
ประวัติ "ตรี ภรภัทร" หรือ "พระนเรศ" จาก "หงสาวดี" หล่อหน้าคม กล้ามแน่นเวอร์
ประวัติ "ตรี ภรภัทร" หรือ "พระนเรศ" จาก "หงสาวดี" หนุ่มหน้าคมกล้ามแขนแน่น สาวๆพากันแซวว่าถูกกระชากหัวใจกลับไทยแรงเวอร์ หลังไปหลงอยู่กับพระเอกจีน-พระเอกเกาหลีมานาน
กำลังเป็นพระเอกหนุ่มฮอตที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ สำหรับ "ตรี ภรภัทร" หรือ "พระนเรศ" จากซีรีส์ฟอร์มยักษ์ "หงสาวดี" หนุ่มหน้าคมกล้ามแขนแน่น ที่สาวๆในโลกออนไลน์ต่างพากันแซวว่าถูกพระนเรศกระชากหัวใจกลับไทยแรงเวอร์ หลังไปหลงอยู่กับพระเอกจีน-พระเอกเกาหลีมานาน
สำหรับประวัติ "ตรี ภรภัทร"
- ชื่อนามสกุล ภรภัทร ศรีขจรเดชา
- ชื่อเล่น ตรี
- เกิดวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2538
- ปัจจุบันอายุ 31 ปี
การศึกษา
- ระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
- ปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
โซเชียล
- อินสตาแกรม treporapat
- เฟซบุ๊ก TrePorapat-ตรี ภรภัทร
เส้นทางวงการบันเทิง
ในปี พ.ศ. 2558 ตรีเข้าประกวด ASNI MAN & WOMAN โดยตรีได้รับรางวัลชนะเลิศ ต่อมาในปีเดียวกันตรีเริ่มเป็นนิวเจนของช่องวัน และเรียนการแสดงช่องวันประมาณ 2 ปี ก่อนที่จะมีผลงานการแสดงละครโทรทัศน์ครั้งแรกคือ เราเกิดในรัชกาลที่ ๙ เดอะซีรีส์ ซึ่งละครเรื่องนี้เป็นละครเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยรับเชิญในบท แมน ลูกน้องของเก่ง ในตอนเด็กแว้น
ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 ได้มีผลงานละครหลังข่าวเรื่องแรกคือ เธอคือพรหมลิขิต รับบท ทยา ทำให้ตรีมีชื่อเสียงมากขึ้นและจากผลงานละครเรื่องนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 9 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม
ในปี พ.ศ. 2561 ได้มีผลงานละครทั้งหมด 3 เรื่อง ได้แก่เรื่อง กาหลมหรทึก รับเชิญในบท ทองนอก ป้อมมงคล (วัยหนุ่ม), สายรัก สายสวาท รับบท ภาคิไนย จากผลงานละครเรื่องนี้ทำให้ตรีได้รับรางวัลทางการแสดงครั้งแรกจากดาราอินไซด์ อวอร์ด รางวัล “นาคราช” ครั้งที่ 3 สาขานักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม และเรื่อง สงครามนักปั้น ในบท ปีย์แสง มู่ศรศรี
ในปี พ.ศ. 2562 ตรีได้รับโอกาสให้ร่วมงานในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง ภาตุฆาต ในบท เรืออากาศโทรวิศ อรรถมาศ ซึ่งจากผลงานละครเรื่องนี้ทำให้ตรีขึ้นแท่นพระเอกขวัญใจคนใหม่ และตั้งแต่บัดนั้น ตรีได้รับบทบาทเป็นพระเอกเต็มตัวในผลงานหลายเรื่อง และในปีเดียวกันยังมีผลงานละครเรื่อง สงครามนักปั้น 2
ในปี พ.ศ. 2563 ตรีมีผลงานเรื่อง เลดี้บานฉ่ำ โดยรับบท ท็อป ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 มีผลงานรับเชิญในบท ปกป้อง จากเรื่อง เป็นต่อ 2021
ในปี พ.ศ. 2565 ตรีมีผลงานละครเรื่อง เวลากามเทพ รับบท ธาม เมธีพัฒนา จากเคมีการแสดงคู่กับ นพจิรา ฤกษ์ขจรนามกุล ทำให้ได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลนานาชาติ Global Star Media Awards 2022 สาขา Rising Star Couple of the Year
ในปี พ.ศ. 2566 ตรีมีผลงานละครเรื่อง พนมนาคา รับบท อนันตชัย ในระหว่างการถ่ายทำฉากต่อสู้ในเรื่องนี้ ตรีเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด เนื่องจากการถ่ายทำนั้นเป็นการถ่ายทำในที่แจ้งและแดดแรง จึงส่งผลให้ตรีเกือบที่จะเกิดอาการโรคฮีทสโตรก อย่างไรก็ตามละครเรื่องนี้สร้างชื่อเสียงให้แก่ตรีเป็นอย่างมาก
ในปี พ.ศ. 2567 ตรีมีผลงานละครเรื่อง สงครามสมรส รับบท ภาวินท์ ชนะกรชัย ทนายความสุดอบอุ่น จากการแสดงในเรื่องนี้ทำให้ตรีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 16 สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และผลงานละครเรื่องนี้ยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากโดยเป็นละครที่มีเรตติ้งเป็นอันดับที่ 1 ในปี พ.ศ. 2567 ทำให้สร้างชื่อเสียงให้ตรีในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
ในปี พ.ศ. 2568 ตรีมีผลงานละครเรื่อง ฆาตกรรมจำไม่ได้ The Tipsy Mystey รับบท ปีย์ โดยเรื่องนี้ยังเป็นผลงานละครแนวคอมเมดี้เรื่องแรกของตรี และในปีเดียวกันตรียังรับเชิญในบท ชลธาร รพีธาดา เรื่องทายาทหมายเลข 1
ในปี พ.ศ. 2569 ตรีได้มีผลงานละครพีเรียดฟอร์มยักษ์เรื่อง หงสาวดี The Last Duel ซึ่งเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ที่ดัดแปลงเค้าโครงจากประวัติศาสตร์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและมังกยอชวา โดยเรื่องนี้ตรีทุ่มเทฟิตหุ่น เรียนฟันดาบ ขี่ม้า ขี่ช้าง เพื่อให้สมบทบาท พระนเรศ มากที่สุด
ล่าสุด "ตรี ภรภัทร" ออกรายการแฉ เล่าฐานะที่แท้จริง คือทายาทมหาเศรษฐีบ้านทำธุรกิจ ทำทัวร์ และน้ำชาดำเย็นยี่ห้ออัมพวา ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่มั่นคงมาก จนคุณพ่อเป็นคนฝากฝังให้เข้าวงการ เพราะชื่นชอบงานบันเทิงเป็นทุนเดิม
นอกจากนี้ "ตรี ภรภัทร" ยังเล่าถึงเสื้อผ้าของสะสมอีกด้วยว่า เสื้อหลุยส์ตัว 8 แสนกว่าบาท และกางเกงยีนส์เฉียดล้าน และบางตัวราคาสูงถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว โดยเจ้าตัวมองว่ามันเหมือนเก็งกำไร มองเห็นเทรนด์อนาคต ความรวยของตรีไม่ใช่แค่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่คือการเป็นนักลงทุน
ที่บ้านสอนให้สมถะนั่งรถตู้กองถ่าย ไปทำงานต่างจังหวัดพร้อมทีมงาน แถมยังเป็นคนที่ไปถึงก่อน เลิกคนสุดท้ายเสมอ พิธีกรถามว่าถ้าไม่เป็นดาราจะทำอะไร ซึ่งตรีก็ตอบง่ายๆว่าก็คงไปช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำธุรกิจที่บ้าน



