
"รัล ณัทธมนกาญจน์" อดีตนางเอกดัง ยุค90 โต้หลอกลงทุน พร้อมชี้แจงละเอียด
"รัล ณัทธมนกาญจน์" อดีตนางเอกดัง ยุค90 ชี้แจง ถูกกล่าวหา หลอกลงทุนทำหนังซีรีย์วาย "ผู้เสียหาย" ร้องกองปราบ มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
ออกมาชี้แจงแล้ว สำหรับ "รัล ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ" หรือ "รัล นพวรรณ" อดีตนางเอกดัง ยุค90 หลังถูกกล่าวหา หลอกลงทุนทำหนังซีรีย์วาย โดย "ผู้เสียหาย" ไปแจ้งความ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อวานนี้ 4 มี.ค. 69
โดย "ผู้เสียหาย" เปิดเผยว่า ถูกอดีตนางเอกนักแสดงยุค 90 หลอกชักชวนลงทุนละครทีวีซีรีส์วาย อ้างผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายซีรีส์เรื่องดังกล่าวกลับไม่ได้ออกอากาศจริง รวมถึงถ่ายทำไม่แล้วเสร็จ และไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้ตามที่ตกลงกันไว้ สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
นอกจากนี้ "ผู้เสียหาย" ยังเผยอีกว่า ได้รู้จักกับ อดีตนักแสดงหญิง อักษรย่อ ร. เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2565 ผ่านเพื่อนสามี ก่อนนักแสดงหญิงท่านนี้จะอ้างตัวว่าเป็นนายหน้าหานายทุนให้กับบริษัทผลิตซีรีส์เรื่องหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด "รัล ณัทธมนกาญจน์" อดีตนางเอกดัง ยุค90 ได้ชี้แจงกับห้องข่าวบันเทิง ระบุว่า "พอดีทางบริษัทผู้จัดซีรีส์เขาติดต่อเรามาในฐานะนักแสดง แต่ไปๆมาๆ เขาอยากให้เราหาสปอนเซอร์ และจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เรา เราก็รู้จักผู้เสียหาย ยอมรับว่าแนะนำให้เขาลงทุนจริง 1 ล้านบาท รับรู้แค่เขาลงเงินไป 1 ล้านแค่นั้น แต่หลังจากนั้นเขาไปลงทุนกันเองอีก 9 ล้าน เพราะกลุ่มไลน์ที่อยู่กันมันเงียบไปเลยไม่มีการพูดคุยอะไรกัน เราก็เห็นเขาประชุมมีทีมงาน มีการถ่ายทำจริง คุยกันจริงจัง ตัวผู้เสียหายเขาก็เห็นเพราะไปด้วยตลอด
กับซีรีส์เรื่องนี้เราคาดหวังว่าจะได้ทำงานเป็นนักแสดง สุดท้ายก็เหมือนได้แค่คนประสานงาน เราก็เออ...ไม่ได้แสดงก็ไม่เป็นไรเพราะถือว่าได้ค่าประสานงานมาแล้วก็ยังดี เราบอกผู้เสียหายไปตรงๆ ว่าเราเองได้ค่าประสานงาน ยังบอกเขาเลยว่าการที่เขาลงทุนแล้ว ยังไงก็ต้องมีการเซ็นสัญญานะ ถ้ามีการเซ็นสัญญากันจะให้เราไปเซ็นก็บอกนะ เพราะเราต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะเราเป็นคนแนะนำให้ลงทุน แต่สุดท้ายเขาก็เงียบไป แล้วก็ไปลงทุนกันเองกับผู้จัดอีก 9 ล้าน ซึ่งเราไม่รับรู้ตรงนี้ เพราะถามเขา เขาก็บอกเราเองว่าเขาลงทุนแค่ 1 บ้าน ที่เหลือจะลงเป็นสินค้า
เราก็เห็นเขาตอนถ่ายทำ ตัวผู้ร้องเองก็ไปมีส่วนร่วมหมดทั้งถ่ายทีเซอร์ ถ่ายทำ เขาเองก็ลงรูปอยู่ เราเองไม่มีสัญญาอะไรเหมือนกัน เราตัดตัวเองออกมาแล้ว พอเห็นเขาถ่ายทำก็หมดห่วงแล้ว นึกว่าเรียบร้อยกันดี เรื่องผ่านมา 3-4 ปี สุดท้ายกลายเป็นจะฟ้องเรา งงเหมือนกันว่าเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง ซึ่งเรายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย เราไม่อยากมีปัญหากับใครเลย เขาไปลงทุนกันเองแล้วลากเราไปเอี่ยว"



