บันเทิง

‘เนโกะ จัมพ์’ คว้าโอกาส
ได้โกอินเตอร์ที่ญี่ปุ่น

‘เนโกะ จัมพ์’ คว้าโอกาส ได้โกอินเตอร์ที่ญี่ปุ่น

05 มิ.ย. 2553

ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปง่ายๆ สำหรับสองสาว “เนย” วรัฐฐา และ “แจม” ชรัฐฐา อิมราพร ในนามวง “เนโกะ จัมพ์” ของค่าย “อาร์เอส” ที่ได้โอกาสพิเศษจากการได้ไปร่วมงานกับค่ายดังของประเทศญี่ปุ่น “คิง เรคคอร์ด (King records)” ซึ่ง “เนโกะ จัมพ์” นับว่าเป็นศิลปินไทยเบอ

  “ตอนแรกเราได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่น แล้วได้กระแสตอบรับจากแฟนๆ ที่นั่นดีมาก ทางค่ายคิงเรดคอร์ด เห็นเราเป็นที่รู้จักแล้ว เลยให้เราลองไปร้องเพลงประกอบแอนิเมชั่น ซึ่งตอนนั้นเอาเพลงปู และเพลงช่วยหมัดหน่อย ไปทำเป็นเวอร์ชั่น พอได้โปรเจกท์นี้ด้วยกัน กระแสตอบรับเรายังมาเรื่อยๆ เลยเริ่มทำอัลบั้มที่นั่น ด้วยการเลือกเพลงฮิตๆ ในอัลบั้มแรก และอัลบั้มที่สองที่เราทำที่เมืองไทย โดยเพลงที่เลือกไม่ใช่เพลงที่ฮิตที่เมืองไทย แต่เป็นเพลงที่ฮิตที่ญี่ปุ่น อย่างเพลงปู ช่วยมัดหน่อย จุ๊บจุ๊บ เอาไปรวมทั้งเวอร์ชั่นไทย และเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แล้วก็มีเพลงพิเศษที่ทางคิงเรดคอร์ดแต่งให้เราใหม่อย่างเพลง แคลพ ยัว ซันเดย์ (Clap Your Sunday) ด้วย” เนยกล่าว โดยแจมเสริมต่อ ว่าเพิ่งบินไปเปิดอัลบั้มที่นั่นมีแฟนๆ ให้การตอบรับดีมาก

 “เราเพิ่งบินไปเปิดอัลบั้ม โดยเราใช้งานไทย เฟสติวัล เป็นวันเปิดอัลบั้มของเรา แฟนๆ ให้การตอบรับอย่างดีมาก เราสองคนได้โชว์มินิคอนเสิร์ตด้วย ซึ่งเราแปลกใจมาก เพราะว่าแฟนที่มาตามดูตามเชียร์ และซื้ออัลบั้มของเราเป็นหนุ่มๆ วัยทำงาน อายุ 25 ปีขึ้นไป ไม่ใช่แบบเป็นเด็กๆ หรือเป็นผู้หญิงเหมือนในบ้านเรา แถมอัลบั้มที่เราไปขายวันนั้นขายหมดเกลี้ยง ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น เพราะทำงานที่นั่นค่อนข้างเครียดมาก เพราะว่าทีมงานที่นั่น เราก็ไม่รู้จัก ตอนแรกที่ไป เรื่องภาษาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างลำบาก เพราะว่าเราไม่ค่อยเข้าใจ ว่าเขาต้องการให้เราทำอะไร ถึงมีล่าม การทำงานค่อนข้างลำบาก แล้วที่ญี่ปุ่นการทำงานของเขาจะจริงจังมาก คือเขาทำงานตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่กินอะไรเลย ตอนเช้ากินแค่กาแฟแก้วเดียว แล้วก็ทำไปยันเย็นไม่มีพักเลย ตอนแรกเราก็อึดอัดเหมือนกัน แต่พอทำงานไปนานเข้า เราเลยรู้ว่าระบบของเขากับเราต่างกัน” นักร้องดังเผย

 ก่อนจะเสริมว่าระยะเวลาที่ไปทำงานที่สั้นๆ แค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น มันทำให้กดดันในทุกอย่าง
 “เวลาที่เราไปที่โน่น เราจะไปครั้งละหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น เพราะว่าเราเองมีงานที่เมืองไทย ซึ่งเป็นงานหลักของเราอยู่แล้ว การที่เราจะไปที่นั่นแต่ละสัปดาห์ เขาจะอัดงานให้เราเต็มเหยียด ทั้งออกรายการ โปรโมทอัลบั้ม หรืองานมีทติ้งต่างๆ กับแฟนคลับ เพราะจะนั้นเรื่องของเวลามันกดดันเราอยู่แล้ว และการทำงานของคนญี่ปุ่น เรื่องความตรงเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก คือเขาจะกำหนดเวลาชัดเจน จะมาเลทมาช้าไม่ได้เลย แต่เราก็เตรียมตัวในส่วนของเราไปอยู่แล้ว เลยทำให้การทำงานง่ายขึ้น” แฝดน้องแจง

 โดยสองสาวยังยืนยัน ว่ายังไม่คิดที่จะย้ายไปเป็นศิลปินญี่ปุ่นถาวร แค่เป็นโอกาสที่เข้ามาและรับไว้เท่านั้น
 “ตอนนี้เรายังเป็นแค่ศิลปินไทย ที่ได้ไปทำงานเพลงที่ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เรายังไม่ได้ชื่อว่าเป็นศิลปินของที่นั่น ถ้าถามว่าในใจ แอบมีหวังไหม ว่าอยากเป็นศิลปินของญี่ปุ่น เราก็แอบหวังอยู่ แต่มันยังต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะว่าเรายังได้ชื่อว่าเป็นศิลปินของอาร์เอสอยู่ แล้วการที่เราได้ไปทำงานกับคิงเรคคอร์ด เพราะว่าทางผู้ใหญ่อาร์เอสหยิบยื่นโอกาสนั้นให้” แฝดพี่เผย แจมแฝดผู้น้องกล่าวเสริมต่อ

 “เราสองคนยังอยากที่ทำงานเพลง ให้แฟนเมืองไทยได้ฟังก่อน เพราะยังไงเราก็รู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านเรา แฟนๆ ทุกคน ก็เป็นเหมือนพี่น้องของเรา ที่ทำให้เราได้มายืนอยู่ตรงนี้ งานที่ญี่ปุ่นเป็นเหมือนโอกาส แต่ไม่ใช่งานหลักๆ ของเรา เพราะตอนนี้เราเองก็เร่งทำอัลบั้มใหม่ให้เสร็จ เพราะว่าแฟนๆ ชาวไทยเรียกร้องมาเยอะแล้ว เราไม่อยากที่จะทำให้แฟนเมืองไทยรู้สึกว่าเราทิ้งพวกเขา เพื่อไปโกอินเตอร์ หรือไปที่อื่น” แจมชี้แจง

 แต่พอถาม ว่าถ้าได้โอกาสไปเป็นศิลปินที่ญี่ปุ่นจะไปไหม ทั้งสองสาวแทงกั๊กว่ารอให้เป็นเรื่องของอนาคตยังตอบอะไรไม่ได้

 “เราสองคนได้โอกาสนี้มาก็พยายามที่จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องที่ว่าจะได้ไปเป็นศิลปินของญี่ปุ่นเต็มตัว มันเป็นเรื่องในอนาคต จริงๆ เราเพิ่งมีอัลบั้มที่โน่นไป คงต้องรอกระแสตอบรับของแฟนๆ ญี่ปุ่นด้วยว่าดีแค่ไหน แต่เท่าที่เราไปโปรโมท ไปเล่นคอนเสิร์ตมากระแสตอบรับดีมาก ถ้าดีแบบนี้ต่อไป เราอาจจะไปมีผลงานที่นั่นก็ได้ แต่เรื่องนั้นก็ยังเป็นเรื่องที่คาดเดา เป็นเรื่องของอนาคตมากกว่า แต่ยังไงเราก็ไม่ทิ้งเมืองไทยแน่นอน” นักร้องสาวคนน้องกล่าวปิดท้าย