
มองโลกแบบวิกรม - "การบริหารความจำ (1)
"สมองมีไว้คิด ไม่ใช่จำ"
"สมอง" คือต้นกำเนิดแห่งความคิดของมนุษย์ในทุกขณะของการดำรงชีวิต
ลองคิดดูเล่นๆ ว่าหากมนุษย์ไร้ซึ่งสมองแล้วไซร้ โลกของเราคงไม่ได้รับการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าดังเช่นทุกวันนี้ คนที่มีความรู้ความสามารถ ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะอยู่ในสาขาอาชีพใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จและทำให้พวกเขาแตกต่างได้นั้นย่อมมาจากการที่เขารู้จักใช้และบริหารสมองของตนเองอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
อัจฉริยะบุคคลหลายคนมีสมองเป็น "อาวุธ" ที่ทำให้เขาคิดทำสิ่งต่างๆ มากมายได้ หรือทำสิ่งใด ความคิดของเขานั้นทรงพลัง มีกำลังแรงกล้าจนดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจสิ่งต่างๆ รอบข้างใดๆ เขาเพลิดเพลินไปกับการใช้สมาธิ เปรียบเสมือนเขาอยู่ในโลกแห่งความคิด จิตใจของเขาพุ่งตรงเป้าไปยังสิ่งที่เขาคิด-ทำ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นไปดั่งจินตนาการของเขา
หลักคำสอนเรื่องสมาธิมีในพระพุทธศาสนาสืบต่อมานานเพื่อให้จิตของเรามีจุดศูนย์รวม ไม่วอกแวก คิดทำสิ่งใดก็เป็นความคิดที่มีความมุ่งมั่น รวมถึงการปฏิบัติให้จิตจดจ่ออยู่กับการกระทำใดการทำหนึ่ง เป็นการฝึกความตั้งใจ ให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด ผลที่ได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพของสมอง
เด็กที่เรียนหนังสือเก่ง คนที่ทำงานได้ดีล้วนแล้วแต่มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นสูง ตัวอย่างที่ผมขอยกมาสนับสนุนความคิดเรื่องนี้คือ เวลาผมไปบรรยายที่สถาบันการศึกษาต่างๆ ถ้าเป็นสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ผมจะเห็นว่านิสิต นักศึกษาที่ฟังการบรรยายนั้นจะตั้งใจ ไม่พูดคุยหรือซุบซิบกัน ไม่ค่อยเห็นว่ามีใครง่วงเหงาหาวนอนหรือดวงตาเหม่อลอย แสดงให้เห็นความตั้งใจต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ส่วนนักเรียน นักศึกษาที่มีคุณภาพการศึกษาต่ำก็จะพบในสิ่งที่ตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการเรียนย่อมสูง เมื่อเรียนจบมาแล้วจึงมีความรู้ ความสามารถดีหางานทำได้ไม่ยาก
การฝึกสมองนับเป็นวิธีการบริหารสมองที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ผมสังเกตเวลาที่มีการประชุมร่วมกับชาวญี่ปุ่นหรือชาวเยอรมัน พวกนี้จะมีความตั้งอกตั้งใจสูงมาก โดยเฉลี่ยผลงานที่ออกมาจึงมีประสิทธิภาพสูงตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการจดบันทึกเนื้อหาสำคัญเอาไว้ทบทวนหรือเตือนความจำรวมถึงการเก็บเข้าแฟ้มเพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการค้นหาในภายหลัง
ดังนั้น การฝึกฝนให้สมองของเรามีพลังและประสิทธิภาพเพื่อให้เป็นไปอย่างที่ใจเราคิดนั้นเราจำเป็นต้องตัดเรื่องจุกจิกออกไป ผมเป็นคนไม่ชอบเรื่องจุกจิกและไม่อยากรับรู้เรื่องไร้สาระเพราะรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้เป็น "ตัวถ่วง" ทำให้สมองผมต้องเสียพื้นที่ของความสามารถในการคิดไปส่วนหนึ่ง
การที่จะมีผลงานของสมองที่ดีมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องเลือกชนิดของงานที่เป็นประโยชน์มาให้สมองคิด และการจำกัดในจำนวนที่เหมาะสมเป็นลำดับไม่มากจนมั่ว



