
"ทราย สก๊อต" ร้องไห้ เล่าถูกพี่ชายล่วงละเมิด เจอแม่ฟ้องเอามรดกที่ตายกให้คืน
"ทราย สก๊อต" ร้องไห้ เล่าถูกพี่ชายล่วงละเมิด ตอนเป็นวัยรุ่นหลายครั้ง แถมปีนี้ถูกแม่ฟ้องเอามรดกที่คุณตายกให้คืน เพราะเป็นลูกเนรคุณ
ทำเอาตกใจกันทั้งโซเชียล เมื่อ 9 พ.ค. 69 "ทราย สก๊อต" โพสต์คลิปตัวเองร้องไห้ เล่าอดีตสุดบอบช้ำ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทราย - Merman Ψ ระบุว่า "ทรายไม่อยากให้ใครเรียกทรายว่าทายาทสิงห์ เพราะที่ผ่านมา (ร้องไห้) คนเขาไม่รู้ พี่ชายผมเป็นคนข่มขืนผม เขาไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว เขาทำตอนที่ผมเป็นวัยรุ่นหลายครั้ง แล้วครอบครัวของผมทุกคนรู้หมด
เขาได้ฟังเทปที่ผมอัด ที่มีเสียงพี่ชายที่เขาสารภาพ ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนช่วยผมเลย ผมไม่มีทางเลือกครับ ผมอายุจะ 30 แล้วปีนี้ ผมไม่เคยมีความยุติธรรมในเรื่องนี้เลย ไม่ว่าผมจะขอความช่วยเหลือจากญาติคนไหน หรือผู้ใหญ่คนไหนในตระกูล
แล้วปีนี้แม่ฟ้องร้องผม เพื่อจะเอาทรัพย์สินที่คุณตายกให้ผม เขาหาว่าผมเป็นลูกเนรคุณ สำหรับการที่ผมเล่าให้ทุกคนฟัง พี่เลี้ยงผมทำอะไร แล้วตอนผมไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ คนในตระกูลบอกผมขอโทษแม่ ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไง ผมรู้ว่าผมใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่สามารถอยู่กับคนในตระกูลที่เขาเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผม ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนเครียด ผมอยู่กับชีวิตแบบนี้ไม่ได้ (ร้องไห้)"
ล่าสุด 12 พ.ค. 69 "พาย สุนิษฐ์ สก็อต" อัดคลิปโต้ข่าวน้องชาย "ทราย สก๊อต" ผ่านเฟซบุ๊ก Mild Jiravechsoontornkul ระบุว่า ชี้แจงวันนี้เพื่อปกป้องครอบครัวตัวเอง เพราะเรื่องนี้ส่งผลต่อภรรยาและลูกของผม ที่ผมพูดตะกุกตะกักเพราะภาษาไทยไม่ค่อยแข็ง และขอจดโน๊ตไว้เพื่อที่จะได้ไม่ตกหล่นประเด็นไหน
เรื่องที่น้องกล่าวหารุนแรงว่าผมไปข่มขืนเขา ผมขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง และไม่เคยเกิดขึ้น ทุกคนที่รู้จักผม ครอบครัว เพื่อน ยืนยันว่าผมไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้น เป็นเรื่องที่น่าขยะแขยง และแย่มากๆ และผมไม่เคยคิดเจตนาทำกับใครเลยโดยเฉพาะน้องแท้ๆของผม ผมเสียใจมากที่น้องคิดว่าผมทำอะไรแบบนั้นกับเขา
เรื่องคลิปเสียงที่พูดถึง ผมเองก็ไม่ทราบว่าถูกเรคคอร์ดแต่ผมสันนิษฐานว่าเป็นการคุยกันของผมกับน้องสมัยวัยเด็ก ผมยอมรับว่ามีการทะเลาะและมีการกลั่นแกล้งตามประสาพี่น้องที่บางทีอาจรุนแรง ซึ่งผมอาจยังไม่ทราบว่าอันไหนดีไม่ดี ผมได้เคลียร์ขอโทษน้องไปหลายรอบแล้ว ยืนยันว่าผมไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นกับน้องเลย
ที่จริงผมกับน้องโตคนละประเทศ ผมเรียนโรงเรียนประจำที่อังกฤษ จนถึงมหาวิทยาลัย ช่วงที่เจอน้องก็ช่วงที่กลับมาฮอลิเดย์ ปิดเทอม ซึ่งส่วนมากผมก็แฮงเอาท์กับเพื่อนและแฟน
เรื่องที่ครอบครัว ignore ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ว่าจะเป็นญาติผู้ใหญ่หรือว่าเพื่อนฝูงได้ยืนมือไปช่วยเขาหลายรอบ ซับพรอตเขาในทุกด้าน รวมถึงการไปหาหมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางน้องได้บล็อกช่องทางการสื่อสาร ทำให้ครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ และติดต่อได้ยาก ถ้าจริง ทางครอบครัวไม่มีทางปล่อยไป ทุกคนอยู่เคียงข้างและซับพรอตน้องเสมอ
ประเด็นบ้านที่หัวหินฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินกัน บ้านนี้เดิมทีเป็นของคุณตา ซึ่งคุณตามอบบ้านหลังนี้ให้ลูกของคุณตา ส่วนของคุณแม่ คุณแม่ได้มอบให้กับผมและน้อง แต่คุณแม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เพราะมีการทำลายทรัพย์สินเกิดขึ้น มีการนำพาคนข้างนอกมาบุกรุก รวมถึงมีการนำของส่วนกลางไปจัดการ คุณแม่ได้อยากเรียกกลับมาเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สินกับคนในบ้าน
ที่พูดมาทั้งหมดผมมีหลักฐานชัดเจน ที่สามารถไปดำเนินการต่อทางกฎหมาย (ถอนหายใจ) สุดท้ายนี้ที่ออกมาพูดไม่อยากทำร้ายใคร ทุกคนที่ทราบผมดี มันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับผม ที่ผมต้องมาพูดอะไรแบบนี้ สะเทือนใจผมมาก ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดกับตัวผมเลย ผมไม่ต้องการให้เรื่องในครอบครัวเป็นเรื่องสาธารณะ ผมเชื่อว่าทุกคนที่มีครอบครัวก็ไม่อยากให้สิ่งแบบนี้เกิดขึ้นกับเขาเช่นกัน และการที่พูดเรื่องนี้มันไม่ได้ส่งผลดีกับใครเลย รวมถึงทางน้องด้วย
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางครอบครัวได้เปิดใจที่จะพูดคุยกับน้องเสมอ หลังจากนี้ขอให้ทุกอย่างดำเนินการด้วยกระบวนการกฎหมายอย่างถูกต้อง รวมถึงหลักฐานทุกอย่างที่มี ขอบคุณทุกคนที่รับฟัง



