บันเทิง

แจงเหตุให้"ฐปณีย์"เลิกทำข่าวม็อบ"กิตติ"ยัน"ข่าวสามมิติ" กลางที่สุด

แจงเหตุให้"ฐปณีย์"เลิกทำข่าวม็อบ"กิตติ"ยัน"ข่าวสามมิติ" กลางที่สุด

04 พ.ค. 2553

กิตติ สิงหาปัด ปัดข่าวปลด "แยม" ฐปณีย์ จากการทำข่าวม็อบเสื้อแดง หลังถูกด่ายับ กรณีทำข่าวเอนเอียงทางฝั่งกลุ่มคนเสื้อแดง เผยให้ทำข่าวอื่น เพราะมองความปลอดภัยเป็นหลัก ยันรายการ "ข่าวสามมิติ" เป็นกลางที่สุด

หลังจาก "แยม" ฐปณีย์ เอียดศรีไชย นักข่าวภาคสนามของรายการสามมิติ ทางช่อง 3 ได้ทวิตเตอร์ พาดพิงถึงเหตุการณ์การปะทะของกลุ่มคนสีลมและกลุ่มเสื้อหลากสี กับ กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ถนนสีลม โดยบอกว่าตัวเธออยู่ในที่เกิดเหตุ โดยข้อความส่วนหนึ่ง ในทวิตเตอร์มีอยู่ว่า "นี่คือข้อเท็จจริง จากปากคำตำรวจยอมรับไล่กลุ่มชายฉกรรจ์ 20 คนที่ปาระเบิดขวดวิ่งหนีไปหลังแนวทหาร แต่กลับถูกทหารเอาปืนจ่อหัวบอกไม่ต้อง" จากข้อความดังกล่าว ทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เกี่ยวกับการทำหน้าที่ผู้สื่อข่าว จนมีข่าวว่าเธอถูกสั่งห้ามไม่ให้ทำข่าวเกี่ยวกับม็อบเสื้อแดง อีกต่อไป เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้สอบถามไปยัง กิตติ ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร

 "เราไม่มีแบน แต่เป็นการพูดคุย ประชุมกัน เราต้องถามแยมด้วย และคนอื่นๆ คือทำข่าวแบบนี้ มีอารมณ์ของคนข้างนอก เรากลัวว่าจะเกิดปัญหา มีความรุนแรง ยิ่งมีกระแสแบบนี้ แล้วต้องอยู่ข้างนอกท่ามกลางฝูงชน เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้สื่อข่าว ไม่อยากให้ไปอยู่ในลักษณะที่เสี่ยงเกินไป เดินแถวม็อบ ถ้าโดนระเบิดขึ้นมา ไม่รู้ใครทำ หากเดินอยู่แถวนั้น มีคนไม่หวังดี จะจับมือใครดมก็ไม่ได้ ชีวิตของนักข่าวสำคัญกว่าอย่างอื่นคิดว่าให้ปลอดภัยไว้ก่อน ทุกวันนี้แยมยังทำงานปกติ ระหว่างนี้ก็ให้ตามประเด็นอื่นไป" กิตติกล่าว

 ถามถึงความเป็นกลางในการนำเสนอข่าว ของทั้งตัวฐาปนีย์ และตัวกิตติเอง ในฐานะผู้ประกาศข่าวในรายการข่าวสามมิติ ที่ดูจะได้รับคำวิจารณ์อย่างหนัก ว่าเอนเอียงไปทางเสื้อแดง ซึ่งได้รับคำตอบดังนี้

 "แยม เขาทำงานมางาน อาวุโสแล้ว งานเขาอยู่หน้าจอ ได้รางวัลรับประกัน งานสื่อมวลชน ดีชั่ว ผู้ชมตัดสิน ถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่ได้รับรางวัล ทำงานกันขนาดนี้ ฝีมือเป็นอย่างไร ผู้ชมเห็น เราไม่พูดว่าเราเก่ง ผู้ชมเขาดูทุกวัน เขาเห็น อย่างตัวผมเอง ผมมีจุดยืน ผมเป็นนักข่าว ไม่มีสีไม่มีข้าง เราไม่ได้เป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง เรารายงานข้อเท็จจริง เท่าไหร่เท่านั้น อยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน เราก็ต้องยอม ในช่องที่ไม่ใช่เป็นช่องราชการ ทุกทีวีมีปัญหา ขัดแย้ง ไม่มีใครมีเสรีภาพหรอก ภายใต้ข้อจำกัด ก็ต้องมีเงื่อนไข เราทำงานเป็นกลางที่สุด เราทำรายงานทุกวัน  หลอกคนอื่นไมได้ ผมรายงานไม่ได้รายงานเอนเอียง ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีแต่บอก ว่าเป็นรายการเดียวที่เป็นกลาง ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร รัฐบาลว่าอย่างไรว่าไปตามนั้น ผมไม่เคยไปทำรายงานพิเศษ ถ้าดูช่องอื่นไม่เป็นกลางเยอะ" กิตติพยายามอธิบาย

 นอกจากนี้ เขายังได้บอกถึงการทำงานที่ต้องอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ว่ารู้สึกกดดัน  ไม่มีเสรีภาพ 100 เปอร์เซ็นต์ในการนำเสนอข่าว และไม่สามารถทำอะไรได้อยากทำได้อย่างเต็มที่

 "ผมกดดัน เราอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ผมไม่กล้า ผมไม่ได้เป็นผู้วิเศษ นโยบายช่อง ผู้ใหญ่ก็บอกว่า ข่าวการชุมนุมเราไม่ต้องไปแข่งขันกับใคร เอาที่ได้ อย่าไปเที่ยวเจาะลึกอะไรต่ออะไร ถ้าเป็นตอนที่อยู่ในสถานการณ์ปกติ มีระเบิดที่ไหนเราก็ต้องไปดู หาที่มาที่ไป ประกบเจาะลึก ทำได้หมด แต่นี่เราไม่ แค่รายงานว่าอะไรเกิดขึ้น เราก็ไปตามประเด็นอื่นๆ ผมก็เป็นคนเข้าใจนะ ทำได้เท่าที่ทำ ไม่เสียจุดยืน ส่วนคนที่ด่าผม เพียงแค่มองว่าผมเป็นคนไอทีวีเก่า ก็เป็นคนที่มีความคิดเดิมๆ ไม่มีโลกทัศน์ เป็นอคติส่วนตัว" กิตติกล่าวสรุป