
"บิวกิ้น" เปิดปมดิ่งภาวะ Burnout รุมเร้า พร้อมเฉลยทำไม "ไม่ยอมตัดผม"
พลีชีพเพื่อฝัน! "บิวกิ้น" เปิดปมดิ่งฉีดยาเข้าเส้นเสียง-ภาวะ Burnout รุมเร้า เผยเหตุผลหนีไปเรียนต่ออังกฤษ พร้อมเฉลยชัดทำไมถึง "ไม่ยอมตัดผม" ?
เปิดใจ "บิวกิ้น พุฒิพงศ์" แบบไม่กั๊ก ถึงประสบการณ์ทำงานหนักจนเคยต้องฉีดยาเข้าที่เส้นเสียง การรับมือกับภาวะ Burnout การดูแลตัวเองทั้งกายและใจ พร้อมเผย Safe zone และวิธีรีชาร์จใจในวันเหนื่อย เหตุผลที่ทำให้ไปเรียนต่ออังกฤษ และที่สำคัญเรื่องที่ใครๆอยากรู้ ทำไมไว้ผมยาว และทำไมไม่ตัดผม???
ทำไมไม่ตัดผม ?
บิวกิ้น : ไม่รู้เหมือนกันนะ ไม่ได้คิดว่าจะไว้แบบจริงจังด้วย แต่ว่าจริง ๆ แล้วแค่ตอนนั้นไปเรียนต่อแล้วก็เหมือนไม่ได้ตัด 3-4 เดือน แล้วก็รู้สึกว่ามันเริ่มมันจะยาวกว่าที่เราเคยไว้มาแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าเวลาเราไว้ผมยาวมันจะมีช่วงที่มันมีความไม่พอดี จะสั้นก็ไม่สั้น จะยาวก็ไม่ยาว แล้วมันเป็นช่วงที่เราจะต้องก้าวข้ามผ่านในการที่จะไว้ผมยาว แล้วเราก็ไม่ได้ทำงานด้วยช่วงนั้น มันเลยเหมือนพอกลับมา มันเริ่มจะเข้าทรงก็เลยรู้สึกว่าเกิดมาไม่เคยไว้ผมยาวเลย เรียนโรงเรียนชายล้วนเรียน รด. เข้ามหาลัยฯ ก็ไม่เคยไว้ผมยาว รู้สึกว่าสักครั้งหนึ่งอยากลองมีผมประบ่าซะหน่อย จริง ๆ มันก็เกือบ ๆ แล้ว มันเคยไปข้างหลังเคยเลยไปแล้ว แล้วก็ตัดขึ้นมาไล่กับข้าง ๆ ก็ดีนะผมว่ามันก็เปลี่ยนลุค แล้วก็เหมือนไดร์นานดี เวลาว่าง ๆ ก็แบบสางผมตัวเองก็รู้สึกสวย
ทุกวันนี้ดูแลตัวเองไงบ้าง ?
บิวกิ้น : กินดีครับเหมือนว่ากินโปรตีนที่ถึง แล้วก็ดูเรื่องการกินแล้วกัน อาจจะไม่ได้คุม 100% แต่ก็พยายามไม่กินของที่มันแย่ ๆ ไม่กินหวาน ไม่กินมัน กินโปรตีนที่ถึง แป้งก็กินในปริมาณที่โอเค แล้วก็นอน ออกกำลังกายจริง ๆ แค่นี้เอง แล้วก็สุขภาพจิตดีก็โอเคแล้ว
เป็น introvert ไหม ?
บิวกิ้น : เพิ่งมาเป็นตอนโต ตอนเด็ก ๆ เป็นคนชอบออกไปเจอคนมาก ชอบวันหยุด ชอบหากิจกรรมออกไปทำต้องนัดไปทำนั่นทำนี่ แต่ว่าช่วงประมาณปี 2 ปีมา รู้สึกว่าชอบอยู่บ้านมาก
เจอคนเวลาทำงานเยอะเกี่ยวไหม ?
บิวกิ้น : ก็เยอะแต่มันก็ไม่ได้เยอะกว่าช่วงที่ผ่านมา มีความสุขกับการอยู่บ้านมากขึ้น
วันว่างเลือกที่จะทำอะไร ?
บิวกิ้น : ถ้าว่างทั้งวันก็ไปออกกำลังกาย แล้วก็ถ้าว่างหน่อยก็ไปคลินิก ไปดูแลผิวนิดหนึ่งแล้วก็กลับบ้านแค่นี้
เป็นคนรีชาร์จพลังวันว่างโดยการอยู่บ้าน อยู่คนเดียว ?
บิวกิ้น : อยู่บ้านก็ไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก ก็จะมีพี่เลี้ยง ที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด อยู่กับเขา ลงไปนั่งคุยกับเขาบ้าง ลงไปอยู่กับหมาบ้าง ตอนเย็นก็ลงมากินข้าวกับอากงอาม่าอะไรอย่างนี้ กลางคืนก็ไปนั่งคุยกับป๊าม๊าสักชั่วโมง 2 ชั่วโมง กลางวันก็มาดูหนังก็รู้สึกว่าอยู่บ้านก็แฮปปี้แล้ว
เป็นนักร้องเราดูแลเสียงตัวเองยังไงบ้าง ?
บิวกิ้น : ผมว่าสำคัญที่สุดเลยก็คือนอน คือถ้าวันไหนนอนน้อยมันจะรู้เลยว่าเหมือนกับมันไม่มีเสียง เหมือนเราซัพพอร์ตลมขึ้นมา มันจะร้องแต่ไม่มีเสียง เสียงมันออกแต่อยู่ดี ๆ มันจะปลิ้นหรือมันจะแหบ หรือมันจะอะไรอย่างนี้ โทนมันจะไม่เพราะด้วย แล้วก็เหมือนกับว่าเราต้องใช้แรงเยอะกว่าเดิม แต่ถ้าได้นอนสัก 8 ชม. 10 ชม. ตื่นมาเสียงมันก็จะค่อนข้างดี
ถ้าเกิดให้เลือกร้องเพลงกับการแสดงเลือกอะไร ?
บิวกิ้น : เลือกไม่ได้ชอบหมด ชอบทั้งคู่มันสนุกคนละแบบ เหมือนเตะบอลกับตีแบดมันคนละอย่างกัน ไม่รู้สิรู้สึกว่ามันเปรียบเทียบยากแล้วก็รู้สึกว่า ผมว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะร้องเพลงหรือแสดงมันจะมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเราทำไปมันจะเริ่ม burnout แต่มันไม่ได้ burnout แบบอยากพักนะ แต่มันเหมือนอยากไปทำอย่างอื่น คือพอเราแสดงเยอะ ๆ เราจะรู้สึกว่าเบื่อ routine นี้จังเลย เริ่มเบื่อกับการทำแพทเทิร์น ๆ แบบนี้ อยากออกไปเจอคนบ้าง อยากออกไปนั่งแคมป์เพลงบ้าง อยากออกไปอัดเสียงบ้าง มาทำเพลง พอทำเพลงเริ่มคิดเพลง ทำเพลง สร้างเพลง ออกไปร้อง ออกไปโปรโมท พอมาถึงจุดหนึ่งก็จะรู้สึกว่าเริ่มเบื่อแพทเทิร์นแบบนี้ อยากกลับไปออกกองบ้าง หรือบางทีอยากกลับไปนั่งคิดงานอื่น ๆ บ้าง มันเหมือนกับว่าผมอยู่กับการทำงานแบบรูปแบบเดียวนาน ๆ ไม่ได้ เพราะมันจะคิดไม่ออก จะเริ่มหมดแพชชัน
เป็นเหตุผลที่ทำให้ไปเรียนต่ออังกฤษ ?
บิวกิ้น : ส่วนหนึ่งอยากพักด้วย อยากเบรก แล้วก็มันก็เหมือนเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากจะทำด้วย เหมือนว่าการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศสักปีหนึ่ง มันเป็นเหมือน 1 งานที่เรารู้สึกว่าเรายังไม่เคยทำ ก่อนหน้านี้เราเรียนอยู่ที่นี่ อยู่กับที่บ้าน ทำอะไรมาตลอด ไม่เคยใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่เคยออกไปรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ออกไปอยู่ชิล ๆ ก็รู้สึกว่าถ้าเราไม่ไปในช่วงนี้ มันก็เหมือนเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว เพราะว่าถ้าเราจะไปเรียนโทตอนใกล้ ๆ 30 เพื่อนเราก็ไม่มีใครไปด้วยแล้ว เราไปตอนนี้ก็มีเพื่อนไปด้วย 2-3 คน เราก็รู้สึกว่าน่าจะโอเค น่าจะไม่เหงา แล้วก็ไม่เคยไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แล้วก็งานตรงนี้คือปีก่อนผมมีคอนเสิร์ตเดี่ยวไปแล้ว แล้วก็เพิ่งเล่นหลานม่าเสร็จ มันเหมือนกับว่าในพาร์ทอื่น ๆ รู้สึกว่าเราได้เติมเต็มมันแล้วในช่วงระยะเวลานี้ มันเป็นเหมือนอีกอย่างหนึ่งที่เราอยากทำ แล้วก็ประจวบเหมาะกับการที่เพื่อนไปด้วย ก็เลยไปเรียนที่อังกฤษเลย
อยู่อังกฤษมา 1 ปี เป็นยังไงบ้าง ?
บิวกิ้น : ปีหนึ่งแต่ก็กลับบ่อย กลับบ่อยมาก ก็ดีนะผมว่ามันเป็นรสชาติเหมือนเราไปเปลี่ยน Pacingการใช้ชีวิต อยู่ที่นู่นนอนวันละ 10 ชั่วโมงขึ้นทุกวัน นอนเที่ยงคืน ตื่นเที่ยง ตื่น 13:00 น. แล้วก็จริง ๆ วัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก ก็แค่ไปเรียนแล้วก็กลับบ้านมาก็ทำงานมหาลัย ทำ Assignment ทำ Report ส่ง แล้วก็ประชุมภาระต่าง ๆ ที่อยู่ที่นี่บ้าง ไปเดินเล่น ไปทำนั่นทำนี่ ทำข้าวกิน ไปช้อปปิ้งบ้าง ไม่ได้รู้สึกว่ามันเร่งรีบ หรือว่ามีอะไรที่ทำให้เราต้องคิดต่อ ๆ กันขนาดนั้น มีเวลาปล่อยสมองมากขึ้น
เหมือนแบบได้พัก แต่ต้องเรียนหนัก ?
บิวกิ้น : ก็ต้องเรียน แต่ช่วงเรียนมันก็จะมีช่วงเวลาของมัน เหมือนกลางเทอมมันก็จะเริ่มเป็นช่วงที่ต้องมานั่งง่วนทำ assignment 2 อาทิตย์ 3 อาทิตย์ก่อนที่จะถึง deadline พอเราไม่ต้องทำอย่างอื่นเยอะขนาดนั้นแล้วเรามาทำอันนี้อย่างเดียว มันก็มีเวลาโฟกัส งานหนึ่งก็ทำทั้งวันเลย ทำแล้วก็ไปกินกาแฟ ทำกับข้าว คิดไปด้วย แล้วกลับมาทำต่อ มันเหมือนมันสบาย ๆ มันไม่ได้มีความกดดันอะไรขนาดนั้น จริง ๆ ผมก็มีประชุมอาทิตย์หนึ่ง 2-3 ครั้งแค่นั้นเอง แล้วก็นอกนั้นก็จะแค่ตอบไลน์ ที่เหลือก็ชิล ๆ ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ
จบโทแล้วตอนนี้ต่อเอกอีกไหม ?
บิวกิ้น : ไม่เอาแล้ว



