บันเทิง

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

20 ก.พ. 2569

คดีแชร์ลูกโซ่สะเทือนวงการอินฟลูเอนเซอร์ไม่จบง่าย ๆ DSI เดินหน้าขยายผล "ดิไอคอนกรุ๊ป" เพิ่มอีก 2 สำนวน เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มบรรดาบอสคนดัง รวม "บอสมีน-บอสแซม" กระแสจับตาทั้งประเทศ

กลายเป็นมหากาพย์คดีดังที่สังคมไทยยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับคดี "ดิไอคอนกรุ๊ป" The iCON GROUP ที่ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ประกาศเดินหน้า "ดิไอคอน ภาค 2" อย่างเป็นทางการ

หลังพบผู้เสียหายเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 2,535 ราย มูลค่าความเสียหายพุ่งสูงถึง 686 ล้านบาท

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

ภายใต้การอำนวยการของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คดีนี้ถูกแยกขยายผลออกเป็น 2 คดีพิเศษใหม่ ได้แก่ คดีพิเศษที่ 17/2568 และ 18/2568 เพื่อเร่งตรวจสอบผู้เสียหายที่ยังตกค้าง

 

สำหรับคดีนอกราชอาณาจักร พบผู้เสียหาย 30 ราย จาก 13 ประเทศ มูลค่าความเสียหายกว่า 9.44 ล้านบาท ขณะเดียวกัน คดีในราชอาณาจักร มีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 2,505 ราย มูลค่าความเสียหายสูงถึง 677 ล้านบาท โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริง เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ DSI ได้ดำเนินคดีกับ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง รวม 18 ราย กับ 1 นิติบุคคล ในข้อหา

  • ฉ้อโกงประชาชน
  • พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ
  • พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และ
  • พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

ประเด็นที่สร้างกระแสฮือฮา คือ การที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาด "สั่งฟ้อง"ผู้ต้องหา 2 รายที่ก่อนหน้านี้ถูกสั่งไม่ฟ้อง ได้แก่ ยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม และ พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมีน ส่งผลให้ทั้งสองถูกจับตาอีกครั้งในฐานะจำเลยตามคำสั่งฟ้องล่าสุด

 

รายงานระบุว่า คณะพนักงานสอบสวนเตรียมเข้าเรือนจำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ยังคงถูกฝากขัง รวมถึงเตรียมออกหมายเรียกผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวให้มารับทราบข้อกล่าวหา

 

คดี “ดิไอคอน ภาค 2” จึงไม่ใช่แค่ข่าวอาชญากรรมเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นข่าวบันเทิงสะเทือนวงการอินฟลูเอนเซอร์และคนดัง ที่สังคมเฝ้าติดตามทุกความเคลื่อนไหวแบบวันต่อวัน ท่ามกลางคำถามใหญ่—บทสรุปครั้งนี้จะจบลงอย่างไร และใครจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

 

 

อ่านข่าวฉบับเต็ม 

 

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีคดีดิไอคอน สำนวนที่2  ซึ่งคดีนี้อัยการสูงสุดมีคำสั่งรับเป็นคดีนอกราชอาณาจักรและตั้งให้ดีเอสไอเป็นพนักงานสอบสวนโดยมีอัยการจากสำนักงานการสอบสวนเข้าไปร่วมสอบสวน โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะของอัยการ

 

ซึ่งในคดีดิไอคอนดังกล่าวนี้แบ่งออกเป็นสองกรณีด้วยกันในกรณีที่ผู้เสียหายอยู่ในประเทศไทยและได้มีการโอนเงินในประเทศไทยไปยังดิไอคอนกรุ๊ปอันนี้ถือว่าเป็นความผิดในราชอาณาจักรส่วนกรณีที่ผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศและติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางโซเชียลมีเดียและเชื่อถือในตัวแม่ทีมต่างๆหรือคนชักจูงต่างๆจึงมีการโอนเงิน ไปยังดิไอคอนกรุ๊ปกรณีดังกล่าวนี้ทางสำนักงานการสอบสวนโดยตนเองได้นำเสนอสำนวนถึงท่านอัยการสูงสุดท่านที่แล้วท่านอัยการสูงสุดเห็นด้วยว่าต้องแบ่งเป็นความผิดทั้งในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร 

ซึ่งอัยการ สูงสุดท่านที่แล้วได้มีคำสั่งเป็นสองกรณีสำหรับคดีดิไอคอนกรุ๊ปคือเป็นคดีในราชอาณาจักรซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนดีเอสไอแต่ผู้เดียวในการสอบสวนคดีเมื่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอความเห็นทางคดีเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดเสนอไปยังอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีความเห็นแตกต่างโดยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาสองรายคือบอสมินกับบอสแซมเมื่อสำนวนส่งกลับยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งมีความเห็นแย้งกับอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ


ดังนั้นสำนวนจึงเสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอัยการสูงสุดท่านปัจจุบันคือนาย อิทธิพล แก้วทิพย์ มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองรายตามที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเสนอมาดังนั้นผู้ต้องหาทั้งสองรายจึงจะต้องถูกฟ้องคดีเป็นคดีความผิดในราชอาณาจักรซึ่งอยู่ผู้ต้องหาคนอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา

ส่วนในสำนวนที่สองเป็นคดีความผิดนอกราชอาณาจักรซึ่งทางอัยการสำนักงานการสอบสวนได้ร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปบ้างแล้วแต่ต้องรอคำสั่งท่านอัยการสูด

ล่าสุดพอทราบว่าท่านอัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดความเห็นแย้งให้ฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแชม และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมินแล้ว ทางคดี ที่เกิดในราชอาณาจักรซึ่งมีการฟ้องผู้ต้องหาไว้บางส่วนแล้วทางอัยการสำนักงานคดีพิเศษก็จะต้องนำผู้ต้องหาสองคนคือบอสแซมกับบอสมินฟ้องรวมต่อศาลอาญา

เเต่ในสำนวนที่ 2 ซึ่งเป็นสำนวนที่อัยการสำนักงานการสอบสวนที่รับผิดชอบกับดีเอสไอ จะเป็นในส่วนผู้เสียหายที่อยู่ต่างประเทศโดยจะมีการสอบสวนร่วมกันเพื่อ ให้ได้พยานหลักฐานถึงผู้ต้องหาทุกรายดังเช่นคดีที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรทั้งหมดโดยจะมีการนัดประชุมกับคณะทำงานของดีเอสไอเร็วๆนี้ต่อไป

"ซึ่งที่ผ่านมาทางอัยการสอบสวนร่วมกับดีเอสไอทำการสอบสวนพยานเดินหน้าไปได้เกิน 50% เเล้วเเละเมื่ออัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้อง บอสมินกับบอสเเซม"

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

 

ในสำนวนที่ 2 ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นชุดเดียวกับคดีแรก ทางเราก็จะสอบสวนในส่วนการกระทำผิดของทั้ง2 คนรวมไปด้วย ก่อนหน้านี้เราจะติดปัญหาว่า ผู้ต้องหาอีกสองคน จะถูกฟ้องดำเนินคดีหรือไม่ซึ่งขณะนั่นรอคำสั่งจากอัยการสูงสุด 

 

เมื่อท่านอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ฟ้องผู้ต้องหาสองรายดังกล่าวนี้ก็จะทำให้การสอบสวนในคดีนอกราชอาณาจักรง่ายขึ้นเมื่อมีพยานให้การไปถึงผู้ต้องหาสองรายนี้การสอบสวนที่มีปัญหาในคดีนอกราชอาณาจักรเกิดจากผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศทางเราจึงยังสอบพยานผู้เสียหายซึ่งอยู่หลายๆประเทศ มากกว่ากว่า 30 ราย 

เราก็ต้องมาประชุมกันว่าจะสอบสวนอย่างไร จะต้องเดินทางไปสอบสวนต่างประเทศหรืออาจจะมีการประสานให้กลับมาให้ถ้อยคำในประเทศ 

 

ซึ่งในการสอบสวนเราไม่สามารถที่จะสอบสวนผ่านระบบออนไลน์ได้ มันจะต้องสอบสวนลงในสำนวน เเละยังมีประเด็นเรื่องการยื่นขอเงินคืน ที่ตัวผู้เสียหายต้องมาให้การต่อพนักงานสอบสวน ด้วยตนเอง และทางคณะพนักงานสอบสวนยังต้องพิจารณาในกฎหมายเรื่องการขอความร่วมมือตาม พรบ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ แต่ขั้นตอนนี้ก็อาจจะใช้ระยะเวลานานเกินไป เราก็กำลังพิจารณาเเละจะมีการประชุมกันในเร็วๆนี้ 

 

หลังจากนี้ก็จะเร่งสอบสวนเพิ่มเติมก็จะดูรายละเอียด ในประเด็นการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่อัยการสูงสุดชี้ขาดด้วย เเละในส่วนผู้เสียหายเดิมที่เคยให้การไว้ในส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเราจะต้องสอบสวนพยานหลักฐานให้สัมพันธ์กับคดีที่ 1 ที่ อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาไปเเล้ว 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีดิไอคอนสำนวนเเรก ที่อัยการยื่นฟ้อง "นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล" ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ต่อศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์ปากเเรกวันที่ 18 มี.ค.2569  โดยนัดสืบ พยานโจทก์109 ปาก สืบพยานจำเลย 50 ปาก ซึ่งนักสืบพยานประสุดท้ายวันที่  21 ส.ค.2569 ก่อนจะนัดฟังคำพิพากษาต่อไป

สำหรับคดีดิไอคอนสำนวนเเรก อัยการคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์รกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน 

ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการใน ลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

 

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 ส.ค.63 ถึงวันที่ 31 ส.ค.67 ใน ท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ  และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท 

 

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 17 รายในขณะนั้นที่อัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องต่อศาลอาญามีดังนี้ 

  • บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1
  • นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2
  • นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือ บอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3
  • นายกลด เศรษฐนันท์ หรือ บอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4
  • น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5
  • นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือ บอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6
  • น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือ บอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7
  • น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ หรือ บอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8
  • นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือ บอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9
  • นายธวิณทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือ บอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10
  • น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือ บอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11
  • น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือ บอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12
  • นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือ บอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13
  • นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือ บอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14
  • นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือ บอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15
  • นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือ บอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และ
  • นายกันต์ กันตถาวร หรือ บอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19 

ในส่วน นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแชม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมีน ผู้ต้องหาที่ 18 ทางอัยการคดีพิเศษก็จะนัดวันผู้ต้องหาทั้งสองมายื่นฟ้อง ตามคำชี้ขาดของอัยการสูงสุด ตกเป็นจำเลยต่อศาลต่อไป

 

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ทางอัยการคดีพิเศษ อยู่ระหว่างส่งหมายวันนัด(ยังไม่ระบุวัน) ให้กับผู้ต้องหาทั้งสองมาพบอัยการเพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป

 

สะเทือนอีก! 'ดิไอคอน ภาค 2' DSI ขยายผล? ชี้มูลค่าเสียหายล่าสุดกว่า 600 ล้านบาท

 

สรุปข่าวคมชัดลึก 

DSI เดินหน้าขยายผลคดีดิไอคอน แยกเป็น 2 คดีพิเศษใหม่ หลังพบผู้เสียหายรวม 2,535 ราย มูลค่าความเสียหาย 686 ล้านบาท เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมบรรดาบอส รวมถึงบอสมีนและบอสแซม ภายหลังอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดสั่งฟ้อง

#ดิไอคอน #DSI #คดีแชร์ลูกโซ่ #บอสมีน #บอสแซม #ข่าวบันเทิงร้อน