
คมเคียวคมปากกา - คือแรงบันดาลใจ
เพลงหวานแกมเศร้าสไตล์ "ต่าย อรทัย" ในอัลบั้มชุดใหม่ "รู้ว่าเขาหมดใจ..แต่ทำไมยังฮักเหลือเกิน" ไต่อันดับความนิยม จนติดท็อปไฟว์ของเพลงฮิตดาวน์โหลดในชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
ที่น่าสนใจมากกว่าเอ็มวีซีรีส์ราวกับยกละครมาไว้ในเพลง สลา คุณวุฒิ ผู้ประพันธ์เพลงนี้ เขียนไว้ในปกซีดีหรือวีซีดีว่า
"บางถ้อยคำจากบทความของ อ.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่ส่งแรงบันดาลใจให้เกิดเพลงรู้ว่าเขาหมดใจ..แต่ทำไมยังฮักเหลือเกิน"
เชื่อว่าแฟนลูกทุ่งจ๋า ได้อ่านแล้วคงรู้สึกงงๆ ว่า เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เป็นใคร? เหตุใดจึงเป็นแรงบันดาลใจให้นักแต่งมือทอง?
คนทั่วไปอาจติดภาพ "เสกสรรค์" คืออดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่ในภาพปัจจุบัน นอกจากการเป็นครูบาอาจารย์ เสกสรรค์เขียนหนังสือมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นปีนี้ จึงได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น "ศิลปินแห่งชาติ" สาขาวรรณศิลป์
ความเป็นนักเขียนของเสกสรรค์ มิได้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ หากย้อนกลับไปดูผลงานของเขา ก็จะรู้ว่า ผู้อาวุโสท่านนี้ เขียนหนังสือมาตั้งแต่ก่อนปี 2516
ด้วยเหตุนี้ ผลงานของเสกสรรค์ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักแต่งเพลงอย่างน้อยสองคนแห่งค่ายแกรมมี่ คือ สลา คุณวุฒิ กับ วสุ ห้าวหาญ
ทั้งสองเป็นแฟนหนังสือของเสกสรรค์ ติดตามอ่านคอลัมน์ประจำในนิตยสารบางฉบับ และที่รวมเป็นเล่ม โดยเฉพาะ วสุ ห้าวหาญ อ่านงานเขียนของเสกสรรค์มาตั้งแต่สมัยที่เป็น "เด็กกิจกรรม" ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น
งานเขียนของเสกสรรค์ คือแรงกระตุ้น แรงบันดาลใจให้วสุ อยากเป็นนักเขียนนับแต่บัดนั้น และไม่นึกว่า ตัวเขาจะกลายเป็นคนเขียนเพลงแถวหน้าของวงการลูกทุ่งในวันนี้
สิ่งที่นักแต่งเพลงแถวหน้าวงการลูกทุ่ง ได้รับจากการอ่านงานเขียนของเสกสรรค์คือ มุมคิดมุมมองต่อชีวิต และลีลาภาษา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือ "ภาษาแบบเสกสรรค์"
ใครเป็นแฟนหนังสือเสกสรรค์ หากได้ฟังเพลงของ วสุ ห้าวหาญ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า เขาได้รับอิทธิพลของภาษาแบบเสกสรรค์ค่อนข้างมาก
ส่วน สลา คุณวุฒิ ได้ติดตามอ่านงานเขียนของเสกสรรค์ในช่วงหลัง รวมถึงคอลัมน์ใน "ค.คนแมกกาซีน" อันเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในบทเพลง "รู้ว่าเขาหมดใจ...ทำไมยังฮักเหลือเกิน" ของ ต่าย อรทัย ในชั่วโมงนี้
"มอบตัวกับความเป็นจริง
เตรียมถูกทิ้งเตรียมเสียน้ำตา
แต่ถูกพายุคำถามค้างคา
ที่ใจยังหาคำตอบบ่ได้"
ฉะนั้นในระยะหลัง แฟนเพลงของ สลา และวสุ จะได้ฟังเพลงรัก ที่เล่นกับ "กระแสสำนึก" ของผู้คนมากขึ้น มันไม่ใช่เพลงชีวิตคิดชั้นเดียวเหมือนในอดีต
คนแวดวงวรรณกรรม ก็ควรยินดีกับเสกสรรค์ ที่มุมคิดและภาษาในหนังสือ ได้ถูกถ่ายทอดผ่านงานเพลงของมหาชน โดยนักแต่งเพลงรุ่นใหม่
คือแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจาก "ศิลปินอาวุโส" ถึงนักแต่งเพลงรุ่นน้อง ซึ่งรักและศรัทธารุ่นพี่เสมอมา
"บรรณวัชร"



