บันเทิง

"ซูเปอร์จูเนียร์....จาก 13 เหลือเพียง 10  
ในอัลบั้มใหม่ “Bonamana”

"ซูเปอร์จูเนียร์....จาก 13 เหลือเพียง 10 ในอัลบั้มใหม่ “Bonamana”

05 มิ.ย. 2553

อาจจะช็อกไปสักหน่อย สำหรับแฟนๆ ชาวเอลฟ์ เมื่อช่วงปีที่ผ่านมาศิลปินสุดที่รักวง ซูเปอร์จูเนียร์ มีแต่เรื่องวุ่นๆ วิ่งเข้าหาไม่หยุดหย่อน เริ่มกันที่ ฮันคยอง สมาชิกหนุ่มชาวจีนเพียงหนึ่งเดียวที่ตัดสินใจฟ้องร้องต้นสังกัดเพื่อยกเลิกสัญญา ต่อมา คังอิน ก็เกิดเม

  ในขณะที่ คิบอม ก็มุ่งมั่นอยู่กับงานแสดง จนแทบไม่แตะในส่วนของงานเพลงร่วมกับเพื่อนๆ เลย  ท้ายที่สุด จึงทำให้อัลบั้มชุดที่ 4 ซึ่งเป็นชุดล่าสุดของวง ซูเปอร์จูเนียร์ นั้น  เหลือสมาชิกอยู่เพียงแค่ 10 คนเท่านั้น  หากแต่ว่าความร้อนแรงของหนุ่มๆ ก็ไม่มีใครหยุดได้  เมื่อ “Bonamana” กลายเป็นอัลบั้มขายดีทะลุเป้าแม้จะเพิ่งวางแผงได้ไม่นาน

 แต่ละคนคงจะเครียดและกดดันไม่น้อยกับปัญหาส่วนตัวของสมาชิกทั้ง 3 คนที่ไม่สามารถอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้มนี้ได้
 อีทึก : มันเป็นช่วงเวลาที่ยากมาก เมื่อผมต้องฝืนยิ้มต่อหน้ากล้อง ทั้งๆ ที่วงเรากำลังมีปัญหา  ผมช็อกมาก หลังจากที่ได้รู้ข่าวเรื่องการฟ้องร้องของ ฮันคยอง สำหรับ คังอิน และ คิบอม เรายังติดต่อกันอยู่เสมอนะครับ แม้ คังอิน กำลังจะเตรียมตัวเพื่อเข้ากรมทหาร แต่เขาก็มักจะส่งข้อความมาให้กำลังใจพวกเราอยู่เสมอ  คิบอม ที่ยุ่งอยู่กับงานแสดงก็เช่นเดียวกัน  ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาวง ซูเปอร์จูเนียร์ ให้ได้นานที่สุด  และจะรอวันที่พวกเขากลับมาอีกครั้ง พวกเรายังเว้นที่ว่างไว้ให้เสมอ

 ฮีซอล : ผมรู้สึกเคว้งมาก เมื่อรู้ว่า ฮันคยอง ถอนตัว และบินกลับจีนไปแล้ว  เราสองคนสนิทกันมาก เพราะนอนห้องเดียวกัน  มันรู้สึกแย่ ถึงขนาดที่ผมคิดจะถอนตัวออกจากวงตามไปด้วย  ผมไม่รู้ว่าจะอยู่เพื่ออะไร ในเมื่อร้องเพลงก็ไม่เก่ง เต้นก็ไม่ค่อยได้  คงจะดีกว่าหากผมเลิกเป็นนักร้อง แล้วไปเป็นนักแสดงเพียงอย่างเดียว  แต่เพราะได้กำลังใจจากเพื่อนสมาชิกที่เหลือ จึงทำให้ผมคิดได้ และมีแรงใจในการทำอัลบั้มนี้ครับ

 รู้สึกอย่างไรบ้าง ที่แม้สมาชิกจะลดลงเหลือ 10 คน แต่อัลบั้ม “Bonamana” กลับได้กระแสตอบรับดีมาก
 อีทึก : ผมก็ไม่คิดเหมือนกันครับ ว่าจะมีแฟนๆ สนับสนุนพวกเรามากมายขนาดนี้  ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่เราออกรายการทีวี นอกเหนือไปจากแค่ร้องเพลง  แม้มันอาจจะทำให้เราเสียอิมเมจการเป็นนักร้องไปบ้าง  แต่ก็ถือว่าคุ้มที่ได้โปรโมทตัวเองให้เป็นที่รู้จักในสังคมมากขึ้น

 เพลง “Bonamana” มีความคล้ายคลึงกับเพลง “Sorry, Sorry” ซึ่งเป็นเพลงฮิตในอัลบั้มก่อนมาก เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเรียกว่าเป็นแนวเพลงเฉพาะตัวของซูเปอร์จูเนียร์
 อีทึก : พวกเราก็คิดเหมือนกันครับ ว่า 2 เพลงนี้คล้ายคลึงกันมาก  ไม่แปลกหากแฟนจะเอาทั้ง 2 เพลงมาเปรียบเทียบกัน  เรายังเรียกแนวเพลงนี้เล่นๆ เลยครับว่า “SJ (Super Junior) Funky”

 หลังจากออกผลงานมาแล้ว 4 อัลบั้ม เคยสังเกตตัวเองไหม ว่ามีความเอาใจใส่และสนใจในงานดนตรีมากขึ้น
 อีทึก : ตอนออกอัลบั้มแรก พวกเรามีหน้าที่อย่างเดียว คือตั้งหน้าตั้งตาอัดเพลง  ทุกวันนี้เรามีส่วนคิดเห็นในงานเพลงของเราเองมากขึ้น  มีการแต่งและเรียบเรียงเพลงเอง ซึ่งในอนาคตแฟนเพลงจะได้เห็นความสามารถทางด้านดนตรีของสมาชิกแต่ละคนมากยิ่งขึ้น

 โดยปกติแล้ว วงบอยแบนด์ จะมีอายุอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปี นับจากวันที่ซูเปอร์จูเนียร์เปิดตัว ตอนนี้ก็ 5 ปีพอดี แต่พวกคุณก็ยังได้รับความนิยมอยู่  มีการมองอนาคตไว้อย่างไร
 อีทึก : แต่ก่อนผมเคยคิดเหมือนกันครับ ว่าวงส่วนใหญ่อยู่ได้ประมาณ 5 ปี แต่ทุกวันนี้ผมคิดว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว  เพราะเราไม่ได้ทำงานแค่เฉพาะในเกาหลี แต่เป็นทั่วทั้งเอเชีย ดังนั้นช่วงเวลาแค่ 4-5 ปี อาจไม่เพียงพอด้วยซ้ำไป  ผมหวังว่าเราจะอยู่ในวงการได้ยาวกว่านั้น  ยันอายุ 30-40 ปี