
คมเคียวคมปากกา - ช่องทางฟังเพลง
เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ แรม ๖ ค่ำ เดือนหก
ประมาณสี่โมงวันที่ ๒๘ เมษายน นั่งดูภาพข่าวโทรทัศน์อยู่ที่ขอนแก่น เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมที่อนุสรณ์สถานดอนเมือง จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ประมาณบ่ายสี่โมงเย็นวันที่ ๒๙ เดือนเดียวกัน นั่งรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ ผ่านบริเวณดังกล่าว สถานการณ์บนถนนวิภาวดีดูเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นแต่คราบน้ำฝนจากพายุที่ถล่มมาเมื่อวาน
อันที่จริง ความไม่ปกติยังคงดำรงอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่สิ้นสุด ความน่ากลัวยังจับใจ มันจะยังเป็น “ปมอีกปมหนึ่ง” ที่ซ้ำซ้อน “ปมอีกหลายปม” ในสังคมไทย หลายคนว่าแต่ก่อนอาจมีเดือนตุลาคมและพฤษภาคมให้รำลึกเหตุการณ์ร้ายแรงทางการเมือง ต่อไปนี้เราอาจมีเดือนเช่นนั้นทุกเดือน ทั้งแต่ละเดือนยังมีหลายวันอีกต่างหาก แค่เมษายนก็มีทั้ง ๑๐, ๒๒, ๒๘ เรียกว่ารำลึกให้ชินชาสาใจไปเลย
เราต่างมี “ปมมากมายหลายปม” ทั้งปมส่วนตัว ปมส่วนรวม ปมเหมือน ปมต่าง ปมเหลื่อมซ้อน หลายปมแก้ได้ วางได้ ทำใจได้ หลายปมยังอุกอั่งค้างอก หลายคนหลายฝ่ายกลายเป็น “นักสั่งสมปม” ตกทุกข์ได้ยากทางจิตใจ เพราะต้องแบกปมหนัก เผลอๆ อาจเครียด ระเบิดอารมณ์แก้แค้นกันอย่างบ้าคลั่ง
เฮ้อ...เสียงถอนหายใจจากดวงดาวและดวงอาทิตย์...เช้าวันถัดมา เรียกแท็กซี่ไปธุระในจุดที่ห่างจากถนนราชประสงค์ ยอมรับว่ากลัวกับเหตุการณ์ที่มิอาจคาดเดา (เหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่ต้องลงใต้ไปธุระที่ปัตตานี) กระนั้นมิวายต้องเครียดกับแท็กซี่ที่ชวนแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เขาว่า “ทหารทำเกินเหตุ” ผมรู้เขาจะลากเรื่องไปทางไหน จึงเงียบเสีย หยิบโทรศัพท์มาต่อสายคุยกับคนอื่นตลอดเส้นทาง
ไปนอนอยู่กรุงเทพฯ สองคืน วันนี้กลับถึงบ้านปลอดภัยแล้ว เพื่อนเตือนว่าระวังถูกดักตรวจค้นโดยพวก...นะเออ เขาว่าแถวขอนแก่นดุชะมัด ผมได้แต่ยิ้มเศร้า ยอมรับว่ากลัว กลัวถูกมันค้นแล้วตัวเองของขึ้น โอ...ผู้คนในบ้านเมืองของเรา...ร้าวลึก...ถลำลึก...เลยเถิด...ถึงเพียงนี้แล้วหรือ?
บางที ต้องปิดโทรทัศน์ เปิดวิทยุทรานซิสเตอร์ฟังเพลงแบบ “กิ้งก่าทอง” หรือ “รักคนมีแฟน” บ้าง จะน้ำเน่าน้ำดีก็อาจเพลินกว่าฟังนักโต้วาทีหลายคน ที่สักแต่ว่าพูดเก่ง แต่ไม่มีมโนธรรมสำนึกเอาเสียเลย
วิทยุทรานซิสเตอร์ของผม เดี๋ยวนี้ออกจะเชยไปเสียแล้ว (เชยแต่แช่ม) ซื้อจากประเทศลาว ราคา ๓๐๐ บาท แก้เครียดได้เหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ หมุนคลื่นไปหมุนคลื่นมา มิวายจะพบคลื่นที่หนีมา
บางคนในวัยเกษียณ ทันสมัยกว่าผมเสียอีก ใช้เวลาเช้าถึงค่ำอยู่ในสวน ปลูกต้นไผ่ รดน้ำต้นไผ่ และทำโน่นทำนี่เหมือนผู้ปฏิบัติธรรม มีคนถามว่าเหงาไหม เขาบอกไม่เหงา มีต้นไม้ให้พูดคุยด้วยเยอะแยะ กระนั้นบางเวลาก็ชวนผมพูดคุยเรื่องการเมืองบ้าง ถูกคอกันดีในวงกินดื่ม แต่ถ้าวันไหนมีคนมากเราก็จะเลี่ยงการพูดคุยเรื่องนี้ เรียกว่าต้องสำรวมระวังกาย วาจา ใจ เพื่อดูแลทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
ครับ...ที่ว่าทันสมัยกว่าผม นอกจากฟังต้นไม้พูดแล้ว เขายังมีเครื่องฟังเพลงชนิดหนึ่ง ผมไม่รู้เขาเรียกอะไร แต่กำลังเป็นที่นิยมกันมาก คือรูปทรงคล้ายลำโพงเล็กๆ แล้วเสียบ “แฮนดี้ไดรฟ์” ฟังเพลงที่ดึงมารวมกันไว้เป็นร้อยเป็นพัน บังเอิญผมมีเพลงลูกทุ่งและลูกกรุงเก่าๆ สะสมไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง จึงบันทึกมอบให้ไว้ฟัง เขาดีใจมาก เพราะได้ฟังเพลงนักร้องที่เคยฟังสมัยหนุ่มๆ ไม่ว่าจะเป็น สุรพล สมบัติเจริญ, ผ่องศรี วรนุช, เรียม ดาราน้อย, ชาตรี ศรีชล, รุ่งเพชร แหลมสิงห์, ระพิน ภูไท, ศรชัย เมฆวิเชียร, สาลิกา กิ่งทอง, เทพพร เพชรอุบล, ดาว บ้านดอน, ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด, สนธิ สมมาตร, สุเทพ วงศ์คำแหง, ชรินทร์ นันทนาคร, ธานินทร์ อินทรเทพ, ดาวใจ ไพจิตร, รวงทอง ทองลั่นทม ฯลฯ
เดินผ่านสวนนั้นทุกวัน ได้ยินเพลงเก่าทุกวัน ผมรู้สึกดี ส่วนเขาก็คงมีความสงบสุขในชีวิตใจมิใช่น้อย เพลงเก่าของนักร้องเก่ายังมีชีวิต แม้หลายนักร้องจะแตกดับทางร่างกายไปแล้ว
บางมื้อค่ำ ตั้งวงกินดื่มในหมู่ญาติพี่น้อง ก็นำเครื่องที่ว่านี้มาเปิดฟังกัน หลายคนที่มีอดีตกับเพลงเหล่านั้นก็เพลิดเพลินเจริญใจ มีอยู่คนหนึ่งเป็นแม่ค้าในตลาด เป็นมิตรรักนักเพลงขนานแท้อีกต่างหาก ฟังรู้หมดว่าเพลงไหนต้นฉบับ เพลงไหนทำดนตรีใหม่ ขนาดผมว่าฟังเพลงมากแล้ว หูยังแยกเสียงสู้ไม่ได้
เพลงเก่ากับเครื่องมือฟังเพลงสมัยใหม่ เป็นช่องทางฟังเพลงที่สะดวกน่าสนใจ เห็นทีผมอาจต้องวิ่งตามกระแสหามาติดบ้านสักเครื่อง วันไหนเบื่อโทรทัศน์ เบื่อวิทยุ เบื่ออินเทอร์เน็ต ก็เปิดเจ้าเครื่องนี้ฟังเพลงนับร้อยนับพัน โดยเฉพาะเพลงเก่าหลายเพลงที่ฟังได้ไม่รู้เบื่อ
ยามเบื่อนักการเมืองเล่นการเมืองการโสมม หลายช่องทางฟังเพลง ยังอาจพอเป็นยาแก้เบื่อได้!
"ไพวรินทร์ ขาวงาม"



