บันเทิง


 ก้าวใหม่ของ "โซนี่" 
 กับแท่นบัลลังก์เบอร์สอง

ก้าวใหม่ของ "โซนี่" กับแท่นบัลลังก์เบอร์สอง

06 พ.ค. 2553

ก้าวมาไกลมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สำหรับ "โซนี่ มิวสิค" ที่ตอนนี้ถูกยกให้เป็นค่ายเพลงอันดับสองของเมืองไทย โดย "บี" พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการบริษัท โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์ ยืนยันเป็นหนักแน่น ว่าปีนี้จะมีทิศทางที่ตรงไปตรงมา

พร้อมเตรียมเปิดตลาดต่างจังหวัดสู้ "แกรมมี่" และ "อาร์เอส" ซึ่ง "บี" กล่าวถึงทิศทางในปีนี้ของค่ายเพลงอินเตอร์ ว่าจะเดินไปข้างหน้าด้วยแนวทางของโซนี่ ที่ยึดการทำเพลงตามความต้องการของกลุ่มแฟนๆ   


 “คงมีทิศทางเดียว คือเดินไปข้างหน้า ในเชิงของธุรกิจเมื่อปีที่แล้ว เราก็พิจารณาธุรกิจดนตรีในเมืองไทย ว่าควรจะไปทางไหนดี มาจุดหนึ่งเรามีความคิดว่าเราควรสร้างบริษัทของเราให้เหมือนบริษัทอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จในเมืองไทย เช่น แกรมมี่ หรือ อาร์เอส ที่เขาเปลี่ยนองค์กรให้คล้ายให้เป็นบริษัทมีเดีย และบริษัทที่มีเนื้อหาครอบคลุม มีทีวีโปรแกรม มีเคเบิลทีวี มีอะไรต่ออะไรหรือเราควรจะยืนอยู่ในจุดที่เรายืนอยู่ ก็คือมุ่งเน้นในสิ่งที่เราถนัดและมีความแข็งแกร่งก็คือการทำเพลง เราก็เลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้ ตรงที่ของเรา ไม่ทำเหมือนคนอื่น เราหวังว่ารสนิยมของผู้บริโภคเองก็แบ่งส่วนไปเยอะ คำว่าแมส (มวลชน) ในปัจจุบัน ผมไม่ค่อยเชื่อว่ามันมีแล้ว


 ถ้าเผื่อตลาดเป็นอย่างนั้น ผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่าง หน้าที่ของค่ายเพลงก็คือต้องทำงานให้หนักขึ้น ด้วยการหาและผลิตดนตรีในแนวอื่นๆ เช่น ร็อก อินดี้ แจ๊ส ที่แตกต่าง เพื่อป้อนให้แก่ผู้บริโภคที่แตกต่างกันไปจาก องค์กรใหญ่แบบแกรมมี่หรืออาร์เอส เพราะว่าเขาใหญ่มาก และเขามีทิศทางที่เน้นแต่เรื่องแมส ผมไม่เชื่อว่าเขาจะทำเรื่องนี้ได้ มาถึงตอนนี้ อาร์เอสก็อาจจะยอมแพ้ไปแล้วก็ได้ เขาก็เลยมาเน้นแต่แนวเพลงของเขาทางเดียวที่เน้นวัยรุ่น ซึ่งตลาดนั้นมันก็แคบลงๆ เพราะว่ารสนิยมของเด็กมันก็สูงขึ้นๆ ผมก็เลยคิดว่าการที่เรามีแนวทางแบบนี้ เน้นในสิ่งที่เรามีความรู้ และก็มีความคิด ก็เลยช่วยให้เราเติบโตได้ ไม่ใช่ว่าบริษัทอื่นไม่เติบโตเขาก็เติบโต เติบโตในทางอื่นๆ เช่นธุรกิจเคเบิลทีวี หรือธุรกิจซื้อโปรแกรมฟุตบอลโลก แปลว่าผู้บริหารของเขาอาจจำเป็นต้องใช้เวลา เงินทุนที่เขามีอาจจะต้องไปทางอื่น ก็เลยไม่มีการพัฒนาในธุรกิจหลักของเราก็คือดนตรี" ผู้บริหารโซนี่ฯ เผย ก่อนที่จะยืนยันหนักแน่น ว่าไม่อยากขึ้นแท่นค่ายเพลงหมายเลข 1 เพราะกลัวจะเสียจุดยืนของตัวเองไป


 “ผมคิดว่าไม่อยากเป็น เพราะว่าบางทีบริษัทที่เป็นเบอร์ 2 ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่อาจจะเป็นเกี่ยวกับการตั้งหลัก และการที่เราจะเก็บสิ่งที่เราเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งของเราเอาไว้ การเป็นเบอร์ 1 ไม่ได้เป็นเป้าที่ไม่ดี แต่บางทีมันก็ไม่ดี ตรงในเชิงที่มันจะทำให้เราตัดสินใจอะไรที่ไม่ถูกต้อง หรือต้องเปลี่ยนแปลงองค์กร และวัฒนธรรมของบริษัทมากเกินไป ผมรู้เลยว่าถ้าอยากเป็นเบอร์ 1 ต้องทำยังไง แต่ถามผมว่าอยากทำไหม ผมบอกได้เลยว่าไม่อยากทำ เพราะว่ามันจะทำให้วัฒนธรรมของเราหายไป จุดยืนของเราก็จะหายไป จุดที่ตลาดชื่นชมก็หาย หรือจุดที่แฟนเพลงหวังว่าสิ่งดีๆ จะออกมาจากโซนี่มิวสิคก็หายไป ก็แปลว่าไม่อยากทำ และไม่มีเป้าหมายนั้น เป้าหมายคือโอกาส ที่เป็นเบอร์ 2 โดยการเก็บความเป็นตัวตนของเราที่ตลาดยอมรับ แต่ถ้ามากกว่านั้น มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่มีจิตวิญญาณเหมือนเดิม” บอสใหญ่ค่ายโซนี่ฯ กล่าว


 ก่อนจะพูดถึงการขยายตลาดต่างจังหวัดของ โซนี่ฯ เพื่อสู้ศึกกับแกรมมี่ และอาร์เอส
 "เรากำลังจะสร้างตลาดข้างนอกกรุงเทพฯ ให้เพิ่มมากขึ้น เพราะเราคิดว่าโซนี่มิวสิค มีจุดยืนในตลาดดนตรีคือดนตรีที่นำสมัย ศิลปินที่นำด้านอินดี้  เป็นเพลงของคนในกรุงเทพฯ กรุงเทพฯ จริงๆ แล้วถ้าเราคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ธุรกิจของเราทั้งหมดสัก 40 เปอร์เซ็นต์อยู่ในกรุงเทพฯ อีก 60 เปอร์เซ็นต์คือนอกกรุงเทพฯ ซึ่งเรามองว่าน้อยเกินไป เราอยากที่จะเพิ่มขึ้นอีกสัก 10-20 เปอร์เซ็นต์ เพราะยิ่งเราเพิ่มมากเท่าไหร่ มันยิ่งจะทำให้เรามีความมั่นคงมากขึ้น ปีนี้เราก็เลยจะขยายตลาดไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะตอนนี้เรามีจุดแข็งที่ 2 จังหวัดคือที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ เราก็ต้องฉวยโอกาสที่เรามีความแข็งแรงในตลาด


 ทำให้สื่อของเรา ดนตรีของเรา เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในเมืองอื่นๆ นอกเหนือจาก 2 จังหวัดนั้น โดยเฉพาะโอกาสที่เราเห็นด้านโชว์ ด้านคอนเสิร์ต และการออกไปแสดงต่างๆ อีเวนท์ต่างๆ ส่วนมากที่เราทำตอนนี้อยู่ในกรุงเทพฯ เราจะต้องพยายามหาโอกาสสร้างโชว์พวกนี้ เช่นไม่มีเหตุผลที่น้องแดน (วรเวช ดานุวงศ์) จะไม่มีคอนเสิร์ตต่างจังหวัด ตอนนี้เราสามารถจัดคอนเสิร์ตของน้องแดนที่กรุงเทพฯเท่านั้น ทั้งที่พลเมืองของเราในเมืองไทย ก็เยอะมากมายที่อยู่นอกกรุงเทพฯ และศิลปินอย่างน้องแดนก็เคยมีประวัติมาก่อนแล้วว่าคนนอกกรุงเทพฯ ก็ชอบและเป็นแฟนคลับเยอะ” บิ๊กบอสกล่าวปิดท้าย