บันเทิง

มองผ่านเลนส์คม-ตามดูหนัง "อภิชาติพงศ์"ราวกับว่าเป็นพระเอกของงาน...

มองผ่านเลนส์คม-ตามดูหนัง "อภิชาติพงศ์"ราวกับว่าเป็นพระเอกของงาน...

26 พ.ค. 2553

แม้ก่อนหน้าใจตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าจะได้เดินทางไปฝรั่งเศสหรือไม่ แต่ในที่สุด ผู้กำกับไทยหนึ่งเดียว "เจ้ย" อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ก็เดินทางไปในวันเกือบสุดท้ายจนได้

 แถมยังได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าภาพ และผู้ร่วมงานในเทศกาลหนังเมืองคานส์ (ไม่เหมือนตอนอยู่เมืองไทย)

 และในที่สุด "รสนิยม" ของคนที่นั่น โดยเฉพาะผู้กำกับชื่อดังชาวสหรัฐ ทิม เบอร์ตัน ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัล ก็ยกรางวัลสูงสุดคือ "ปาล์มทองคำ" ให้แก่หนังไทยเรื่อง "ลุงบุญมีระลึกชาติ" ซึ่งกำกับโดยอภิชาติพงศ์ อย่างสมเกียรติ

 เป็นการปิดเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้งที่ 63 ในช่วงวันที่ 12-23 พฤษภาคม อย่างน่ายินดี

 เพียงแต่ว่า...คนไทยไม่อินด้วย ก็เท่านั้น

 เพราะเป็นช่วงที่เราฝุ่นตลบกับเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง  

 เอาเป็นว่า เมื่อฟ้าหลังฝน ทุกอย่างน่าจะย่อมดีขึ้น รวมทั้งหนังของเจ้ยด้วย...

 ก่อนหน้านี้ เขาเคยคว้ารางวัลที่สามจากคานส์ด้วยหนังปี 2547 เรื่อง "สัตว์ประหลาด" (Tropical Malady)

 สำหรับเรื่อง "ลุงบุญมีระลึกชาติ" หนังไทยอันเชื่องช้า แปลกประหลาด อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีทั้ง ชายแก่ใกล้ตาย ลูกชายที่เป็นกอริลล่า วิญญาณของเมีย เจ้าหญิงและปลา ความสัมพันธ์ระหว่างคน สัตว์ ต้นไม้ และวิญญาณ

  เป็นเรื่องที่เจ้าตัวเคยบอกว่า มีชีวิตที่โตขึ้นในแถบอีสาน แต่ไม่เคยพูดเรื่องนี้ในหนังของตัวเองเลย เป้าหมายของเขาคือการเรียกหาความทรงจำเหล่านั้น และถ่ายทอดพื้นที่ที่เขาจะจินตนาการได้... ในแบบของเขา

 อย่างน้อยหนัง "ในแบบของเขา" ก็เป็น 1 ใน 19 เรื่องที่เฉือนชนะหนังของนักแสดงหมู่คณะอย่าง Another Year ของ ไมค์ ลีห์, Of Gods and Men หนังดราม่าอิงประวัติศาสตร์ของ ซาเวียร์ โบวัวส์, Poetry หนังที่เน้นการศึกษาตัวละครของ ลีชางดอง ขาดลอย 

 เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเอพี ถึงช่วงที่เขาบินออกจากกรุงเทพฯ ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ว่า  

 “ประเทศไทยเป็นประเทศที่รุนแรง” และกล่าวด้วยว่า “ประเทศนี้กุมอำนาจโดยกลุ่มมาเฟีย”

 และมุมมองของผู้ร่ำเรียนมาจาก Art Insitute of Chicago อย่างอภิชาติพงศ์ ก็วิพากษ์ระบบเซ็นเซอร์ของบ้านเราอย่างแสบสัน 
 “เราไม่สามารถสร้างหนังในสถานการณ์ปัจจุบัน” และ...

 “ด้วยกฎหมายละเมิดสิทธิที่คุกคามอยู่ โดยอ้างเรื่องความมั่นคงของรัฐ อะไรก็ตามสามารถที่จะจับเข้าไปไว้ด้วยเหตุผลดังกล่าว”

 ผลงานอันแปลกต่าง (สำหรับชาวไทย) และ "ปาก" ที่อย่างเขา ก็เลยไม่รู้ว่า "ลุงบุญมีฯ" จะมีโอกาสมาฉายให้คนไทยได้ดูเมื่อไหร่ หรือว่าจะได้รับการยอมรับอย่างไร

 เว้นจะพูดเรื่อง "รสนิยม"...คิดแค่ว่าแม้กระทั่งการต้อนรับขององค์กรเกี่ยวกับศิลปะ-วัฒนธรรม หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับ"ฟิล์ม" จะมีบ้างมั้ย !?

นันทพร ไวศยะสุวรรณ์