
ดราม่า "ลินคอล์น บูย" ถูกแฟนนางเอกตบหน้า "เต้ ปิยะรัฐ" ตอบชัดแล้ว!
ดราม่า "ลินคอล์น บูย" The Face Men Thailand Season 4 ถูกแฟนนางเอกตัวแม่ตบหน้า ใน After Party "เต้ ปิยะรัฐ" ตอบชัดแล้ว!
เป็นประเด็นร้อนกันเลยทีเดียว หลังมีข่าว "ลินคอล์น บูย" (Lincoln Bui) ผู้เข้าแข่งขันจากรายการ The Face Men Thailand Season 4 ทีม #TEAMPANDA ที่มี "แพนเค้ก เขมนิจ" กับ "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" เป็นเมนเทอร์ ถูกแฟนนางเอกตัวแม่ตบหน้า ใน After Party แห่งหนึ่ง จนต้องไปโรงพยาบาล
ซึ่ง "ลินคอล์น บูย" ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า ไม่ต้องเป็นห่วงกันน้า มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีอะไรจริงจัง ขอบคุณทุกคนที่ซัพพอร์ตและเป็นห่วงกันนะครับ
ล่าสุด "เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก" เจ้าของรายการ The Face Men Thailand ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า ก็ตามที่น้องบอกว่าเคลียร์แล้ว จบแล้ว ไม่มีอะไร ไม่ได้ติดใจอะไร ส่วนเราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรมาก ถ้ามันเกิดในพื้นที่บ้านของเรา เราก็พร้อมบริหารจัดการได้ ถ้าเขาอยากให้เราบริหารจัดการ แต่วันนี้ต้องให้เขาคุยกันเองก่อน ไม่ใช่เรื่องของเรา เราก็อยากให้จบ อาจจะเป็นเรื่องอย่างที่น้องบอกก็คือความเข้าใจผิด ก็ไม่อยากให้พูดต่อ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันไปใหญ่
บอกตรงๆ ว่าไม่ได้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เราก็รู้จักทุกคนที่ทำงานร่วมกับเราดีว่าแต่ละคนเป็นยังไง เราไม่รู้สึกอยากเข้าข้างใคร แต่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เขาต้องคุยกัน จากความเข้าใจผิดนิดหน่อย อันนี้เท่าที่ทราบ เมื่อวานนี้เขาได้คุยกันแล้ว ตามที่น้องเขาแจ้งเองว่าโอเค ทุกอย่างเคลียร์แล้ว ก็เป็นไปตามนั้น
เราเองเป็นต้นสังกัดและเป็นเจ้าของพื้นที่ซะด้วยสิ ถ้าเกิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายอยากให้เราร่วมบริหารจัดการ เราก็พร้อมที่จะประสานให้ ซึ่งเราก็ประสานให้บางส่วน ซึ่งเท่าที่ประสานไปแล้ว เขาก็คุยกันแล้ว น้องก็ประกาศเองว่ามันจบไปแล้ว ดังนั้นก็น่าจะจบแล้วแหละ
เราเป็นคนทำงาน ก็มืออาชีพบ้างไม่มืออาชีพบ้าง มีอารมณ์บ้าง เราก็เป็นมนุษย์ธรรมดานี่แหละ แต่รู้สึกยังไงคือไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันเวลาที่ทุกคนมีความสุข อาฟเตอร์ไฟนอลวอล์กปาร์ตี้มันเป็นการปลดปล่อย เราทำงานมาด้วยกันหลายเดือน คนดูแฮปปี้มีความสุข มันรู้สึกแค่นั้นเลย รู้สึกว่าอะไรที่เกิดขึ้น เราไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยจริงๆ เราคิดว่าถ้าเกิดว่าเป็นความเข้าใจผิด เขาก็คงคุยกันได้ในระดับคนที่โตแล้ว มีวุฒิภาวะแล้ว มันก็น่าจะจบแล้วนะ
จะมีปัญหาในการทำงานร่วมงานกันไหม มันไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกับการทำงาน แต่ก็ต้องคำนวณดูแล้วก็วิเคราะห์ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ทุกคนโตพอที่จะจบ คุยกันแล้วเข้าใจ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็อันนี้อาจจะต้องพิจารณากันอีกทีว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วเราสามารถคลี่คลายให้ได้อย่างไร ก็ยังอยากร่วมงานกับทุกคนอยู่นั่นแหละ แต่มันขึ้นกับว่าอะไรเกิดขึ้นต่อไป ก็ขอให้มันจบแค่นี้



