
เปิดหลักฐาน มัด "นานา ไรบีน่า" จนดิ้นไม่หลุด แม้ยืนกรานปฏิเสธ
เปิดหลักฐาน มัด "นานา ไรบีน่า" จนดิ้นไม่หลุด แม้ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจเร่งขยายผล เชื่อมีผู้ร่วมขบวนการ
3 ธ.ค. 2568 เมื่อเวลา 16.23 น. เจ้าหน้าที่ขุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ปอศ. คุมตัว นางไรบีนา (สงวนนามสกุล) หรือ นานา อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7195/2568 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 ฐานความผิด "ฉ้อโกงทรัพย์ และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน" ลงมาจากอาคารพิทักษ์สันติ ขึ้นรถตู้สีเทา เพื่อนำตัวมาฝากขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา บริเวณอาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งเป็นอาคารตึกหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทันทีที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาได้นำตัวนานาขึ้นรถตู้ไปอย่างรวดเร็วโดยทันที โดยไม่ได้เปิดเผยอะไรกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ขณะเดียวเจ้าหน้าที่สิบเวรหน้าห้องขัง ได้นำข้าวกล่องเป็นกะเพราหมู มาให้กับเจ้าตัวรับประทานเป็นมื้อแรกที่รับประทานในห้องขัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าตัวจะถูกคุมขังในคืนนี้ ก่อนจะถูกนำตังส่งฝากขังยังศาลอาญาในวันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ นางไรบีนา จนถึงตอนนี้เจ้าตัวยังคงยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การหลายส่วนยังมีความขัดแย้งกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ โดยเฉพาะ หลักฐานเกี่ยวกับเอกสาร สลิปการโอนเงิน เอกสารการโอนหุ้น รวมไปถึงเอกสารการทำธุรกิจต่างๆ มากมายที่ถูกทำปลอมขึ้นมา ซึ่งเป็นหลักฐานที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ในขณะเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันจากแนวทางสืบสวนข้อมูลเชิงพฤติกรรมของเจ้าตัว เจ้าหน้าที่ยังพบว่า ในช่วงระยะหลังตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา นางไรบีนา เริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากติดนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมถึงทำธุรกิจขาดทุนหลายอย่าง จึงเริ่มออกอุบายชักชวนเพื่อน หรือ คนที่อยู่รอบตัวให้นำเงินมาร่วมลงทุนธุรกิจต่างๆ โดยการอ้างชื่อนักธุรกิจหรือ บุคคลต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ในความเป็นจริงธุรกิจตามที่กล่าวอ้างขึ้นมานั้นไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่การกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินจากกลุ่มผู้เสียหาย เช่นเดียวกับเอกสารการโอนหุ้น หรือ สลิปการโอนเงินลงทุนต่างๆก็เป็นเอกสารที่ถูกทำปลอมขึ้นมาเพื่อไว้แสดงให้เหยื่อหลงเชื่อว่ามีการทำธุรกิจอยู่จริง
สอดคล้องกับผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมต่างๆ ของ นางไรบีนา ย้อนหลัง ที่พบว่า ธุกรกิจเดียวที่มีอยู่จริงของเจ้าตัวและครอบครัว คือ ธุรกิจร้านตัดผมชื่อดัง ที่ทำร่วมกับเวย์ ไทเทเนี่ยม ศิลปินนักร้องชื่อดังผู้เป็นสามี และ เป็นแหล่งรายได้เพียงแหล่งเดียว ส่วนเงินต่างๆ ส่วนที่เหลือที่เข้ามาในระบบนั้นส่วนใหญ่เป็นเงินที่มาจากการหลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า นางไรบีนา กระทำการทุกอย่างเพียงคนเดียว เชื่อว่ายังมีบุคคลอื่นที่เป็นคนใกล้ตัว หรือ คนใกล้ชิด รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวร่วมด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขยายผลดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคนอื่นๆ เพิ่มเติมต่อไป



