บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม - ความทรงจำ โรงหนังสยาม

มองผ่านเลนส์คม - ความทรงจำ โรงหนังสยาม

27 พ.ค. 2553

ช่วงนี้คนในเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกันถล่มทลาย ต่อการสูญเสีย "โรงหนังสยาม" แสดงถึงความผูกพัน ต่อโรงหนังสแตนอะโลนกลางกรุง แบบสุดหัวใจจริงๆ

  อย่างคุณ Minamino Shuichi บอกว่า ....ฉันดูหนังครั้งแรกในชีวิตที่โรงภาพยนตร์สยามเรื่อง Scream ฉันมักแอบไปดูหนังคนเดียวที่นั่น เพราะสยาม ลิโด้ สกาล่า ฉายหนังที่เพื่อนๆ ฉันไม่ดูกัน แต่ก็ไม่เคยเหงา เพราะรู้ว่าเพื่อนแปลกหน้าในรอบฉายนั้นๆ ต่างรู้สึกเช่นเดียวกับเรา

 จากวันนั้นถึงวันนี้ 14 ปี...สิ่งที่คนเหล่านั้นพรากฉันไปได้ก็เพียงแค่เศษอิฐ ดิน ปูนแต่พวกเขาไม่สามารถพรากความทรงจำในโลกส่วนตัวใบเล็กๆ ของฉันไปได้เลย ฉันจะคิดถึงเธอ...

 เป็นเสียงหนึ่ง แต่สำหรับดิฉันเห็นว่า บรรยากาศของโรงหนังสยาม ตั้งแต่ร้านขนมหน้าโรง ช่องขายตั๋ว ระบบการเดินตั๋ว ทางเข้าห้องน้ำ เบาะเก่าๆ บันได้เลื่อนช้าๆ เหมือนคนใกล้หมดแรง แต่น่าแปลกว่า กลับเป็นความทรงจำที่รู้สึกคล้ายๆ กันว่า ที่นี่เต็มไปด้วย "จิตวิญญาณ" !   

 ที่สำคัญ โรงหนังเดิมๆ ที่ตั้งท่ามกลางความฟู่ฟ่าของเมืองและระบบมัลติเพล็กซ์ทั้งหลายแหล่ ได้ให้โอกาสคนทำหนังเล็กๆ ให้มีที่ทางปล่อยของมานักต่อนักแล้ว 

 ยังรู้สึกดี ที่โรงหนังแห่งนี้ไม่ได้ฉายหนังตามกระแส ที่โกยรายได้ไม่รู้กี่สิบล้านบาทต่อวัน แต่เจ้าของกลับเลือกเอาหนังนอกกระแสบ้าง หนังที่ไม่มีโอกาสเข้าฉายในโรงที่เรียกว่าชั้นนำบ้าง...

 เป็นจุดยืนแห่งความต่าง ที่เราได้รับประโยชน์จริงๆ แม้ว่าจะบวกไปด้วย "รสนิยม" ก็ตาม
 เพราะยังยืนยันว่าความบันเทิงที่มาพร้อมภูมิปัญญา มักอยู่ที่เราเลือกสรร หรือจะมีใครปฏิเสธว่า หนัง-ละครไม่ได้มีอิทธิพลต่อความคิดเรา ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว 

 นอกจากความเศร้าใจ เราจึงได้เห็นถึง สิ่งที่สูญไปที่ไม่ใช่เพียง “วัตถุ” เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ "ซ่องสุม” ความบันเทิง และกิจกรรมทางสังคม ในแบบที่เป็น "ทางเลือก" หนึ่ง ที่ยืนโรงมานานกว่า 40 ปี

 สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ อย่างน้อยเราก็เห็นพลังของแฟนคลับ ที่ไม่ได้แคร์กับความทรุดโทรม และไม่ต้องการเรียกหาความโก้หรู ด้วยเก้าอี้ปรับนอนได้ ที่เรียกว่า "ฮันนีมูน ซีท" รวมทั้งน้ำอัดลมที่ขายคู่กับป๊อปคอร์น ที่มีราคาแพงกว่าค่าตั๋วหนังซะอีก

 แต่สำหรับบางที่เท่านั้น ที่เดินเข้าไปแล้ว ไม่รู้สึกอ้างว้าง แม้ว่ามาคนเดียว เพราะอุ่นใจเหมือนได้เจอเพื่อน

 ขอใช้โอกาสนี้แสดงความนับถือเจ้าของโรง ที่กัดฟัน "สู้" กับธุรกิจที่ดาวน์ลงเรื่อยๆ และสวนทางกับความรุ่งเรืองของโรงหนังที่ผุดขึ้นในห้างสรรพสินค้า

 และขอบอกว่ายังมีโรงหนังในเครือเอเพ็กซ์อีกสองโรง ที่อยู่ในย่านสยามสแควร์ อย่าง ลิโด้ และสกาล่า ที่มีลักษณะเหมือนโรงหนังสยาม

 แต่ตอนนี้ ถ้าใครคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ลองดูเพลงและภาพคลาสสิกจาก Cinema Paradiso ใน Nuovo Cinema Paradiso, my 2nd tribute <http://www.youtube.com/watch?v=ES0TOL0gfJw> พลางๆ ก่อน 
 จนกว่าจะพบกันใหม่...

"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"