บันเทิง

คมเคียวคมปากกา-ลูกหลาน "ปู่จัน"

คมเคียวคมปากกา-ลูกหลาน "ปู่จัน"

26 พ.ค. 2553

วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนไปซื้อของย่านคลองถม ได้ยินพ่อค้าชาวขายบางคนก่นด่าคนอีสานว่า ไม่รู้จักบุญคุณคนกรุงเทพฯ ที่ให้งาน ให้ที่ทำมาหากิน ยังก่อการเผาบ้านเผาเมืองเขาอีก

 ได้ฟังเพื่อนเล่า ยิ่งเศร้าใจหนัก หากคนไทยยังติดหล่ม "ความเกลียดชัง" มองไปข้างหน้า ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่า ประเทศไทยจะกลับมาเป็น "เมืองไทยที่สงบร่มเย็น" อีกเมื่อใด

 วันที่ผมเห็นแววตาเศร้าหม่นของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงชุดสุดท้าย ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดปทุมวนาราม ก็อดเป็นห่วงสังคมไทยในวันข้างหน้าไม่ได้ และได้ยินข่าวจากหมู่บ้านคนเสื้อแดงทางภาคอีสานว่า "ไฟแค้นยังคุโชน"

 ระหว่างที่พักผ่อนจากการติดตามข่าวสาร ผมหาความบันเทิงจากทีวีดาวเทียม ซึ่งมีให้เลือกฟังอย่างหลากหลาย และได้ฟังเพลงที่คุ้นหู "ปู่จัน" จากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติลาว ช่อง 3 ในช่วงบ่าย

 "คนรุ่นปู่ เขาฮู้ว่าคนอยู่ภาคอีสาน ล้วนแต่เป็นลูกเป็นหลาน ของปู่จันของลาวทั้งสิ้น เชื้อสายลายล่อง แบ่งเป็นสองถ่องทำมาหากิน โคราช-เวียงจันทน์ธานินทร์ ล้วนแต่เป็นถิ่นลูกหลานปู่จัน"

 บทเพลงแห่งตำนานคนสองฝั่งโขง ประพันธ์โดย คำพู ทะวีวัน ศิลปินอาวุโสแห่งเวียงจันทน์ ซึ่งแต่งเพลงนี้ไว้ในช่วงที่รัฐบาลไทย-ลาว ฟื้นความสัมพันธ์บ้านใกล้เรือนเคียงอีกครั้ง หลังจากศึกบ้านร่มเกล้าสงบ

 คำร้องท่อนแยก บอกชัดถึงแรงบันดาลใจของอาจารย์คำพูในการเขียนเพลงนี้ เมื่อไทย-ลาว หยุดรบราฆ่าฟันกัน 

 "ปู่จาก เคยฝากความสั่งให้ลาวสองฝั่ง เหมือนดั่งผู้ฮู้การณ์ไกลในทรวง ให้หลานปู่ไปมาหาสู่บูชาธาตุหลวง พระธาตุพนมให้แหนหวง เหมือนใจหนึ่งดวงคนลาวสองฝั่ง"

 เพลงปู่จันมีการนำมาขับร้องใหม่หลายครั้ง และเวอร์ชั่นล่าสุดที่ผมได้ชมผ่านรายการ "วงจรบันเทิง" สถานีโทรทัศน์ลาว ช่อง 3 ผู้ขับร้องคือ "น้อย" แสงสุลิยา พอนกะเสินสุก

 น้อย-แสงสุลิยา มีประวัติที่น่าสนใจ เธอเรียนจบด้านสถาปนิกมาจากประเทศออสเตรเลีย แต่ไม่ทำงานตามวิชาชีพที่ร่ำเรียนมาโดยหันมาเปิด "ศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมเด็ก แสงสุลิยา" เพื่อให้เด็กลาวได้เรียนรู้ศิลปะการแสดงพื้นบ้านพื้นถิ่น

 สุ้มเสียงของเธอก็น่าฟัง แม้จะไม่เทียบเท่าต้นฉบับ พูเวียง วาดทะวีสัก ศิลปินประจำกรมศิลปากรแห่งชาติลาว แต่เธอได้คะแนนความตั้งใจไปเต็มสิบ

 ผมเดาเอาว่า น้อย-แสงสุลิยา ตั้งใจโปรโมทเพลงปู่จัน หวังเกาะติดกระแสเฉลิมฉลอง 450 ปี นครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งชาวลาวจะได้ร่วมฉลองกันทั้งปีนี้

 เพลงปู่จันมิได้มีจุดมุ่งหมายจะสร้างความแตกแยก หากแต่อาจารย์คำพู ใช้ตำนานที่เล่าขานกันปากต่อปาก ฝากเตือนคนสองฝั่งโขงให้ "ฮักหอม" และ "ฮักแพง" กัน

 จึงได้แต่หวังว่า คนไทยไม่ว่าจะอยู่ภาคไหน หรือเลือกสวมเสื้อสีใด ก็ไม่ควรมองเห็นคนชาติเดียวกันเป็น "ศัตรู"

 ใครข้ามโขงไปเที่ยวเวียงจันทน์ ก็ลองหาอัลบั้มเพลงปู่จัน ของน้อย-แสงสุลิยา มาฟังกันนะครับ โดยเฉพาะคำร้องท่อนนี้

  "ให้หลานปู่ ไปมาหาสู่บูชาธาตุหลวง พระธาตุพนมให้แหนหวง เหมือนใจหนึ่งดวงคนลาวสองฝั่ง"

บรรณวัชร