
อยากเหมือน'คนดัง'ครั้งหนึ่งในชีวิต
แทบไม่น่าเชื่อเลย ว่าอาชีพศิลปิน-ดารา จะเป็นอาชีพที่มีอิทธิพลสำหรับคนในยุคดิจิทัลขนาดนี้ ก็คิดดูแล้วกัน ว่าดาราแต่ละคน เป็นผู้ทรงอิทธิพลกันจนถึงขั้นทำให้คนดูอย่างเราๆ อยากจะทำหน้าตา เลียนแบบชีวิตความเป็นอยู่ให้เหมือนเหล่าคนดังเขาบ้าง
อย่างที่คลั่งแล้วยังประโยชน์มาถึงตัวเอง ก็ถือว่าไม่น่าเกลียดจนเกินไปนัก อย่าง ลอร์น่า บลิส เธอคนนี้คลั่งไคล้ บริทนีย์ สเปียร์ส ยิ่งนัก พยายามเลียนแบบทุกสิ่งอย่าง ยามนักร้องสาวคนดังอ้วน ก็ต้องอ้วนตาม ยามผอมก็ต้องผอมตาม แม้ในยามที่อดีตเจ้าหญิงแห่งวงการเพลงป๊อป จะอยู่ในช่วงชีวิตที่ตกต่ำ เธอก็ยังทำตัวให้เหมือนตามไปด้วย ถึงขนาดว่ายอมโกนหัวตามบริทนีย์ แบบนี้มันธรรมดาที่ไหน เลยทำเอาแม่ของเธอเกิดหวั่นใจกลัว ว่าลูกจะมีสภาพจิตใจย่ำแย่ตามบริทนีย์ไปด้วย โชคดีที่ ลอร์น่า บลิส ยังพอมีสติ ยืนยันว่าเธอไม่ถึงขั้นนั้นแน่ แต่สาวลอร์น่าก็ยอมรับ ว่าเธอเลียนแบบบริทนีย์จนสัมผัสได้ถึงสภาพจิตใจของบริทนีย์ในช่วงนั้นๆ ได้ว่าแย่ขนาดไหน พอถึงวันที่นักร้องสาวตั้งหลักได้ เธอก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะจะได้กลับมาเหมือนปกติเสียที
"เมื่อฉันโกนหัว ฉันไม่รู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงและรู้สึกหมดเสน่ห์ ฉันรู้ซึ้งเลยว่า บริทนีย์รู้สึกแย่มากแค่ไหน ฉันสงสารเธอมาก" นั่นคือคำสารภาพของลอร์น่า บลิส แต่นี่คือชีวิตที่เธอเลือกแล้ว เพราะการเลียนแบบบริทนีย์ ทำให้เธอมีรายได้จากการโชว์ตัวมากถึง 2 ล้าน 5 แสนบาทต่อปี ได้ยินแบบนี้ค่อยมีกำลังใจหน่อย ว่ามะ...
โด่งดังมาได้ เพราะเป็นผู้มีใบหน้าละม้ายคล้าย ฟานปิงปิง นักแสดงสาวชื่อดังของประเทศจีน แต่คนหน้าเหมือนนี่หาใช่ผู้หญิงไม่ แต่เป็นหนุ่มจีนธรรมด๊า...ธรรมดา ที่โด่งดังขึ้นมา เพราะมีหน้าตาเหมือน ฟานปิงปิง นักแสดงหญิงคนดังของประเทศ แถมเขายังใช้ความเหมือนของตนเองให้เป็นประโยชน์ ด้วยการไปประกวดร้องเพลงในรายการหนึ่ง เขาคนนี้มีชื่อว่า กงหมิง ที่ค้นพบว่าตัวเองเหมือนฟานปิงปิง เพราะมีช่างแต่งหน้าทักขึ้น เหมือนเป็นการจุดประกาย เพราะนับแต่นั้นมา กงหมิง ก็พบว่า ยิ่งเขาแต่งหน้าให้เป็นหญิงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนสาวคนดังเท่านั้น ที่สุด กงหมิง ก็กลายเป็นคนดังของประเทศไปโดยปริยาย แถมยังได้ขึ้นปกนิตยสารคู่กับสาวต้นแบบของเขาด้วย แต่ทั้งนี้กลับมีข่าวลือ ว่าที่กงหมิงมีหน้าเหมือนฟานปิงปิงได้ขนาดนี้ เพราะทำศัลยกรรม แหม...แต่ทำได้เหมือน แถมยังสร้างเงินให้ขนาดนี้ จะไปฟังเสียงแมลงหวี่แมลงวันให้รำคาญใจทำไมเนอะ
เป็นข่าวดังตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ลิซ่า คอนเนล ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในสมองคนนี้ อยากจะมีใบหน้าเหมือน เดมี มัวร์ สักครั้ง ด้วยปลาบปลื้มตั้งแต่ครั้งที่นางเอกคนดังของฮอลลีวู้ดเล่นหนังเรื่อง Ghost เธอจึงอยากใช้ชีวิตในช่วงสุดท้าย ไปศัลยกรรมหน้าให้เหมือนกับเดมี มัวร์ โดยจะต้องเสียเงินถึง 6 หมื่นดอลลาร์ กับการศัลยกรรม ริมฝีปาก ผิว ฟัน หน้าอก และ ยกคิ้ว โดยไม่สนใจว่าใครจะหาว่าเธอบ้า เพราะเธอบอกว่า ไหนๆ จะตายแล้ว ก็ขอตายแบบสวยๆ หน่อย จะได้อิ่มใจ จนต้นแบบสาวเดมี มัวร์ ของเธอต้องออกโรงปราม ไม่อยากให้ทำ เพราะมองว่า ลิซ่า เองก็สวยอยู่แล้วในแบบที่เธอเป็น
ดังไปทั่วโลก เรื่องการคลอดลูกแฝด 8 คน ยังไม่พอ แต่ นัดยา สุเลมาน ยังโด่งดังทางด้านการถูกเม้าท์ ว่าเธอดอดทำศัลยกรรมให้มีหน้าตาเหมือน แองเจลินา โจลี นางเอกสาวฮอลลีวู้ด ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มเป็นเอกลักษณ์ แต่คุณแม่ลูกแฝด 8 ยืนยันว่าไม่ได้ทำศัลยกรรมแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากหรือจมูก แต่ไหงเวลาที่เลือกพิธีกรสาวมาสัมภาษณ์ นัดยา ก็เจาะจงเลือก แอนน์ เคอร์รีย์ พิธีกรสาวที่ติดตามทำข่าวของโจลีมามากมาย พฤติกรรมและหลักฐานชี้ชัดขนาดนี้ มีหรือที่ใครจะไม่เข้าใจผิด คิดว่าเธออยากเป็นแฝด โจลี ซะเอง
อีกหนึ่งสาวชาวจีน เสี่ยวชิง ที่หวังจะพิชิตใจอดีตแฟนหนุ่ม เลยจะไปขอคุณหมอให้ช่วยศัลยกรรมเปลี่ยนเธอให้เหมือน เจสสิกา อัลบ้า นางเอกสาวชื่อดังของฮอลลีวู้ด เพราะเป็นคนที่แฟนเก่าของเธอชื่นชอบอย่างหนัก แต่ด้วยความที่เสี่ยวชิง ยังมีเงินไม่พอ เธอเลยต้องใส่วิกผม แต่งหน้าตัวเองให้เหมือนกับเจสสิกา แล้วนำไปโพสต์ลงในเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยความหวัง ว่าจะมีหมอคนไหนอาสามาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย หรือการผ่าตัดให้เธอได้สมใจอยากเสียที ซึ่งก็เห็นผล พอเรื่องนี้ถึงหูเจ้าหน้าที่รพ.ศัลยกรรมในจีนได้ติดต่อมาขอข้อมูลของเธอ แต่ทั้งนี้กว่าที่เธอจะขึ้นเขียงผ่าตัดได้ ก็ต้องพูดคุยให้แน่ใจเสียก่อน ว่าเธอต้องการแบบนั้นจริงๆ เพราะการศัลยกรรมนั้นมีความเสี่ยง และแน่นอนว่าเมื่อผ่าตัดไปแล้ว เธอไม่สามารถย้อนเวลากลับคืนได้... ว่าแต่ถ้าเปลี่ยนหน้าเป็นเจสสิกาได้จริง แล้วแฟนเก่ากลับมาคืนดี มันก็ทำให้เราได้รู้ว่า หนุ่มคนนี้รักคนที่หน้าตา คนแบบนี้ควรค่าที่จะให้รักจริงหรือ!?!?
ปิดท้ายกับเรื่องของนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น วัย 56 ปีที่คลั่งไคล้ หลิวเต๋อหัว ซูเปอร์สตาร์แห่งเกาะฮ่องกงและเอเชียมากถึงขั้นตัดสินใจไปโรงพยาบาล เพื่อขอให้แพทย์ผ่าตัดให้เหมือนเฮียหลิว แต่สุดท้ายคุณหมอก็ต้องขอปฏิเสธ เพราะหนุ่มนักธุรกิจคนนี้มีอาการเครียดเกินระดับปกติ และเป็นเบาหวาน ไม่เหมาะที่จะศัลยกรรมแต่อย่างใด แม้หนุ่มใหญ่จะพยายามรบเร้าหลายรอบ
ไม่ว่าจะอยากเหมือนคนอื่นสักแค่ไหน แต่สุดท้ายเป็นตัวเองนี่แหละ เพอร์เฟกท์ที่สุดแล้ว



