บันเทิง

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ไม่กลัวดราม่า เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ไม่กลัวดราม่า เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

18 ก.พ. 2569

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ลั่น! วันนี้ไม่ต้องโชว์รวยโชว์เพอร์เฟกต์อีกต่อไป ไม่กลัวดราม่าเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

 

“ดีเจภูมิ” จากลูกนักการทูตที่โตต่างแดนสู่วีเจปากกล้า ที่เคยโดนดราม่าถล่มทั้งประเทศ เล่าย้อนช่วงชีวิตทำงาน 7 วัน 10 ปีไม่เคยหยุด จนเสียงพังต้องเข้าโรงพยาบาลฉีดสเตอรอยด์เพื่อขึ้นเวทีต่อ พร้อมเผยจุดเปลี่ยนที่ทำให้เลิกกลัวดราม่า และค้นพบมหาสมุทรของตัวเองในโลกคอนเทนต์ที่พาไปถึงพันตอน 1,000 ล้านวิว และวันที่พูดได้เต็มปากว่า…ผมไม่ต้องแสดงว่าชีวิตเพอร์เฟกต์อีกแล้ว

 

“ดีเจภูมิ” สิ่งที่เราทำได้ก็คือเรา work hard หมายความว่าอะไรหมายความว่าปีหนึ่งสมมติว่าคุณมี weekend อยู่ 52 weekend วันหยุดที่ชาวบ้านเขาหยุด 52 weekend แต่ถ้าคุณทำงานคุณน่าจะเริ่มไล่ตามได้แล้ว ปีหนึ่งได้ 104 วันแล้ว ถ้าคุณไม่หยุดปีใหม่บวกไปอีก 5-6 วัน คุณไม่หยุดสงกรานต์บวกไปอีก 4-5 วัน คุณไม่หยุดอะไรเลยคุณจะสามารถบวกได้ทุก ๆ 2 ปีคุณแทบจะตามเได้ปีหนึ่งแล้ว นั่นก็คือ mindset เลยว่าตามให้ทัน แซงเขาให้ได้ โดยการขยันและห้ามหยุดเลย สงกรานต์เป็นช่วงที่แบบเหนื่อยมากเพราะว่าต้องลดน้ำหนัก ต้องรีด ของพี่มันจะเหนื่อยตรงที่ว่าพี่จะขึ้นเวทีที่ Route 66 ซึ่งเป็นเวทีที่เราต้องโชว์หุ่นทุกปี หมายความว่าคุณกินได้น้อยมาก แต่คุณต้องอยู่บนนั้นทั้งวัน โดนน้ำฉีด ใช้เสียง 6-7 วันติดต่อกัน หลังจากนั้นวันไหลจ้างอีก ซึ่งภายในประมาณวันที่ 2 ที่ 3 คือพี่จะน็อคแล้ว เสียงจะฟรีซ พูดไม่ได้แล้ว ลงจากเวที เข้าโรงพยาบาลฉีดสเตอรอยด์ขยายหลอดเสียงนอน วันรุ่งขึ้น ขึ้นเวทีอย่างนี้ทุกวันแล้วไม่หยุดเลย 10 ปี 7 วันไม่เคยหยุดเลย

 

 

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ไม่กลัวดราม่า เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

 

เริ่มทำ Content creator ประมาณเมื่อไหร่ ?

ดีเจภูมิ : มันจะเริ่มแบบที่เราไม่รู้ตัวเลยตอนที่ Instagram เริ่มเข้ามา พอยุค Instagram เริ่มเข้ามา Facebook เริ่มเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัวเราก็เริ่มสร้าง social Branding แล้วก็คือ Personal Branding เราก็จะอัพรูปของเรา อัพไปอัพมาแต่ว่าเราไม่ได้คิดว่ามันจะสามารถเปลี่ยนเป็นอาชีพหรืออะไรได้ แล้วมันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เวลาที่เราไปออกงานบางทีเขาจะขอให้เราช่วยลง Instagram ให้หน่อยได้ไหมว่าจะมางานนี้ สมัยก่อนพี่จะมีอาชีพเป็นพิธีกรบ้างหรือว่าไปเป็นแขกรับเชิญ หรือเป็นเซเลปบิตี้ที่ไปเดินถ่ายรูปในงานอะไรประมาณนั้น

 

 

จุดที่มันทำให้รู้สึกว่าอาชีพ Content Creator กลายมาเป็นอาชีพหลักคือตอนไหน ?

ดีเจภูมิ : งงมากคือตอนแรกคือพี่ทำเพื่อเป็นการตลาดให้กับแบรนด์ แต่ว่าสิ่งที่พี่ได้กลับมาคือพี่เจอโคตรพ่อโคตรแม่แพชชั่นของตัวเอง คือเราอยู่หลังกล้องมา 10 กว่าปี เราไม่รู้เลยว่าเราเก็บเกี่ยวประสบการณ์อะไรมาบ้าง เราไม่รู้ตรงนั้น แต่พอเรามาทำโปรดักชั่นของเราเองมันเข้าใจหมดทุกอย่างเลย

 

 

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ไม่กลัวดราม่า เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

มี Mindset ต่อคำว่าดราม่ายังไง ?

ดีเจภูมิ : ตอนนี้คือดราม่า ผมไม่กลัวเลย แต่วันแรกเรารู้สึกมาก เราเป็นคนที่ไม่เคยเจอมาก่อนมันทำร้ายจิตใจเรามากที่อยู่ ๆ ก็มีคนมาเขียนข่าว แล้วก็คนทั้งประเทศก็ไปเสพข่าวตรงนั้นแล้วก็เข้าใจเราผิดหมดเลย แล้วพอเรามาอธิบายมันก็ไม่มีใครดูตรงนั้นแล้ว เพราะว่าเอนเกจมันไม่ได้ รู้สึกว่าทำไมเข้าใจเราผิดหมดเลย ก็พยายามแบบออกมาอธิบายว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

 

 

เจตนาผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดด้วย ก็รู้สึกเสียใจมีการต่อต้านมีอะไรเยอะมากในวันนั้นเราเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่กระบอกเสียงเล็กด้วย เพจใหญ่ ๆ มีคนติดตามเป็นล้านเขามาถล่มเราทีหนึ่ง คนแห่เข้ามาไม่รู้กี่ล้าน พอผมบอกว่าขออนุญาตชี้แจงนะครับคนดูอยู่ 3,000 คน แต่วันนี้วันนี้ไม่ใช่ วันนี้คือ Follower เข้าใจเรา รู้จักเรา รู้ว่าเราเป็นคนยังไง กระบอกเสียงของเราก็ใหญ่พอที่สามารถที่จะออกมาชี้แจงได้ แล้วเพจที่เคยเล่นเราทั้งหมดทุกวันเขาก็ไม่ค่อยกล้าที่จะเอาชื่อเรามาหากินแล้ว สมัยก่อนเขาก็อยากได้แค่เอนเกจ ถูกผิดไม่รู้ เอนเกจดีเขาก็ได้ ทุกวันนี้คือไม่ค่อยมี FC เราก็น่ารัก ก็ดูแลปกป้องเราตลอดเข้ามาช่วยตลอด แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันอยู่ที่สภาพจิตใจของเราแล้วกัน เข้าใจดราม่ามากกว่า

 

 

ซึ่งทุกวันนี้พี่จะรู้เลยว่าดราม่ามันเล็กหรือมันใหญ่ มันจะอยู่ที่รีแอคของโทรศัพท์มือถือ พี่ตื่นขึ้นมากำลังจะชงกาแฟกินแล้วก็มือถือดัง อุ้ยดราม่า ถ้าเริ่มรับสายกันรอบรอบวงอันนี้ตัวใหญ่เลย รู้แล้ววางมือถือเลยไม่ต้องรับเลย ไปนั่งกินเบียร์ ไปเตะบอลกับเพื่อน คืออย่าเพิ่งรีบไปอินกับมัน อย่าไปให้ความสนใจแล้วอย่าเพิ่งไปให้ไฟกับมันด้วย เพราะตอนนี้คนอารมณ์กำลังร้อนเราไม่รู้หรอกมันร้อนเลยปล่อยไป 6-7 ชั่วโมง ตกมาตอนเย็น ๆ มันดูหน่อยว่ามันเรื่องอะไร พอดูปุ๊บ 1 คือเรามีสติเต็มที่แล้ว สังคมก็เบาลงแล้ว พอดูปุ๊บอย่างแรกเลยผิดกฎหมายหรือไม่ผิดกฎหมาย ถ้าไม่ผิดกฎหมายเรื่องนี้ชิล ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย แล้วก็รอสักวันหนึ่ง แล้วก็ออกมา ส่วนใหญ่แล้วมันก็คือพูดในสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ยินเท่านั้นแหละ

 

 

เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ ทุกคนที่เป็นดราม่าพี่ก็จะบอกว่าแค่พูดในสิ่งเขาอยากได้ยิน มันคือแค่นั้นจบ มันแค่ไม่เข้าใจ บางทีผมไปแล้วผมแบบเกิดมาโชคดีจริง ๆ ได้เป็นคนไทยเขามันก็มีคนไม่รักคนไทย ตอนนั้นก็เป็นข่าวที่บอกจิ้มจุ่มบ้านเราดีเกิดมาโชคดีเป็นคนไทย ดราม่าผมเฉย ขอโทษนะครับที่แบบผมอาจจะสื่อสารบางคนอาจจะเป็นชีวิตที่มันยากลำบาก

 

 

ซึ่งผมไม่ได้เข้าใจตรงนั้น ก็โอเคก็ขอมุมมองต่างแต่ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะครับ แล้วก็เป็นข่าวดีเจภูมิออกมาขอโทษสังคมอะไรทุกอย่างก็เงียบจบ มันก็แค่นั้น คืออะไรอย่างนี้เราก็รู้ว่าใช้อารมณ์ไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้จะไปเถียงกับคนที่เขาไม่เข้าใจคุณทำไม ก็เสียเวลาเปล่า ๆ ก็เลย ผมขอโทษนะครับที่การสื่อสารของผมอาจจะทำให้หลายคนเข้าใจกันผิด ความหมายของผมคืออย่างนี้ ผมเข้าใจแล้วว่าความคิดคุณเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวรอบหน้าผมจะสื่อสารให้ดีกว่านี้นะครับ

 

 

 

'ดีเจภูมิ' เปิดชีวิตด้านมืด 10 ปีที่ไม่มีวันหยุด ไม่กลัวดราม่า เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

 

 

ที่มารายการ คุยกับบูม