
"โตโน่" ยืดอกรับผิดแบบลูกผู้ชาย เปิดใจเคลียร์ดราม่า ลั่น! ไม่แก้ตัว
ผิดก็คือผิด "โตโน่ ภาคิน" ยืดอกรับผิดแบบลูกผู้ชาย เปิดใจเคลียร์ดราม่าถาโถม ลั่น! ขอไม่แก้ตัว-ห่วงคนรอบข้าง
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาโซเชียลระอุไปเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับมรสุมดราม่าที่ถาโถมเข้าใส่นักร้องหนุ่ม "โตโน่ ภาคิน" จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่านรายการใน TikTok ของ ครี พัสวีพิชญ์" ถึงเหตุผลที่เลือกจะนิ่งเงียบท่ามกลางพายุข่าวลือ พร้อมยืดอกยอมรับผิดในสไตล์ลูกผู้ชายตัวจริง โตโน่ เผยถึงสาเหตุที่เลือกจะไม่ตอบโต้หรือออกมาอธิบายในช่วงที่เกิดเรื่องว่า ตนเองทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีความผิดพลาด และการออกมาพูดในขณะที่ทุกอย่างกำลังร้อนแรงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด "ผิดก็คือผิดครับ ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว การที่เราทำผิดแล้วยอมรับ มันคือสิ่งที่ลูกผู้ชายควรทำ" โตโน่กล่าวในรายการ
เหตุผลที่เลือก "เงียบ" ท่ามกลางมรสุม นักร้องหนุ่มยังได้ขยายความถึงการเลือกใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวว่า ส่วนหนึ่งมาจากความห่วงใยคนรอบข้างที่อาจจะได้รับผลกระทบหากตนพูดอะไรออกไป
- ป้องกันผลกระทบ: ไม่อยากให้คำพูดของตนไปทำร้ายหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใครเพิ่ม
- ใช้เวลาทบทวน: การนิ่งเงียบช่วยให้ได้มีสติและมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้น
- ความรับผิดชอบ: การกระทำสำคัญกว่าคำอธิบาย จึงเลือกที่จะยอมรับความจริงแบบไม่บิดเบือน
ครี พัสวีพิชช์: "ในความรู้สึกของพี่มาตลอดเนี่ย พี่รู้สึกว่าภาพของโตโน่ คือภาพของคนที่เป็นดาราที่ช่วยคน ดาราที่ช่วยสังคม ทีนี้เนี่ย... อย่างที่รู้ๆ กัน ปีที่แล้ว อยู่ๆ โดนดราม่าแบบ... หูย! อย่างกับสึนามิอ่ะ ชุดใหญ่ไฟกระพริบมาก คือสำหรับพี่ พี่ไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆ แล้ว โน่ตอนนั้นรู้สึกอะไร ทำไมโน่ไม่ออกมาพูด? โน่ไม่ออกมาอธิบาย หรือปฏิเสธหน่อยมั้ย? หรือว่าจะแบบ... ปกป้องตัวเอง คือเรามีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง แล้วที่ผ่านมาโน่ฮีลใจตัวเองได้ยังไง จนถึงกลับมายืนได้ในทุกวันนี้? ซึ่งถ้าเป็นพี่ พี่คงคันแบบ... หือ! จะพูดซักนิดนึงได้ไงวะ? อะไรอย่างเงี้ย เราแบบ อยู่ได้ยังไงอ่ะ จนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้อธิบายได้มั้ย?"
โตโน่: "ไม่มีอะไรจะอธิบายครับ (ยิ้ม) อื้ม... ไม่รู้จะอธิบายไปทำไม โอเค มันเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วผมก็คิดว่าผมผิด ผิดก็คือผิด จะออกมาพูดอะไร ให้มาอธิบายอะไร ในเรื่องต่างๆ สิ่งที่เราทำได้เพียงอย่างเดียว คือเราควบคุมตัวเองว่าจะทำยังไง ที่จะพูดแล้วไม่ทำให้คนอื่นเขาแย่ ไม่ทำให้คนอื่นเขาได้รับผลกระทบ เราจะทำยังไงดี? สิ่งที่ทำก็คือ... โอเค เราไม่สามารถห้ามให้คนอื่นพูดถึงเราได้นี่ครับ เขาอยากจะพูดถึงเราแบบไหน เขาอยากจะทำอะไร ทุกคนมีช่องทางของตัวเอง ผมคิดว่าผมไม่มีอะไรจะแก้ตัวครับ ไม่รู้จะไปพูดอะไร ก็คือ... ผิดก็คือผิด ทำไม่ถูก ทบทวนตัวเอง ขอโทษคนที่ผมต้องขอโทษ หาทางแก้ไข แก้ไม่ได้ก็คือต้องเสีย เสียก็คือเสีย เพราะเราเป็นคนผิด"
โตโน่ : "แล้วต้องการให้ผมทำอะไร? ต้องการให้ผมมาพูดอะไร? ต้องการให้ผมออกรายการเพื่ออะไร? ในเมื่อเป็นเรื่องของผม แล้วผมก็รู้ดีว่าถ้าพูดทั้งหมด... เพื่ออะไร? ให้คนมาเข้าใจผมมากขึ้น ทั้งๆ ที่จะไม่ดีกับใครเลยเนี่ยเหรอ? ใครได้อะไรกับเรื่องนี้? ผมว่าเราจะตอบสนองมันยังไงมากกว่า... ผมเลือกแบบนี้ ผมเลือกแก้ในสิ่งที่ผมต้องแก้ ผมเลือกคุยกับคนที่ผมต้องคุย ผมเลือกเคลียร์คนที่ผมต้องเคลียร์ ส่วนคนที่ไม่เกี่ยว คนที่ไม่ได้รู้จริง คนที่ไม่รู้จักผม เขาคิดอะไรก็เรื่องของเขาครับ"
จากการเปิดใจในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่า "โตโน่" เลือกที่จะใช้ความจริงใจในการแก้ปัญหา แม้จะต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์ที่รุนแรง แต่การยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่โยนความผิดให้ผู้อื่น ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนคลับบางส่วนที่มองเห็นถึงความจริงใจและความเป็นผู้ใหญ่ของเขา ถือเป็นการปิดฉากดราม่าด้วยทัศนคติที่ชัดเจน ว่าความรับผิดชอบต่อการกระทำ คือสิ่งสำคัญที่สุดเหนือคำแก้ตัวใดๆ



