บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ข้าวทิพย์ที่วัดหนองแก้ว

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - ข้าวทิพย์ที่วัดหนองแก้ว

01 มิ.ย. 2553

ปีนี้เป็นปีอธิกมาส ภาษาชาวบ้านเรียก “แปดสองแปด” ตาม “จันทรคติ” ถ้าเป็นทาง “สุริยคติ” แบบสากลเศษเสี้ยวของเวลาจะเอาไปโปะไว้ในเดือนกุมภาพันธ์

  หลายหมู่บ้าน แถบนครสวรรค์บ้านผม มีประเพณีกวนข้าวทิพย์ ในวันวิสาขบูชา ผมพาลูกชายแวะดูชม พบปะสนทนากับพระภิกษุ และชาวบ้านที่วัดหนองแก้ว ต.ห้วยใหญ่ อ.หนองบัว ซึ่งอยู่ริมถนนสายชุมแสง-หนองบัว กิโลเมตรที่ 16 มีหลวงพ่อสุรินทร์เป็นเจ้าอาวาส ผมแวะไปในเวลาค่ำ ชาวบ้านกำลังขมีขมันกวนข้าวทิพย์อยู่ในศาลายกพื้นคอนกรีต เปิดโล่งทั้ง 4 ด้าน มีทั้งผู้เฒ่าผู้แก่หญิงชาย ผู้หลักผู้ใหญ่ของหมู่บ้าน หนุ่มๆ สาวๆ หน้าใส และเด็กเล็กห้อมล้อมขวักไขว่

 “ข้าวทิพย์” ที่วัดหนองแก้ว เริ่มด้วยชาวบ้านแต่ละคนนำวัตถุดิบที่ตนมีมารวมกันที่วัด มีแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า นมสด นมข้น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว งาดำ งาขาว น้ำตาลทราย น้ำตาบปี๊บ มะพร้าว (คั้นกะทิ) เริ่มกันตั้งแต่บ่าย ฝ่ายขูดมะพร้าวก็ขูดไป ใครมีฟืนก็หอบกันมากองรวมไว้ กระทะใบใหญ่ขนาดคนลงไปนอนได้ 4 ใบ เอาทรายมากองรองพื้นก่อกองไฟ 4 กอง เอาสังกะสีมาล้อมป้องเปลวไฟ เมื่อผสมสัดส่วนถ้วนครบองค์ประกอบวัตถุดิบ ก็เริ่มทำพิธีสงฆ์ในตอนเย็น พระคุณเจ้าสวดมนต์เสร็จก็ทำบริกรรม นำน้ำพุทธมนต์ เทลงกระทะ เข้าเป็นส่วนผสม โดยให้เด็กหญิงที่ยังไม่มีรอบเดือนจับไม้พายกวนก่อนพอเป็นพิธี อันความเชื่อนี้เป็นขนบประเพณีเฉพาะถิ่น เฉพาะที่มีรากเหง้าที่หยั่งลึก และยาวไกลมาแต่ครั้งพุทธกาล ครั้งนางสุชาดากวนข้าวมธุปายาสถวายพระพุทธเจ้า

 เจ้าชายสิทธัตถะ หลังบำเพ็ญทุกขกิริยามานานก็ได้พบ “ทางสายกลาง” จากสายพิณของเทพยดาที่แปลงกายลงมาบอกปริศนาธรรมโดยแกล้งดีดพิณทั้งที่ตั้งสายไว้แบบหย่อนๆ ยานๆ จากนั้นก็แกล้งบิดลูกบิดจนสายตึงและขาดผึงในที่สุด

 หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงเสวยอาหารข้าวมธุปายาสของนางสุชาดา ทำให้ปัญจวัคคีย์สิ้นศรัทธา หนีหน้าลากเลิกเคารพไม่เลื่อมใสอีกต่อไป แล้วคืนนั้นพระองค์ก็ทรงบรรลุโพธิญาณ ผมก็ว่าไปงูๆ ปลาๆ ตามประสากบในกะลา และมีความรู้สั้นกว่าหางอึ่ง ถูกบ้าง ผิดบ้าง ถูกบางส่วน หรือผิดทั้งดุ้น ก็ต้องขอออกตัวไว้ก่อน เพราะผมรู้พุทธประวัติเอาจากมรรคนายกวัด ข้างบ้านที่เล่าผ่านดอกลำโพงกระจายเสียง และอ่านจากหนังสือการ์ตูนของลูกชาย ดูวีซีดี แอนิเมชั่น เรื่องพระพุทธเจ้า ที่แวะไปดูชาวบ้านกวนข้าวทิพย์ที่วัดหนองแก้วก็เพราะเห็นว่าบรรยากาศดี น่าสนุก และชาวบ้านก็แสนน่ารัก ต้อนรับแขกแปลกหน้าต่างถิ่นด้วยอัธยาศัยอันดี ผมเห็นความร่วมแรงร่วมมือร่วมใจของพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านชาวช่องของเราแล้วรู้สึกดีมีความหวัง โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เยาวชนคนรุ่นหลังก็มาร่วมจับไม้พายกวนข้าวทิพย์ด้วยอย่างเบิกบาน เด็กเล็กกว่านั้นในวัยกำลังเตาะแตะก็มาเดินเล่น นั่งเล่น ขวักไขว่ เจี๊ยวจ๊าวร่าเริง น่ารัก

 ผมอยู่ที่ศาลาจนล่วงค่ำ เดือนเพ็ญ แห่งคืนวิสาขะลอยเลื่อนขึ้นเคียงช่อฟ้าพระอุโบสถ ชาวบ้านผู้ใจงามยังตักข้าวทิพย์ที่กวนเสร็จแล้วใส่ชามให้ผมเอากลับไปบ้านโดยไม่ห่วงใยว่าจะได้ชามคืนเมื่อไร

 เสียดายที่กล้องถ่ายรูปของผมเกิดรวนกะทันหัน มีปัญหาเกี่ยวกับกลไกชัตเตอร์ ก็เลยต้องพึ่งโทรศัพท์มือถือ ถ่ายรูปแทนกล้องคู่ใจ เลยไม่ได้ถ่ายรูปท่านเจ้าอาวาส ทั้งยังมิได้กราบนมัสการ

 น่ายินดีที่ชาวไทยเรายังรักษาประเพณีไทยไว้เหนียวแน่น ข้าวทิพย์ที่กวนได้ที่แล้วจะเหนียวหนึบ และไม่ติดกระทะ หอม หวาน มัน ประทับใจจริงๆ ครับ

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"