
"กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ไม่มีชื่อถือหุ้น ไอศกรีมเจลาโต้ (สรุป) ทำหน้าที่อะไร - ใครถือหุ้นใหญ่สุด
"กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ไม่มีชื่อถือหุ้น ไอศกรีมเจลาโต้ Parameter เจ้าตัวยอมรับ ทำหน้าที่เป็นเชฟ มีหน้าที่คิดเมนู - ดีไซน์หลังบ้าน พบ "พรพิพัฒน์ เวหัพพลา" ถือหุ้นใหญ่ 100%
จากกรณีที่ "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ตอบโต้คอมเมนต์บนโลกโซเชียลมีเดียอย่างร้อนระอุ จนเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ล่าสุดวันนี้กฤษณ์ออกมาตั้งโต๊ะแถลง โดยระบุตั้งแต่ประเด็นการเคี้ยวเจลาโต้ บอกว่า เป็นการหยอกเล่นระหว่างตนเองและลูกค้ามาตั้งแต่เปิดร้านช่วงแรกๆ แต่เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไปหลังมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์-อินฟลูเอนเซอร์เข้ามากินที่ร้านเยอะขึ้นจึงอาจทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดี
ยืนยันเจตนาอยากทำของดีให้ทุกคนกิน ถามกลับว่า การมีคนที่ตั้งใจดี อยากทำของคุณภาพไม่เป็นประโยชน์อย่างไร ถ้ายังคิดตามกรอบเดิมจะทำให้มายด์เซตไม่ไปข้างหน้า คุณภาพจะไม่พัฒนาไปมากกว่านี้ "กฤษณ์" บอกว่า ถ้าดูคลิปวิดีโอแบบช็อตต่อช็อตจะเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสาร ตนเองเดินทางไปเรียนและชิมเจลาโต้มาหลายประเทศ ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี ญี่ปุ่น ฯลฯ เห็นต่างประเทศทำของดีๆ ก็อยากทำแบบนั้นที่ประเทศไทยบ้าง
ส่วนราคาที่ถูกมองว่า "แพงเกินไป" กฤษณ์ยืนยันว่า เป็นการตั้งราคาตามต้นทุนและวัตถุดิบที่หามาได้ยาก การทำเจลาโต้มีรายละเอียดเยอะ นอกจากส่วนผสมที่ราคาสูงยังมีอุปกรณ์อื่นๆ ถ้าทำแล้วได้ราคาเท่านี้หรือต่ำกว่านี้ด้วยวัตถุดิบและรสชาติแบบนี้ท้าให้ลองทำดู ยืนยันราคานี้สมเหตุสมผล ไม่สามารถขายราคาต่ำกว่านี้ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโลเคชัน แม้ขายร้านด้านนอกห้างก็จะตั้งราคาแบบนี้
"ถ้าทำแบบนี้แล้วขายราคาได้เท่านี้คุณขายเลย มันมีรายละเอียดเยอะไปหมด ผมมั่นใจว่า ทำยาก อย่างตัวที่ราคา 519 บาทก็ขายหมด ตอนนี้ไม่มีให้กิน เราประมูลมา ไร่ก็ให้มาน้อยให้มาครั้งละ 10 กิโลกรัม คนมากินคือคนที่รู้คุณค่า บางคนบอกต้นทุนสูงขนาดนั้นเลยเหรอ ใช่ ต้นทุนสูง อย่างพิสตาชิโอจากบรอนเตที่เราใช้ก็ไม่ใช่เพิ่งมี คนอื่นเคยขายและขายราคาเกือบเท่าผม แต่เขาไม่ได้ใส่แก้วใส่ถ้วยกระดาษ ใช้ช้อนไม้ตักกิน ขายเสร็จเขาก็เลิกขายไม่ได้เอามาขายแล้ว และของผมเป็น Classic Refined Gelato กระบวนการทำก็ยากกว่า"
ทั้งนี้ "กฤษณ์" บอกว่า ตั้งแต่มีกระแสดราม่าในโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้ยอดขายตกแต่อย่างใด ในทางกลับกันได้รับความนิยม มีคิวต่อหน้าร้านยาวเหยียดตลอด ถ้าไม่อร่อยคงไม่มีคนซื้อ ส่วนราคาที่คนบอกว่า แพงมาก ขึ้นไปถึง 500 บาท บอกว่า เร็วๆ นี้ จะมีเมนูราคาแพงกว่านี้อีก 700 บาทกำลังจะออกเร็วๆ นี้ โดยเป็นราคาที่อิงตามต้นทุนวัตถุดิบ ยิ่งหามาได้ยากก็ยิ่งราคาสูง ไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับวัตถุดิบของไอศกรีมที่ทำภายใต้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตได้
"ผมก็ไม่เข้าใจว่า เมืองไทยจะอะไรกับเจลาโต้นักหนา เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า และผมไม่ได้ว่าใครอยู่ในกะลา คำศัพท์อาจจะฟังดูรุนแรงแต่ถ้าดูคลิปดีๆ จะเห็นถึงความตั้งใจของผม ตอนนี้คนมากินมีสองประเภท 1. มากินซ้ำ ส่วนมากเป็นเด็กแล้วพาคุณพ่อคุณแม่มากินด้วย และ 2. ชาวต่างชาติ ที่เหลืออาจจะมีคนมาทำคอนเทนต์บ้าง มาแล้วเดี๋ยวก็ไป"
อย่างไรก็ตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ได้สอบถาม "กฤษณ์" ถึงกรณีที่ข้อมูล บริษัท พารามิเตอร์ จำกัด ไร้ชื่อ "กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์" ถือหุ้น มีเพียง "พรพิพัฒน์ เวหัพพลา" ถือหุ้นสัดส่วน 100% เท่านั้น ตอบว่า ตนเองทำหน้าที่เป็นเชฟ การตกแต่ง ครีเอทีฟ เป็นส่วนหนึ่งที่ตนเองทำ ดูเฉพาะการผลิตเจลาโต้แต่การบริหารอย่างอื่นเป็นคนอื่นๆ ดู "ไม่ได้เป็นเจ้าของ เป็นเชฟ ทำเจลาโต้เป็นหลัก นี่คือหน้าที่หลัก" กฤษณ์ตอบ
สำหรับ "พารามิเตอร์" ไม่ได้ตั้งเป้ารายได้และขอไม่ตอบเป็นตัวเลข พร้อมบอกว่า ถ้าไม่อร่อยเดี๋ยวสักวันก็เจ๊ง ตนเองเข้าใจว่า สถิติร้านอาหาร-ร้านขนมปิดตัว 70-80% ทุกปี ตั้งใจทำสุดๆ เพื่อให้เป็นที่หนึ่งไม่มีเบอร์สอง อยากทำของที่อร่อยที่สุดในโลก จะหมั่นไส้ก็ได้แต่ยืนยันว่า เป็นแบบนั้น และเชื่อว่า "พารามิเตอร์" อร่อยกว่าร้านมิชลิน 3 ดาว
ขอบคุณข้อมูล กรุงเทพธุรกิจ



