
มองผ่านเลนส์คม-ใครสมหวัง
หลังสงกรานต์ไล่เปิดทีวีดาวเทียมดูไปเรื่อยเผื่อจะพบช่องใหม่ๆ บ้าง ก็ไม่ผิดหวัง เจอช่องใหม่กำลังทดลองออกอากาศ ชื่อไทยแท้ "สมหวัง แชนแนล" ซึ่งรูปแบบรายการก็ไม่ต่างจาก "ทีวีต้นทุนต่ำ" ทั่วไป
ถัดจากนั้นมาไม่นานอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ จึงทราบว่า "สมหวัง แชนแนล" เป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงแรงงาน กับบริษัท สมหวัง แชนแนล จำกัด
ไพฑูรย์แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงในวันเปิดตัวช่องว่า เป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงแรงงาน
การสนับสนุนที่ว่านี้เจ้ากระทรวงอธิบายว่า จะเป็นผู้สนับสนุนด้าน "ข้อมูล" เรื่องของแรงงาน ไม่ได้ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ
พูดง่ายๆจะเป็นช่องทางในการเผยแพร่ภารกิจของกระทรวงแรงงานไปสู่ประชาชน ลดปัญหาการหลอกลวงคนหางาน สร้างความเข้าใจในภารกิจและสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของแรงงานไทย
ฟังแล้วดูดีไม่น่ามีปัญหา แถมมีพระเอกละคร เขตต์อัครมาส หรือ เขตต์ฐานทัพ เป็นผู้อำนวยการสถานี ยิ่งทำให้ช่องสมหวัง...สมหวังดั่งใจของผู้ใช้แรงงาน
เท่าที่นั่งดูมาหลายวันมีเรื่องเกี่ยวกับแรงงานน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นความบันเทิงเริงรมย์ ดูหนังฟังเพลง สลับการขายสินค้า
หากผู้ชมทราบถึงที่ไปที่มาของบริษัท สมหวัง แชนแนล จำกัด ซึ่งจดทะเบียนเมื่อ 5 เมษายน 2553 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ก็จะถึงบางอ้อ
เพราะผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงเสียงจริงของ"สมหวัง แชนแนล" คือ "เสี่ยตุ้ม" ภุชงค์สิริธัญผล เจ้าของโอม มหารวย ฟิล์ม ลูกชายตลกหญิงรุ่นใหญ่ "นก" จันทนา ศิริผล
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา"เสี่ยตุ้ม" เปิดตัวทีวีดาวเทียมช่อง "ดารา แชนแนล" เพื่อโฆษณาหนังชีวประวัติอาจารย์หนู กันภัย "ศึกมหายันต์ ยิงกันสนั่นจอ"
ช่องดาราแชนแนล จะเน้นการขายวัตถุมงคล และริงโทนคาถาของอาจารย์หนู ซึ่งมีทีวีดาวเทียมอีกช่องหนึ่งที่คู่ขนานกันคือ แชมป์ แชนแนล ที่เปรียบเสมือน "สักยันต์ แชนแนล" หรือ "ไสยศาสตร์ แชนแนล"
จะว่าไปแล้วการได้ชม "สมหวัง แชนแนล" ก็ไม่ต่างอะไรกับช่องดังกล่าว ไม่ได้มีอะไรแตกต่างกัน จึงไม่เข้าใจว่า กระทรวงแรงงาน ต้องการอะไรจากทีวีดาวเทียมช่องนี้
ผู้ใช้แรงงานได้ประโยชน์จากช่องสมหวังแชนแนล...หรือว่ารัฐมนตรีไพฑูรย์ อยากให้สื่อเห็นว่ามีผลงานบ้าง ก็เลยตกปากรับคำคนบันเทิงกลุ่มนี้
รัฐมนตรีแรงงานคงคิดเหมือนรัฐมนตรีไอซีที รัฐมนตรีมหาดไทย รัฐมนตรีศึกษาฯ...ที่อยากได้ทีวีดาวเทียมเป็นเครื่องมือในการโชว์ผลงาน
อีกอย่างหนึ่งในคอลัมน์นี้เมื่อหลายเดือนก่อน เคยบอกว่าอยากรู้จัก "วัฒนธรรมใหม่" ในสังคมไทย ลองติดจานดาวเทียม แล้วลองไล่ดูทีวีช่องต่างๆ จะเห็นว่าคนไทยเหินห่างจาก "เหตุ" และ "ผล" มากขึ้นทุกที
ไม่แปลกหรอกที่สถานการณ์การเมืองไทยในวันนี้จึงหาทางออกไม่เจอ เพราะผู้คนต่างยึดอัตตาตัวเองเป็นใหญ่ ฉะนั้นใครอยากทำอะไร ก็ได้ตามใจฉัน
มันจึงเกิด"ทีวีของฉัน" ขึ้นมามากมาย กว่าเราจะได้ชมช่องดีๆ ก็เหมือนการงมหา "เพชร" เม็ดงามกลางกองขยะ
แคน สาริกา



