บันเทิง

หนังจอกว้าง : Robin Hood

หนังจอกว้าง : Robin Hood

13 พ.ค. 2553

ไม่ว่าจะเล่าต่อๆ กันมาแล้วกี่ชั่วคน ผ่านการอรรถาธิบายมาแล้วกี่ล้านหน เรื่องราวของ ‘โรบินฮู้ด’ จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา เรามักจะคุ้นเคยในฐานะตำนานพื้นบ้านที่ว่าด้วยวีรบุรุษคนยาก ออกเที่ยวปล้นสะดมคหบดี ขุนน้ำขุนนางผู้มั่งคั่ง มาแบ่งปันแจกจ่ายคนยากไร้ กลาย

ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ตำนานพื้นบ้านเรื่องนี้ถูกนำมาขึ้นจอ สถานะของ ‘โรบินฮู้ด’ มักถูกนำมาเล่าเหมือนๆ กัน(จนกลายเป็นเหมือนจะปลูกฝังไปแล้ว) ว่าเขาคือ ‘มหาโจร’ ความแตกต่างของหนัง ‘โรบินฮู้ด’ แต่ละเรื่อง จึงอยู่ที่การบอกเล่าถึงเส้นทางนำไปสู่การเป็น ‘วีรบุรุษขวัญใจคนยาก’ หรือไม่ก็การผจญภัยต่อสู้กับเหล่าบรรดาคู่ปรับซึ่งเป็นคนของทางการซะมากกว่า     

 แต่สำหรับ “Robin Hood” ในปี 2010 ผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์ กลับมีมุมมองใหม่ๆ ของ ‘จอมโจร’ คนนี้มาบอกเล่าสู่กันฟังได้อย่างสนุก แม้จะไม่คมคายเหมือนงานขึ้นหิ้งชิ้นเก่าอย่าง “Gladitor” ครับ...โรบิน ฮู้ด ของท่านเซอร์ ไม่ได้เป็นมหาโจร ไม่ได้ถูกกดขี่ข่มเหงจากเหล่าบรรดาขุนนาง จนต้องรวบรวมเหล่าสมัครพรรคพวกหลบหนีเข้าป่าตั้งชุมโจร แต่โรบิน ฮู้ด ของ ริดลีย์ สก็อตต์ คือนายทหารหนีทัพ หลังถูกจองจำทำโทษเพราะพูดจาไม่เข้าหูกษัตริย์นักสู้อย่างพระเจ้าริชาร์ด ใจสิงห์ เข้า หรือแม้แต่มาเรียน หญิงคนรัก ก็เป็นหญิงม่าย ที่แทบไม่เคยรู้จักสามีของเธอมาก่อน

 นอกจากนี้เรื่องราวส่วนใหญ่ใน “Robin Hood” ปี 2010 ยังหันไปเล่าถึงวีรกรรมปกป้องชาติบ้านเกิดจากการรุกรานของฝรั่งเศสที่หมายยึดครองอังกฤษ ทั้งการส่งไส้ศึกเข้ามาปั่นป่วนสอดแนมและกองกำลังทหารจำนวนมหาศาล ที่เดินทัพทางเรือยกพลขึ้นบก ทางชายหาดเมืองน็อตติ้งแฮม มากกว่าภารกิจปล้นสะดม หรือไม่ก็ต่อกรกับเหล่าบรรดาคู่ปรับที่ดาหน้าเข้ามาหมายจับกุมจอมโจรคนยากคนนี้

 ฟังดูเผินๆ พล็อตเรื่องของ “Robin Hood” เหมือนจะลดทอนบทบาทความเก่งกล้าสามารถของเขาลงไป แต่ทว่าบทที่ให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปของ ‘โรบิน สไตรด์’ ที่นอกจากบอกเล่าชาติกำเนิดชัดเจน ระบุชื่อเสียงเรียงนามเด่นชัดแล้ว ยังกำหนดบุคลิกภาพที่ให้ภาพลักษณ์ของความเป็นคนตรงไปตรงมา มีความรักในเพื่อนผอง และเต็มไปด้วยความชาญฉลาดของกลยุทธ์เชิงรบเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ทว่าศึกครั้งนี้ของ ‘โรบิน’ ทำไปเพื่อชาติบ้านเมือง มากกว่าตนเองและเพื่อนผอง รวมทั้งอุดมคติอย่างที่เคยเป็น

 จากที่เคยวางแผนสู้รบปรบมือกับเจ้าหน้าที่กฎหมาย หรือเหล่าอัศวินมากมายที่หวังเอาอกเอาใจกษัตริย์ขจัดเสี้ยนหนามด้วยการทลายชุมโจร แต่ภารกิจหลักกลับอยู่ที่การวางแผนรับมือจากการรุกรานต่างชาติ และพยายามเกลี้ยกล่อมซื้อใจคนในชาติที่กำลังแตกแยก ให้หันมารวมใจกันปกบ้านป้องเมือง

 ด้วยความยาวร่วมสองชั่วโมงครึ่ง (ซึ่งเป็นความยาวปกติของหนังแทบทุกเรื่องของท่านเซอร์ สก็อตต์ อยู่แล้ว) การเล่าเรื่องที่ย้อนกลับไปไกลกว่าจะมาเป็น ‘ขุนโจร’ ของอดีตทหารกล้าแห่งกองทัพพระเจ้าริชาร์ด ใจสิงห์ หนังให้ภาพของความรักเพื่อนผอง ความกล้าบ้าบิ่นในสนามรบ เชิงยุทธ์ของการยิงธนู ในช่วง 20 นาทีแรก ต่อด้วยให้ภาพอหังการของกษัตริย์หนุ่ม ความมัวเมาลุ่มหลงในอำนาจ ขูดเลือดรีดนาทาเร้นชาวนาชาวไร่ จนกลายเป็นสังคมแห่งความทุกข์ยากแร้นแค้นใน 30 นาทีต่อมา ต่อด้วยภาพการลุกขึ้นร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน นำโดยอดีตกลุ่มนายทหาร หยิบจับอาวุธ คว้ามีด คว้าเสียม เครื่องมือทำไร่ทำนาออกรบราฆ่าฟันผู้รุกราน เป็นเวลากว่าชั่วโมง ทำให้ “Robin Hood” ดูสนุก ไม่น่าเบื่อแต่อย่างใด

 “Robin Hood” เวอร์ชั่นนี้ ไม่ได้ตีความใหม่ ไม่ได้รื้อโครงสร้างเดิม ทั้งเนื้อหาและวิธีการนำเสนอยังคงเล่าด้วยลีลาเดิมๆ ของหนังมหากาพย์ทั่วไปอย่างที่เคยเห็น เพียงแต่ผู้กำกับสก็อตต์ หยิบนำบางด้านที่เราอาจจะไม่เคยนึกถึงมาเล่าดูบ้าง ก็ถือเป็นความน่าสนใจไปอีกแบบ

ชื่อเรื่อง : Robin Hood
ผู้เขียนบท : ไบรอัน เฮลเจแลนด์
ผู้กำกับ : ริดลีย์ สก็อตต์
นักแสดง : รัสเซลล์ โครว์, เคต แบล็นเช็ตต์, วิลเลี่ยม เฮิร์ต, แมกซ์ วอน ซีโดว์
เรตติ้ง : น.18 ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ชมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
วันที่เข้าฉาย : 13 พฤษภาคม 2553

ณัฐพงษ์ โอฆะพนม