
"นนนี่ ณัฐชา" โพสต์ซัดเดือดยัน! "แอ็คมี่" ไม่ได้หนี เกินไปไหมรื้อยันชามข้าวหมา!
กรี๊ดลั่นดูไบ! "นนนี่ ณัฐชา" อดีตนางเอกดังอุ้มท้องโต โพสต์ซัดเดือดหลังโดนยึดทรัพย์เกลี้ยง ยัน! "แอ็คมี่" ไม่ได้หนี เกินไปไหมรื้อยันชามข้าวหมา!
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าสะเทือนวงการบันเทิงและวงการธุรกิจ เมื่อ "นนนี่-ณัฐชา ชูมักเคอร์" ภรรยาสาวของ "แอ็คมี่-วรวัฒน์ นาคแนวดี" ออกมาเคลื่อนไหวด้วยความอัดอั้นตันใจ หลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าอายัดทรัพย์สินภายในบ้านพักส่วนตัวถึง 36 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของแบรนด์เนมและของใช้ส่วนตัวมูลค่ามหาศาล โดย นนนี่ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 อยู่ที่ประเทศดูไบ เผยความรู้สึกผ่านโซเชียลระบุว่า ตนเองช็อกมากที่ทรัพย์สินส่วนตัวที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงกลับถูกกวาดไปจนหมดเกลี้ยง พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่
เจ้าตัวออกมาโพสต์ชี้แจงในด้านของตัวเองโดยระบุว่า “...หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มายังไงกันแน่ ใช่ค่ะ เรื่องนี้มีที่มา แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนและหลายคนที่ติดตามข่าว ยังไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนเลยว่า เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไร ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวจำนวนมากถูกเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียล หลังจากที่สามีของฉันได้ออกมาพูดผ่านช่องทางของตัวเองเพื่อชี้แจงเบื้องต้น และกำลังจะอธิบายในรายละเอียดต่อไปแต่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ช่องทาง Facebook และ Instagram ของเขากลับถูกปิดลงทันที
สิ่งนี้ทำให้ฉันตั้งคำถามว่าสังคมกำลังจะได้รับความจริงหรือไม่ หรือมีบางอย่างที่ทำให้เสียงอีกด้าน ไม่สามารถถูกได้ยิน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องอออกมาพูดในวันนี้ เพราะฉันกังวลว่า ฉันเองอาจจะไม่มีพื้นที่ในการพูดอีกต่อไป เมื่อฉันเห็นว่าสามีของฉันถูกปิดช่องทางอย่างรวดเร็ว ฉันไม่มั่นใจเลยว่า ช่องทางของฉันจะยังคงอยู่ได้นานแค่ไหน ฉันกลัวว่า ถ้าฉันไม่พูดในวันนี้ สังคมอาจเข้าใจว่าฉันเลือกที่จะเงียบหรือหลบหนี ดังนั้นฉันจึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ บันทึกความจริงในมุมของฉันไว้ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก
...เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาที่บ้านของฉันและสามี โดยมีหมายค้น และเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน สิ่งของจำนวน 36 รายการ ถูกนำออกไปตรวจสอบ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฉันแทบจะไม่มีของของสามีเลย สถานที่ที่ถูกเข้าตรวจสอบ มีทั้งออฟฟิศเก่า บ้านหลังเก่า และบ้านที่เราสร้างมาด้วยกันก่อนแต่งงาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ฉันถือกรรมสิทธิ์เองแม้กระทั่งชามข้าวของสุนัขของฉัน ก็ถูกนำไปตรวจสอบ
สำหรับฉัน นี่ไม่ใช่แค่ การตรวจสอบ แต่มันคือชีวิตของฉัน ที่ถูกรื้อออกไปต่อหน้าต่อตา ในขณะเดียวกัน มีข่าวออกมาว่าสามีของฉันโกงเงินจำนวนกว่า 1,386 ล้านบาท มีผู้เสียหายจำนวนมากกว่า 1,000 คน และให้ผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า
ฉันอยากถามจริงๆ ว่า ผู้เสียหายเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ทำไมสิ่งที่เราเห็นมีแต่ข่าว มีแต่ตัวเลข มีแต่คำกล่าวหา แต่ไม่มีผู้เสียหายที่ออกมายืนยันตัวตนอย่างชัดเจนเลย ตัวเลข 1,386 ล้าน มาจากอะไรใครเป็นคนตรวจสอบ และข้อมูลเหล่านี้ถูกพิสูจน์แล้วหรือยัง ผลตอบแทน 500 เท่า มันเป็นไปได้จริงหรือ หรือมันเป็นเพียงตัวเลข ที่ถูกพูดซ้ำเพื่อทำให้คนสนใจและกลายเป็นความเชื่อ
...ในขณะที่สามีของฉันพยายามจะออกมาชี้แจงเขากลับถูกปิดช่องทางของเขาทันที สิ่งนี้ทำให้ฉันอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเหตุใดเสียงอีกด้าน จึงไม่สามารถถูกได้ยิน มีใครพยายามปิดบังความจริงอะไรไว้หรือเปล่า ในวันเดียวกับที่บ้านของฉันถูกตรวจค้น คนใกล้ชิดของสามีฉัน ซึ่งเป็นทั้งคนในครอบครัวและคนใกล้ตัว ก็ถูกออกหมายจับอย่างกะทันหัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ไม่มีหมายเรียก ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าใดๆ
สิ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนเข้าใจให้ชัดคือหมายจับดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องเดียวกับข่าวที่กำลังถูกพูดถึงในตอนนี้แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสามีของฉันกับหน่วยงานรัฐ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และกำลังถูกนำมาขยายผล ไปยังบุคคลรอบตัวในภายหลัง
ซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามว่าเหตุใดเรื่องที่ควรอยู่ในกระบวนการยุติธรรรมจึงเริ่มกระทบไปถึงคนอื่น ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข่าวในวันนี้ ฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า คำกล่าวหาที่ว่าสามีของฉันหลบหนีออกนอกประเทศเพื่อหนีคดี ไม่เป็นความจริง ฉันอยู่กับเขาในช่วงเวลานั้น สามีของฉันมีธุรกิจอยู่ในต่างประเทศ และมีการเดินทางเข้า-ออกเป็นปกติ
...ก่อนหน้านั้น เขายังอยู่ในประเทศไทยและไม่มีการดำเนินการใดๆ กับเขาในช่วงเวลานั้นแต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีหมายจับออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งควรได้รับการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธธรรม ไม่ใช่ถูกตัดสินผ่านกระแสสังคมเพียงด้านเดียว หลังจากเกิดเรื่อง ฉันตัดสินใจพาลูกออกมาอยู่ต่าประเทศ
เพื่อให้ลูกมีชีวิตที่ปลอดภัยและเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า ในขณะที่สามีของฉันกำลังต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศอย่างเต็มที่พร้อมกับดูแลธุรกิจของเขาไปด้วย เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปีแต่เรื่องยังไม่จบ และกลับมีประเด็นใหม่ประเด็นที่สังคมกำลังติดตามนี้เกิดขึ้น
...ในขณะเดียวกัน ฉันเองก็ได้รับข้อมูลว่าอาจจะมีการออกหมายจับฉันเช่นกันซึ่งทำให้ฉันตั้งคำถามอย่างมากว่า ฉันเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องใดได้อย่างไร เพราะตลอดมาฉันไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับสามีไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานใดๆ และไม่เคยรู้จักบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเลย แต่สิ่งที่ฉันต้องเผชิญในวันนี้ คือการถูกมองและถูกตัดสินจากสังคม ทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษาและในช่วงเวลานี้
ฉันกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 3 ได้ประมาณ 2 เดือนกว่าแล้ว ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สงบ ต้องนอนหลับและตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงระเบิด และเสียงการแจ้งเตือนภัยต่างๆ
...ทั้งหมดนี้ สำหรับฉันแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ยุติธรรมสำหรับฉันเลย ฉันไม่ได้ต้องการความสงสารแต่ฉันต้องการ ความเป็นธรรม และขอให้ทุกคนเปิดใจ รับฟังข้อเท็จจริงจากทุกด้าน เพราะสุดท้ายแล้ว ความจริงจะเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์ทุกอย่างได้ และเมื่อกาลเวลาผ่านไป หลังจากกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุดลง ฉันเชื่อว่าจะไม่มีใครต้องเสียใจ กับการตัดสินใครบางคน
ก่อนที่ความจริงจะถูกพิสูจน์ และฉันยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมว่า ยังมีคนยุติธรรม อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจริงๆ และในท้ายที่สุดเรื่องนี้จะต้องไปถึงมือของเขาอย่างแน่นอน หลังจากโพสต์นี้หากช่องทางการติดต่อของฉันหายไป
ขอให้รู้ว่าฉันไม่ได้หลบไม่ได้หนี แต่มีคนพยายามปิดตาประชาชนและสังคม ในขณะที่เรายืนยันจะต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมจากต่างประเทศอย่างถูกต้องและน้อมรับผลในคำพิพากษาจนกว่าจะถึงที่สุด”



