บันเทิง

ศาลแพ่งพระโขนง มีคำสั่งอนุญาตให้ "แม่ทราย สก๊อต" ถอนฟ้องลูกชาย "คดีลูกเนรคุณ"

ศาลแพ่งพระโขนง มีคำสั่งอนุญาตให้ "แม่ทราย สก๊อต" ถอนฟ้องลูกชาย "คดีลูกเนรคุณ"

08 ก.ค. 2569

ศาลแพ่งพระโขนง มีคำสั่งอนุญาตให้ "แม่ทราย สก๊อต" ถอนฟ้องลูกชาย "คดีลูกเนรคุณ" ทรายเผยอยากคุยกับผู้ใหญ่ในตระกูลให้เรื่องจบโดยเร็ว

เวลา 09.00น วันที่ 8 กรกฎาคม ศาลแพ่งพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ศาลได้นัดพิจารณาคดี หมายเลขดำที่ พ 101/2569ระหว่าง นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี มารดาโจทก์ กับ นายสิรณัฐ สก๊อต  หรือทรายสก๊อต บุตรชาย จำเลย ในคดีเรื่องเพิกถอนการให้

 

ศาลแพ่งพระโขนงพิจารณาคดีแล้ว เห็นว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง เนื่องจากประสงค์ระงับ ข้อพิพาทกับจำเลย โดยจำเลยไม่คัดค้าน ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และคืนค่าขึ้นศาลตามที่กฎหมายกำหนด
ในวันเดียวกัน 

นอกจากนี้ศาลได้พิจารณาคำร้องขอให้ลงโทษนาย ท. ฐานละเมิดอำนาจศาล กรณีมีการเผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับคดีนี่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาคดีและอาจส่งผลกระทบต่อคู่ความและกระบวนพิจารณา ที่ศาลเคยตักเตือน และมีคำสั่งห้ามมิให้นาย ท. นำข้อมูลเกี่ยวกับคดีเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้ว แต่ผู้ถูกกล่าวหา ยังมีพฤติการณ์เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับคดีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ศาลเห็นสมควรตั้งสำนวนไต่สวน เพื่อพิจารณาว่า การกระทำของนาย ท. เป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ จึงมีคำสั่งให้ออกหมายเรียก นาย ท. มาสอบปากคำตามขั้นตอนของกฎหมาย อันเป็นการดำเนินกระบวนการเพื่อเปิดโอกาส ให้ทุกฝ่ายได้แสดงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อศาลอย่างเป็นธรรม

 

ภายหลังศาลอนุญาตถอนฟ้อง นายสิรณัฐ สก๊อต  หรือทรายสก๊อต เดินทางมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ดักรอทำข่าว โดยมีกลุ่มเเฟนคลับมาต้อนรับเหมือนทุกครั้ง 

 

นายสิรณัฐ สก๊อต หรือทราย กล่าวว่า วันนี้ไม่อยากพูดถึงคุณแม่เพราะคิดว่า วันนี้สิ่งที่เห็นชัดคือ ทรายต้องขอบคุณทุกคนในสังคมและพลเมืองดีทุกคน เพราะวันนี้ทรายมีพ่อๆ แม่ๆ มีพี่น้องทั่วประเทศขอบคุณที่เอาทรายเข้าไปอยู่ในใจ ขอบคุณที่รับทรายมาเลี้ยง ยืนยันว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ในวันนี้เพราะทุกคน มันไม่ใช่จิตสำนึกหรือเป็นการเปลี่ยนของหัวใจเรา แต่มันคือความรักของทุกคนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนและปัจจัยที่เปลี่ยนคือสังคม

 

เมื่อถามเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน นายทราย บอกว่า  วันนี้ไม่กล้าใช้คำว่า เรามีชัยชนะ เพราะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพราะทรายไม่ได้เป็นคนที่เนรคุณ เเต่เป็นคนที่กตัญญูต่อคนอื่น ต่อประเทศ ต่องานสิ่งแวดล้อมของทรายเสมอ แต่มันเป็นการคุกคามเพิ่มเติม ซึ่งเท่ากับว่าที่เขาถอนฟ้องเราวันนี้คือเขาไม่ได้ทำร้ายเราเพิ่ม

 

แต่เรื่องอื่นๆที่พาเรามาถึงจุดนี้มันยังอยู่ แม้ว่าเขาจะถอนฟ้อง ชีวิตทรายก็ยังพังอยู่ดี เพราะตอนนี้ทรายยังไม่มีบ้าน ยังไม่มีความแน่นอนหรือมั่นคงในชีวิตตัวเอง เรื่องการหาเลี้ยงตัวเอง  ตนทำได้เสมอ แต่มันคงไม่ใช่ชีวิตที่มันยุติธรรมตามที่คุณตาหวังไว้ให้กับทราย หรือสิ่งที่ควรที่จะได้รับ หลังจบตรงนี้ทรายไม่ใช่คนที่กลับไปใช้ชีวิตตัวเอง แต่จะต้องมารับน้ำหนักสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งชีวิตของทราย เพราะตอนนี้ยังไม่มีการเยียวยาหรือความยุติธรรมของเรื่องนี้เลย

 

เบื้องต้นยังไม่มีมีการนัดคุยกันชัดเจนในส่วนของคืนทรัพย์สิน และความจริงแล้วตนก็ยังไม่รู้ว่า มีการถอนฟ้องตนผ่านทางช่องทางใด เพราะยังไม่ได้มีการติดต่อมาโดยตรง เรื่องนี้ตนรู้จากสื่อ 

 

ส่วนเรื่องมรดกนั้นก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากคุณแม่ แต่ส่วนตัวคิดว่า เรื่องมรดกเป็นแค่ ส่วนหนึ่งของความไม่ยุติธรรม แต่เรื่องหลักที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่อง พาย ที่ต้องถูกดำเนินคดี 

 

ถ้าเกิดคนในครอบครัวอ้างว่ารักเราจริง  ต้องเป็นพยานให้เราเพราะรู้เรื่องก่อนคนอื่น แต่สิ่งที่เขาพูดมาเป็นแค่คำลอยๆ และส่วนตัวมองว่าเรื่องชีวิตของตนไม่สามารถสรุปจากแถลงการณ์จากอีกฝ่ายได้ฝ่ายเดียว เพราะตนเห็นมาแล้ว และถ้าสังคมไม่ได้รับรู้เรื่องของตน ชีวิตตนจะพังพินาศขนาดไหน  ตอนนี้ยังไม่เห็นเพราะวี่แววความยุติธรรมเรื่องของพาย และเรื่องชีวิตที่เราคู่ควร 


ในเรื่องการดำเนินคดีอาญากับพายนั้น ตอนนี้กำลังเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ส่วนจะใช้สิทธิแบบใด อยู่ในขั้นตอนพิจารณาวิธีการอยู่

 

ในตอนนี้ทรายอยากกลับไปดูบ้านที่หัวหิน ไม่ได้ไปดูมานานแล้ว เพราะที่บ้านมีสุนัขที่ทรายทิ้งไว้ที่นั้น และอยากดูว่าบ้านเป็นยังไง

 

ส่วนในเรื่องการนัดพูดคุย ถ้าทางครอบครัวจะมีการนัด ตนก็อยากให้มีการนัดในเร็วๆ นี้ ในอาทิตย์นี้ได้ยิ่งดีเพราะเรื่องนี้ตนออกมาสู้กับสงครามแบบนี้มา 2 เดือนเต็ม มันไม่ใช่การใช้ชีวิตที่คู่ควรกับมนุษย์คนนึง และไม่อยากให้อยากให้สังคมคิดว่าการที่เค้าออกแถลงการณ์มันจะช่วยเราได้ ยังไงตนก็ถูกปล่อยให้เรามือกับเรื่องนี้กับความไม่แน่นอนมา 2 เดือนเต็ม แถมยังถูกคนในองค์กรโจมตี สำหรับผู้ชายคนนึงตนอาจจะดูเข้มแข็ง แต่มันไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ยากหรือลำบากสำหรับตนที่จะต้องรับมือกับเรื่องแบบนี้ และไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะจบหรือไม่จบ เพราะเราเห็นแค่คำพูด แต่การกระทำคนยังไม่เห็น ซึ่งมันคือแผลติดตัว และตนอยากให้มันรีบจบ

 

ส่วนที่ครอบครัวมีการตั้งสภาครอบครัวมาดูเเล ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียตนก็จะออกมาเล่าให้สังคมฟัง เมื่อได้นั่งประชุมกัน เพราะตอนนี้ตนยังบอกไม่ได้ ว่าดีหรือไม่ แต่ตนอยากแยกตัวออกมาและอยากใช้ชีวิตของตนเอง

 

ส่วนจะเเยกออกมาอย่างไรนั้น มองว่ายากที่เราจะคาดหวัง หรือเชื่อมั่นในคำพูดคำหรือสัญญาของคน อย่างที่ทรายเคยเขียนว่าความรักมันไม่ใช่คำสัญญาแต่มันคือความรู้สึกที่เราได้มาจากการกระทำของคน 

 

ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับความรู้สึกตรงนั้นมาเลย และตอนนี้คิดว่าถึงเวลาถ้าเขาอยากแสดงความจริงใจให้เขาควรมาลงน้ำหนักมาตรงนี้บ้าง

 

ส่วนที่มีการมาบอกว่าตระกูลเเบ่งเป็นสาย เเละบางสายไม่รู้เรื่อง ตนไม่เคยมองว่าสายเลือด เป็นการแบ่งแยกการแสดงออกของความเป็นมนุษย์ เพราะถ้าคนเราแบ่งแยกเรื่องสายเลือดแล้วทำไมคนในสังคมมาดูแลทรายได้ ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักทรายยังเข้าใจเรื่องนี้เร็วและทันที ทำไมคนในครอบครัวถึงไม่ออกมาทำอะไรเลย ทำไมถึงไม่พิจารณา หรือขอดูหลักฐานหรือรับฟัง

 

ซึ่งมันเป็นโลกที่ตนไม่เข้าใจ เพราะไม่ว่าจะชีวิตสัตว์หรือคนตนก็พร้อมที่จะเรียกร้องให้เสมอ แต่แค่การที่คุณรู้มาสองเดือนแล้วมันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีและชัดเจน ทรายคิดว่าทุกคนก็รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนที่เป็นพิษภัยต่อสังคม หรืออาจจะเป็นพิษภัยต่อเด็ก คำตอบก็น่าจะชัดเจน

 

ส่วนความรู้สึกตอนนี้เราอยู่ในสงคราม และเป็นเรื่องยากเราตื่นมาด้วยความไม่แน่นอนว่าคนจะเห็นความสำคัญของความเป็นมนุษย์ของเราหรือไม่ ที่ผ่านมาว่าเราจะต้องสู้เพื่อความเป็มนุษย์ของตัวเอง ถ้าเรื่องนี้จบตนคงต้องใช้เวลาอีกนานในการบำบัด คงไปสู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้ใจตัวเอง 

 

ต่อมานายทราย  ร่ำไห้ พร้อมขอบคุณทุกคน ที่ทุกคนในสังคมให้ทรายในสิ่งที่ มากกว่าสิ่งที่เด็กคนหนึ่งจะขอได้ ทุกที่ที่เราไป มีคนที่ยิ้มให้ เขาต้องการเรา ตอนทรายเป็นวิทยากร ทุกคนส่งกำลังใจให้เรา ทุกคนพร้อมให้กำลังใจ และนี้คือสิ่งที่ตนอยากได้มาตลอด คือความเป็นครอบครัว ไม่ว่าต่อจากนี้ผลจะเป็ยยังไง ตนอยากขอบคุณทุกคนในสังคมที่ทำให้ตนมีชีวิตที่ดี และหวังว่าอนาคตมันจะดีกว่านี้

 

ด้านนางเบญจมา อภัยวงศ์ ทนายความส่วนตัว ระบุว่า ในคำร้องที่เรายื่นไปนั้นมีทั้ง พยาน 4 คน ในหลายประเด็น เช่น เรื่องอายุความคดี เรื่องโฉนดที่ดิน และคำให้การของคุณทราย ที่บ่งบอกว่าไม่มีพฤติกรรมที่เนรคุณ รวมถึงยังมีหลักฐานทั้งคลิปที่มีการถอดเสียงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อีกด้วย และบอกอีกว่า คดีนี้ได้หมดอายุความไปแล้ว ตั้งแต่มาฟ้อง โดยขอย้ำว่าไม่ต้องกังวลว่าคุณทรายจะถูกฟ้องเรื่องนี้อีก 

 

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมด้วย วันนี้คดีความระหว่าง คุณทราย สก็อต และฝ่ายโจทก์ ที่เป็นคุณแม่ ซึ่งวันนี้คุณแม่ไม่ได้มา มาเพียงตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ โดยทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้อง “ขอถอนฟ้องจำเลย” โดยอ้างว่าประสงค์ที่จะประนีประนอม ซึ่งเป็นเรื่องของคนในครัวครัว เป็นเรื่องภายใน และไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับคุณทรายในคดีนี้อีก ซึ่งไม่ได้มีการคัดค้านทำให้ศาลเห็นสมควรให้ถอนฟ้องแล้วจำหน่ายคดีออกจากสารระบบ

 

นอกจากนี้นายปานเทพยังได้พูดถึง กรณีที่มีบุคคลละเมิดอำนาจศาล ซึ่งทางเรา ได้ยื่นคำร้องไปก่อนหน้านี้ และวันนี้ศาลเห็นชอบให้ดำเนินการ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการออกหมายเรียกและนัดไต่สวน

 

ศาลแพ่งพระโขนง มีคำสั่งอนุญาตให้ "แม่ทราย สก๊อต" ถอนฟ้องลูกชาย "คดีลูกเนรคุณ"