรง สู่การเป็น "จำเลยสังคม" ที่ถูกตัดสินผ่านหน้าสื่อในรายการ คนล้มลุก ดำเนินรายการโดย “อั๋น ภูวนาท คุนผลิน”

 

 

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในวันที่ชื่อเสียงของ ฟิล์ม รัฐภูมิ กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด มีงานพรีเซนเตอร์แน่นมือมากกว่า 20 ตัว ก่อนจะเกิดดราม่าระดับประเทศกับวลีเด็ดสะเทือนใจอย่าง “DNA อยู่ที่ใบหน้า” ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ในวันนั้นตนเองเพียงต้องการขอตรวจพิสูจน์ DNA ตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อความถูกต้อง แต่บริบทของสื่อและกระแสสังคมกลับรุมประณามจนไม่เหลือพื้นที่ยืน ส่งผลให้ถูกปลดจากพรีเซนเตอร์ทั้งหมด รวมถึงโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ร่วมกับค่ายเพลงดังที่ประเทศเกาหลีใต้ต้องถูกพับทิ้งลงทันที

 

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

 

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลว่าทำไมตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ถึงไม่ออกมาโต้ตอบหรือแฉรายละเอียดเพื่อปกป้องตัวเอง ฟิล์ม ยอมรับว่า เป็นเพราะคำสอนของ “เฮียฮ้อ” และครอบครัวที่ยื่นคำขาดให้ยอมรับในฐานะลูกผู้ชาย สิ่งเดียวที่ต้องทำคือการออกไปพูดให้เกียรติผู้หญิงและสังคม โดยไม่ต้องหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง ทำให้เขาต้องกลืนเลือด ยอมโดนสังคมตราหน้าและปล่อยให้คำด่าทอลามปามไปถึงครอบครัว เพื่อรักษาคำสอนของผู้ใหญ่

 

 

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ชีวิตพัง จากซุปตาร์สู่จำเลยสังคม เพราะวลี ‘DNA อยู่บนหน้า’

 

 

 

มรสุมในครั้งนั้นทำให้เขาถูกพักงานบันเทิงแบบไม่มีกำหนด จนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้เสีย เจ้าตัวจึงตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อสงบจิตใจ และบินไปเรียนต่อที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แม้วันนี้เวลาจะผ่านไปนานถึง 16 ปีแล้ว แต่บาดแผลจากการถูกพิพากษาในวันนั้น ยังคงเป็นบทเรียนราคาแพงและรอยแผลเป็นครั้งใหญ่ในชีวิตของเขาตลอดมา