บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - กำแพงเมืองเก่าเยรูซาเล็ม

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - กำแพงเมืองเก่าเยรูซาเล็ม

11 พ.ค. 2553

เขียนเรื่องอิสราเอลอีกตอน ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ

  เพื่อนชาวยิวที่ผมให้นามไทยว่า “ไม้แก่น” นั้น มีดีกรีขั้นดอกเตอร์เชียวครับ เขาเป็นนักวิชาการด้านสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิด โดยเฉพาะเรื่อง “เหี้ย” รวมทั้งตะกวด และโคตรตระกูลของพวกมันทั้งหลาย

 เขารักเมืองไทย พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ และชัดความ เล่นดนตรีไทยอีสานได้ถึงขั้นชำนาญ โดยเฉพาะ “พิณ” ที่เล่นได้ดีแบบศิษย์มีครู เขาตั้งตัวเป็นศัตรูของการ “ทับศัพท์” อย่างเช่น “คอมพิวเตอร์” เขาจะเรียก “สมองยนต์” “เกียร์(รถ)” เขาจะใช้คำว่า “ขั้นจร” แทน

 เขาพาผมเดินเท้าชมเมืองเยรูซาเล็ม ไปดูหมู่บ้าน (นิคม) นอกกำแพงเมืองแห่งแรกของชาวยิว ที่ยังหลงเหลือร่องรอยชีวิตความเป็นอยู่ ให้ดูชมคือ กังหันลมการเกษตรตัวใหญ่ที่ยืนตระหง่านกางแขนอยู่บนเนินเขา มองไปทางตะวันออกเห็นโบสถ์ตริสต์ ที่ซึ่งพระเยซูทรงเสวยอาหารมื้อสุดท้ายก่อนถูกตรึงไม้กางเขน และ “ไม้แก่น” ยังพาไปดูอาคารชุดที่ประกอบด้วยห้องพักซึ่งทางเทศบาลเมืองจัดไว้สำหรับเป็นที่ทำงานของบรรดาศิลปินทุกแขนง ที่ประสงค์จะมาใช้เป็นสถานที่เนรมิตผลงานของตน ผมถามว่า ศิลปินไทยจะขอมาพักบ้างได้ไหม เพื่อนชาวยิวของเราก็ตอบว่า “ศิลปินทุกคนสามารถทำเรื่องเสนอมาได้”

 “ไม้แก่น” เป็น(รุ่น)หลานของตาทวด ELIESER BEN YEHUDA นักปราชญ์ชาวยิวรุ่นบุกเบิกประเทศอิสราเอลผู้ฟื้นฟูภาษา “ฮิบรู” ที่เป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ให้กลับมามีชีวิตชีวาจนพัฒนามาเป็นภาษาของชนชาวยิวที่ใช้กันในชีวิตประจำวันตราบทุกวันนี้

 นาม เบน เยฮูดา ได้รับการจารึกไว้ในจิตใจของชาวยิว ในฐานะปราชญ์ของชาติ ทุกเมืองจะมีถนนบนเยฮูดา สตรีท ปรากฏไว้ให้ระลึกถึงท่าน

 ผมเองอยู่อิสราเอล 10 วัน ได้ภาษาฮิบรูมาคำเดียว คือ ชาโลม (สวัสดี)
 ประทับใจที่สุดคือวันที่เที่ยวชมย่านเมืองเก่า (OLD CITY) เริ่มตั้งแต่ประตูกำแพง และป้อมปราการแห่งดาวิด ที่สร้างด้วยหินปูน เยรูซาเล็ม “ไม้แก่น” พาเดินดูหินแต่ละก้อนที่เรียงรายเป็นกำแพงสูงใหญ่ และทอดยาวชี้ชมให้ดูหินทีละก้อน ว่าก้อนไหนเป็นหินของกำแพงเก่า และก้อนไหนเป็นหินก้อนใหม่ที่ก่อเรียงขึ้นในการบูรณะครั้งล่าสุด หินแต่ละก้อนมีลักษณะพื้นผิว และขนาดไม่เหมือนกัน ส่วนหินแบบพระเจ้าดาวิดนั้น ลักษณะตรงกลางนูน ส่วนขอบเรียบเป็นกรอบทั้ง 4 ด้าน

 กษัตริย์ของชาวยิวมีอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งตราตรึงใจคนจนเป็นตำนาน คือ พระเฮโรด (HEROD) ซึ่งเป็นกษัตริย์ในยุคหลังก่อนจะล่มสลายลงด้วยน้ำมือของมหาอาณาจักรโรมัน เมืองเยรูซาเล็มถูกเผาทำลายราบคาบ พระเจ้าเฮโรด เป็นกษัตริย์ที่ใจร้ายเหี้ยมโหด มีตำนาน เป็นพยานความโหดร้าย

 เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อพระองค์รู้ตัวว่าจะสวรรคต พระองค์บัญชาให้ประหารหัวหน้าครอบครัว 1,000 คน เพื่อให้ภรรยา ลูกๆ หลานๆ ของแต่ละครอบครัวนั้นจดจำนามพระองค์ไปชั่วกัลปาวสาน

 ภายในเขตกำแพงเมือง (เยรูซาเล็ม) เก่านั้น ประกอบด้วยชุมชนย่านการค้าของชาวยิว ชาวอาหรับ ชาวคริสต์ และอัลมาเนียน เชื่อมโยงด้วยถนนสายเล็กๆ ที่ปูด้วยหิน ขึ้นๆ ลงๆ เลี้ยวลดคดเคี้ยวระหว่างอาคารบ้านเรือน มีแหล่งโบราณคดีบางแหล่งอยู่ระหว่างการขุดค้น กลิ่นไออดีตโชยกรุ่น ผสมผสานกับลมหายใจแห่งปัจจุบัน

 นอกกำแพงเมืองด้านตะวันออก คือ เยรูซาเล็มตะวันออก ถิ่นย่านของชาวอาหรับ ชนชาติที่เป็นปฏิปักษ์ของชาวยิว ที่อยู่ในครอบครองของอิสราเอล หลังสงคราม 6 วัน เป็นต้นมา

 ระหว่างเดินชมเมืองเก่า เราพบนักเรียนระดับประถมศึกษากลุ่มหนึ่งมา “ทัศนศึกษา” รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ชาวยิวทำให้เราพลอยสดชื่น ทหารหนุ่มที่ถืออาวุธสงครามคอยตามดูแลความปลอดภัยให้เด็กๆ ก็ยิ้มให้เราด้วย

 วันนั้น เราได้ชมศาสนสถานของมุสลิม และกำแพงร้องไห้ของชาวยิวไปพร้อมกัน

ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"