
“หม่ำ จ๊กมก” สุดภูมิใจประทับรอยมือ-รอยเท้า ขึ้นแท่น ดาวดวงที่ 208 หอภาพยนตร์
จากตลกคาเฟ่สู่ดาวประดับฟ้า “หม่ำ จ๊กมก” สุดภูมิใจคว้าเกียรติยศสูงสุด ประทับรอยจารึกเคียงข้างศิลปินรุ่นพี่ ดาวดวงที่208 ณ ลานดารา หอภาพยนตร์
เป็นนักแสดงมากฝีมือที่ต้องยอมรับว่า เค้าเป็นตำนานยังมีลมหายใจ! “หม่ำ จ๊กมก” รับเกียรติสูงสุดแห่งวงการหนังไทย อีกครั้งกับการได้ประทับรอยมือ–รอยเท้า ขึ้นแท่นเป็นดาวเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้เชิญ ศิลปินตลกและผู้กำกับคนดัง หม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) มาประทับรอยมือ–รอยเท้า ณ “ลานดารา” นับเป็นดาวดวงที่ 208 ของสถานที่แห่งนี้ ภายในงานยังมีการพูดคุยถึงเส้นทางในวงการบันเทิงของหม่ำอย่างใกล้ชิด พร้อมฉายภาพยนตร์เรื่อง “เฉิ่ม” ในรูปแบบฟิล์ม 35 มม. ซึ่งเป็นผลงานสำคัญที่เขาแสดงนำคู่กับ นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี
เส้นทางสายภาพยนตร์ของ “หม่ำ จ๊กมก”
1. จุดเริ่มต้นสู่ความโด่งดัง (ทศวรรษ 2530)
- หม่ำเริ่มต้นจากการเป็นตลกคาเฟ่ ก่อนแจ้งเกิดทั่วประเทศในนาม “แก๊งสามช่า” จากนั้นก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ มีผลงานแนวตลก ผี และวัยรุ่นหลายเรื่อง เช่น
- จุ๊ย (2532), ขบวนการอาจารย์โกย (2534), สยองกึ๋นส์ (2536), บ้านผีปอบ 11 (2537)
2. ยกระดับฝีมือ สู่บทบาทที่หลากหลาย (ทศวรรษ 2540)
- ช่วงนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญ
- * มือปืน/โลก/พระ/จัน (2544) พลิกภาพลักษณ์ตลกคาเฟ่
- * องค์บาก (2546) สร้างชื่อในระดับนานาชาติ
- * บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม (2547) ก้าวสู่บทบาทผู้กำกับและนักแสดงนำอย่างเต็มตัว
3. ปีทองแห่งการเปลี่ยนภาพจำ (พ.ศ. 2548)
- ปีสำคัญที่ทำให้คนดูเห็นศักยภาพอีกด้านของหม่ำ
- * เฉิ่ม : พลิกบทบาทสู่ดราม่าในบทคนขับแท็กซี่ผู้โดดเดี่ยว ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก
- * แหยมยโสธร : หนังลูกทุ่งย้อนยุคที่ประสบความสำเร็จสูง และต่อยอดเป็นภาพยนตร์ไตรภาค
4. ผลงานต่อเนื่องและการปรับตัว (20 ปีหลัง)
- หม่ำยังคงมีผลงานสม่ำเสมอ ทั้งภาพยนตร์และสื่อใหม่ เช่น
- * บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 (2550), วงษ์คำเหลา (2553), อุโมงค์ผาเมือง (2554)
- * ทาสรักอสูร (2557), ส้ม ภัค เสี้ยน (2560), LOVE เลย 101 (2565)
- * งานสตรีมมิ่ง: เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ (2566)
และผลงานล่าสุด “เขาชุมทอง คะนองชุมโจร” (2568) ที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับสายศิลป์อย่าง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
จากตลกคาเฟ่สู่ศิลปินคุณภาพของวงการภาพยนตร์ไทยการได้รับเกียรติประทับรอยมือ–รอยเท้าในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จบนเส้นทางที่เขาสร้างขึ้นด้วยตัวเองอย่างแท้จริง!



