บันเทิง

คมเคียมคมปากกา - ติดฝน

คมเคียมคมปากกา - ติดฝน

14 พ.ค. 2553

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แรม ๑๓ ค่ำ เดือนหก

 เมื่อวานติดฝนทั้งวันครับ...มิได้ติดสาวนักร้องชื่อฝนดอก  ติดฝนตกหนักจริงๆ  ยังผลให้ต้องติดเบียร์และติดเพื่อนไปในตัว  แหม...ก็แค่ขี่สกูปี้ไอไปเยี่ยมเพื่อนที่ทำร้านอาหาร  ทักทายกันเล่นแล้วทำท่าจะกลับ  ฉับพลันลมก็มา  ฝนก็มา  ฟ้าแลบก็มา  ฟ้าร้องก็มา  ฟ้าผ่าก็มา  น่ากลัวเพราะร้านอยู่กลางทุ่ง  ต้องปิดเครื่องโนเกีย  นั่งสนทนาธรรมกันใต้เพิงหญ้าแฝก  ตั้งแต่บ่ายยันค่ำ  พอฝนซาฟ้าใสจึงเปิดเครื่องโนเกีย  พอดีเมียก็ต่อสายเข้ามาถามด้วยความสงสัย  ทำไมต้องปิดเครื่อง?  แหะ...แหะ...ติดฟ้ากะฝนอยู่น่า...(๕๕๕)

 นานๆ ได้ออกไปนั่งดูฟ้าดูฝนสักที รู้สึกแปลกประหลาดมหัศจรรย์ในวันเครียดๆ กับบ้านเมือง...ฟ้าอาบน้ำให้แผ่นดินอีกแล้ว...ได้มีดวงตาแลเห็นลมอีกต่างหาก เพื่อนวัยกลางคนรำลึกถึงวัยเด็ก ตอนเป็นเด็กเวลาฝนตกฟ้าร้องกลางท้องทุ่ง ความน่ากลัวเกาะกุมใจ ต้องวอนฟ้าไหว้ดินขอความคุ้มครองดูแล แถวบ้านผมทางทุ่งกุลาร้องไห้นั้น จะพูดกันเป็นภาษาขแมร์ ประมาณว่า “โลกตานัวะ  ซอมเจาซัวะพอง”  เป็นคำสัมผัสคล้องจองขึ้นใจ คำแรกผมไม่ค่อยแน่ใจความหมาย เพราะว่าตามคนเฒ่าคนแก่ แต่น่าจะหมายความทำนอง...เทวดาฟ้าดินเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย  ขอให้ลูกหลานได้ซุกหัวด้วยเถิด...

 คนเมืองในบ้านช่องที่มีสายล่อฟ้า อาจไม่เคยรู้สึกถึงความน่ากลัวแบบนี้ แม้ตัวเองเมื่อจากบ้านนามาอยู่เมือง  ความกลัวฟ้าแลบฟ้าร้องฟ้าผ่าก็น้อยลง นอกจากมีสายล่อฟ้า ยังมีความเข้าใจที่เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น มันเป็นธรรมชาติเช่นนั้นเอง กระนั้นก็มิได้ประมาท ความเชื่อในเชิงเทวดาฟ้าดินเจ้าที่เจ้าทางยังคงมีอยู่ ไปไหนมาไหนอยู่ที่ไหนต้องภาวนา “โลกตานัวะ ซอมเจาซัวะพอง” เสมอ แม้เมื่อเข้ากรุงเทพฯ ยามมีสงครามการเมืองและกลางเมือง  จะเดินเหิน จะขึ้นรถลงเรือ จะทำงาน จะกินข้าว จะเข้านอน ผมได้น้อมสำนึกบุญคุณสิ่งที่คุ้มครองดูแลชีวิตตลอดเวลา...ขอบคุณที่คุ้มครองดูแล...ขอขมาที่ผิดพลาดล่วงเกิน...

 ชีวิตมีวันนี้ได้  ย่อมมีที่มาที่ไปไม่น้อย  ผมชอบคิดถึงวัยเด็ก  ด้วยบังเอิญเกิดมามีโลกวัยเด็กให้คิดถึงเป็นพิเศษ  โลกวัยเด็กของผมคือทุ่งนาฟ้ากว้าง  มันชัดเจนในตัวมันเอง  สิ่งแวดล้อมทั้งลำบากยากจนหลอมให้น้อมเคารพยำเกรงฟ้าดิน  มองธรรมชาติฟ้าดินยิ่งใหญ่  ชีวิตเราเพียงแค่ผู้ผ่านทางมาอาศัย...คนชนบทมักเป็นญาติกับธรรมชาติโดยวิถีชีวิต หมายมุ่งการอยู่ร่วม มิหมายมุ่งรุกรานเบียดเบียน...

 ขณะเดียวกัน  ก็พยายามทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อมคนอื่น  คนเกิดและเติบโตในเมือง  เขาย่อมไม่มีทุ่งนาฟ้ากว้างให้คิดถึงเหมือนผม  เขาอาจคิดถึงตึกรามบ้านช่องคุ้มตรอกซอกซอย  ไม่เคยวิ่งหลบฟ้าแลบฟ้าร้องฟ้าผ่า  แต่ก็มิได้หมายความว่าเขาไม่เป็นญาติกับธรรมชาติ  เขาย่อมรักและโหยหาธรรมชาติตามกำลังจิตใจของเขา  ว่ากันว่าคนเมืองพอสะสมเงินทองได้บ้าง  ก็ออกเที่ยวออกชมทุ่งนาป่าเขาแม่น้ำทะเล  กระทั่งเลือกซื้อที่ทางปลูกบ้านทำรีสอร์ท  อย่างที่ทางแถวปากช่องแดนโคราชนั้น  เจ้าที่ดินส่วนไม่น้อยเป็นคนพอมีกะตังค์จากแถวกรุงเทพฯ  สุดสัปดาห์หยุดงานก็พาครอบครัวไปพักผ่อน  ผมเคยผ่านไปเที่ยวแถวนั้น  มีทั้งไร่องุ่น  โรงแรม  รีสอร์ท  บ้านพักให้เช่า  และที่ดินแบ่งขาย  ชนิดที่ว่าราคาแพงระยับอย่างมิกล้าฝันทีเดียว

 อย่างไรก็ตาม  ผมกลับไม่ฝันถึงการซื้อเชิงเขาเงาไม้สายธารมาทำรีสอร์ทส่วนตัว  ถ้าจะฝัน...ผมฝันถึงแต่ท้องทุ่งนา  สามารถทำประโยชน์  ขุดบ่อ  เลี้ยงปลา  ปลูกต้นไม้  ปลูกผัก  ปลูกข้าว...ที่ทุ่งกุลาฯ ตอนนี้ก็ได้มรดกจากบรรพบุรุษส่วนหนึ่ง  ยังไม่ได้ไปปรับทำอะไรก็ให้น้องทำนาแทน  ส่งค่าแรงค่าปุ๋ยไปให้บ้าง  แต่ละปีพอได้ข้าวทั้งแบ่งขายแบ่งกินและไว้ทำพันธุ์  ทุกวันนี้กินข้าวหอมมะลิจากนาของตัวเอง  หรือบางทีญาติพี่น้องก็จัดหามาให้  กระทั่งเพื่อนฝูงที่ขับรถผ่านบ้านก็มักแวะนำข้าวสารมาทิ้งไว้ให้  ก่อนจะไปธุระส่วนตัวของเขา...ข้าวจากนาปลาจากน้ำ  ยังคงเป็นของขวัญจากธรรมชาติ  และจากญาติมิตรพี่น้อง...

 เมื่อวานฝนตกหนักที่สุดในรอบหลายเดือน...ผมจึงต้องติดฟ้าติดฝน  ติดเพื่อน  กระทั่งติดความคิดถึงวัยเด็ก  ระหว่างนั้น  หลังฝนซาเราก็เปิดเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ใหม่ๆ ฟัง  หลายเพลงทำให้คิดถึงความหลัง  หลายเพลงทำให้คิดถึงความหน้า  หลายเพลงทำให้คิดถึงความจริงเฉพาะหน้า  บางคนปรารภว่าความไม่ปกติสุขของบ้านเมืองจะยืดเยื้อไปอีกหลายปี  เลือดจะตกคนจะตายอีกมาก  ต่างรับรู้ถึงปัญหาความขัดแย้งที่เหมือนจะไร้ทางออก  แต่เราต่างก็ต้องหาทางออกภายในจิตใจตัวเอง  ทำการทำงานที่มีด้วยความหนักแน่นท่ามกลางคลื่นลม...เครียดนั้นเครียดแน่  เบื่อนั้นเบื่อแน่  แต่...ชีวิตยังต้องอยู่  และต้องไปข้างหน้า...

 กบเขียดระงมเพลงพลบค่ำ...สัญญาณดนตรีชีวิต  บ่งบอกว่าโลกยังกว้างใหญ่  ยังยิ่งใหญ่  ยังศักดิ์สิทธิ์  ยังสวยงาม  และยังคุ้มครองดูแลมนุษย์ผู้ทั้งน่ารักน่าร้าย  ในท่ามกลางความโกลาหล

 คลายเครียด...รู้สึกดีที่ได้ติดฟ้าติดฝนเสียบ้าง  แต่ถ้าติดน้องฟ้ากะน้องฝนละก็...ท่าจะไม่ดีเป็นแน่!

"ไพวรินทร์ ขาวงาม"